ในวันที่แสงแดดแผดเผาจนคนไทยหลายคนบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าร้อนเหมือนซ้อมตกนรกหลายคนอาจจะจินตนาการไปไกลว่า ประเทศไทยของเราต้องติดอันดับต้น ๆ ของประเทศที่ร้อนที่สุดในโลกอย่างแน่นอน แต่เมื่อกางข้อมูลสถิติล่าสุดปี 2568 จาก Trading Economics แหล่งข้อมูลด้านเศรษฐกิจและสถิติระดับโลก กลับพบข้อมูลที่น่าเหลือเชื่อและชวนให้เราต้องหันไปมองเพื่อนร่วมโลกในซีกโลกอื่นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
การจัดอันดับอุณหภูมิเฉลี่ยรายปีเป็นดัชนีสำคัญที่บ่งบอกว่าพื้นที่ใดบนโลกต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่รุนแรงที่สุด โดยกลุ่มประเทศที่ครองแชมป์ความร้อนยังคงเป็นกลุ่มประเทศในแถบแอฟริกาตะวันตกและตะวันออกกลาง ซึ่งส่วนใหญ่มีภูมิประเทศเป็นทะเลทรายกว้างขวางและได้รับรังสีจากดวงอาทิตย์โดยตรงเกือบตลอดทั้งปี
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
วันนี้ ทีมงานแนวหน้าออนไลน์ รวบรวมข้อมูล 10 ประเทศ ร้อนที่สุดในโลก ที่ประเทศไทยมีสภาพอากศร้อนขนาดนี้ แต่ไม่ติดโผ 10 อันดับแรกนี้ กลับติดลำดับที่ 29 แทน มาฝากกันครับ
อันดับที่ 1 ประเทศบูร์กินาฟาโซ (Burkina Faso) ครองแชมป์ความร้อนที่สุดในโลกด้วยอุณหภูมิเฉลี่ยรายปีสูงถึง 29.94 องศาเซลเซียส ดินแดนในทวีปแอฟริกาตะวันตกแห่งนี้ไม่มีทางออกสู่ทะเล ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงและทุ่งหญ้าสะวันนาที่แห้งแล้ง ต้องเผชิญกับลมร้อนฮาร์มัตตันจากทะเลทรายสะฮาราที่พัดเอาฝุ่นละอองและความร้อนระอุมาปกคลุมเกือบตลอดปี ทำให้ชาวเมืองต้องใช้ชีวิตท่ามกลางสภาพอากาศที่เหมือนซ้อมอยู่ในเตาอบอยู่ตลอดเวลา
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
อันดับที่ 2 ประเทศมาลี (Mali) ตามมาติด ๆ ด้วยอุณหภูมิเฉลี่ย 29.69 องศาเซลเซียส มาลีเป็นประเทศที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตทะเลทรายสะฮาราอันกว้างใหญ่ พื้นที่เกษตรกรรมมีน้อยมากเมื่อเทียบกับขนาดประเทศ สภาพอากาศที่นี่รุนแรงและแห้งแล้งจัด คลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมทำให้ฝนไม่ตกตามฤดูกาล และส่งผลให้มาลีกลายเป็นหนึ่งในจุดที่ร้อนที่สุดบนแผนที่โลกอย่างเลี่ยงไม่ได้
อันดับที่ 3 อารูบา (Aruba) ประเทศที่เป็นเกาะขนาดเล็กตั้งอยู่ในทะเลแคริบเบียน ติดโผมาด้วยตัวเลข 29.63 องศาเซลเซียส แม้จะเป็นเกาะที่ควรจะมีลมทะเลช่วยคลายร้อน แต่ด้วยทำเลที่ตั้งที่อยู่นอกเขตพายุเฮอร์ริเคนและมีสภาพภูมิอากาศกึ่งแห้งแล้ง ต้นกระบองเพชรขึ้นได้ทั่วไป ส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยรายปีสูงโด่งกว่าเกาะเพื่อนบ้านในแถบเดียวกัน
อันดับที่ 4 ประเทศเซเนกัล (Senegal) ดินแดนปลายสุดของแอฟริกาตะวันตกที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 29.41 องศาเซลเซียส แม้จะมีชายฝั่งติดมหาสมุทรแอตแลนติก แต่พื้นที่ตอนในกลับโดนอิทธิพลความร้อนจากทะเลทรายเข้าครอบงำ ทำให้สภาพอากาศมีความแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว และมีค่าเฉลี่ยความร้อนติดอันดับต้น ๆ ของโลก
อันดับที่ 5 ประเทศมอริเตเนีย (Mauritania) ด้วยอุณหภูมิเฉลี่ย 29.25 องศาเซลเซียส ประเทศนี้มีพื้นที่กว่า 90% ตั้งอยู่ในทะเลทรายสะฮารา ความร้อนที่พุ่งสูงไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับชาวมอริเตเนีย เพราะการขาดแคลนแหล่งน้ำและต้นไม้ใหญ่ทำให้อากาศร้อนระอุและแห้งแล้งจนแทบจะไม่มีความชื้นในอากาศ
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
อันดับที่ 6 ประเทศจิบูตี (Djibouti) ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ของแอฟริกาตะวันออก มีอุณหภูมิเฉลี่ย 29.22 องศาเซลเซียส จิบูตีมีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาไฟและที่ราบเกลือที่สะท้อนแสงแดดได้ดี ความร้อนที่นี่แรงกล้าจนถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในที่อาศัยที่ร้อนที่สุดที่มนุษย์จะอยู่ได้
อันดับที่ 7 ประเทศแกมเบีย (Gambia) ประเทศขนาดเล็กที่แทรกตัวอยู่ในเซเนกัล มีค่าเฉลี่ยความร้อนอยู่ที่ 28.84 องศาเซลเซียส แม้จะมีแม่น้ำแกมเบียไหลผ่านกลางประเทศ แต่ก็ไม่สามารถลดทอนความร้อนจากลมบกที่หอบเอาทรายร้อน ๆ มาฝากได้ตลอดปี
อันดับที่ 8 ประเทศกาตาร์ (Qatar) ประเทศมหาเศรษฐีจากตะวันออกกลางที่ขยับเข้ามาอยู่ในกลุ่ม Top 10 ด้วยอุณหภูมิเฉลี่ย 28.70 องศาเซลเซียส กาตาร์ต้องเผชิญกับความร้อนจากทะเลทรายที่ปะทะกับความชื้นจากอ่าวเปอร์เซีย ทำให้ความรู้สึกร้อน (Feel Like) รุนแรงกว่าตัวเลขที่เห็น และเป็นเหตุผลว่าทำไมสนามกีฬาที่นี่ต้องมีระบบปรับอากาศขนาดยักษ์
อันดับที่ 9 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ตามมาด้วยอุณหภูมิเฉลี่ย 28.62 องศาเซลเซียส สภาพทางภูมิศาสตร์ที่เป็นทะเลทรายเกือบทั้งหมด ทำให้ในช่วงฤดูร้อนอุณหภูมิกลางวันพุ่งสูงทะลุ 50 องศาเซลเซียสได้ไม่ยาก แม้จะมีนวัตกรรมการทำฝนเทียมเข้ามาช่วย แต่ค่าเฉลี่ยรายปีก็ยังคงร้อนแรงติดอันดับโลก
อันดับที่ 10 ประเทศบาห์เรน (Bahrain) ปิดท้ายกลุ่มสิบอันดับแรกด้วยอุณหภูมิ 28.57 องศาเซลเซียส บาห์เรนเป็นประเทศเกาะในอ่าวเปอร์เซียที่มีพื้นที่จำกัด ความร้อนจากแสงแดดที่แผดเผาพื้นทรายทำให้ที่นี่มีความร้อนสะสมสูงมากตลอดทั้งวันและคืน

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
สาเหตุที่ประเทศเหล่านี้ร้อนปรอทแตกยิ่งกว่าใครเพื่อน ไม่ใช่แค่เพราะตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรเท่านั้น แต่เป็นเพราะสภาพทางภูมิศาสตร์ที่เป็นทะเลทรายทำให้ไม่มีต้นไม้หรือผืนป่าฝนมาช่วยดูดซับความร้อน ส่งผลให้อุณหภูมิในตอนกลางวันพุ่งสูงอย่างมหาศาล และแม้จะหารเฉลี่ยกับตอนกลางคืนแล้ว ค่าเฉลี่ยรายปีก็ยังสูงลิบลิ่ว
ตัดกลับมามองที่ ประเทศไทย ของเรา แม้ในช่วงเดือนเมษายนอุณหภูมิสูงสุดในบางจังหวัดจะพุ่งทะลุ 44 องศาเซลเซียส จนทำให้เรารู้สึกเหมือนโลกจะละลาย แต่ในเชิงสถิติอุณหภูมิเฉลี่ยรายปี (ซึ่งคำนวณจากการนำอุณหภูมิทุกวันตลอด 365 วัน ทั้งกลางวัน-กลางคืน และทุกฤดูกาลมาหารเฉลี่ย)
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
ส่งผลให้ ประเทศไทยติดอยู่อันดับที่ 29 ของโลก จากการจัดอันดับทั้งหมด ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่าแม้ความรู้สึกของคนไทยจะร้อนแทบขาดใจ แต่โลกใบนี้ยังมีอีกหลายดินแดนที่ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความร้อนที่รุนแรงและยาวนานกว่าเราอย่างน่าตกใจ ใครที่เคยบ่นว่าไทยร้อนที่สุดในโลก เห็นข้อมูลนี้แล้วอาจจะต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ทันที
ขอขอบคุณข้อมูลจาก tradingeconomics.com
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี