หมอยง ให้ความรู้ โรคไข้กาฬหลังแอ่น หลังระบาดในอังกฤษ

หมอยง ให้ความรู้ โรคไข้กาฬหลังแอ่น หลังระบาดในอังกฤษ

วันพุธ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.35 น.

หมอยง ให้ความรู้ โรคไข้กาฬหลังแอ่น หลังระบาดในอังกฤษ

เมื่อวันที่ 18 มี.ค.2569 ศ.ดร.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ "การระบาดของโรคไข้กาฬหลังแอ่นในเด็กมหาวิทยาลัยและโรงเรียนในอังกฤษ" ระบุว่า เป็นข่าวและมีเพื่อนใน Facebook ถามมาก็อยากจะชี้แจงให้เข้าใจ 


โรคระบาดที่เมือง Kent ในประเทศอังกฤษมีการระบาดของเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ตรวจพบเชื้อว่าเป็น Meningococcal disease หรือชื่อภาษาไทยเรียกว่าไข้กาฬหลังแอ่น ที่เรียกแบบนี้ก็แปลตามตัวคือมีไข้ และคำว่ากาฬ แปลว่าดำหรือรุนแรง เพราะมีผื่นขึ้นซึ่งเป็นผื่นคล้ายจุดเลือดออกขนาดใหญ่หรือจ้ำเลือด และมีอาการรุนแรง ส่วนหลังแอ่นเป็นอาการของเยื่อหุ้มสมองอักเสบที่มีคอแข็ง (stiff neck) หลังแอ่น เลยเรียกชื่อโรคตามอาการ ในต่างประเทศโดยเฉพาะยุโรปและอเมริกา การระบาดของโรค มักจะเกิดในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยหรือสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันมากๆ จึงเป็นข้อบังคับใครจะไปเรียนที่ยุโรปเช่นอังกฤษ หรืออเมริกา จำเป็นที่จะต้องให้วัคซีนก่อนเดินทางไปเสมอ และควรให้ก่อนอย่างน้อย 10 วันก่อนเดินทาง

โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย  มีอาการค่อนข้างเร็ว และรุนแรง ถึงแม้จะมียาปฏิชีวนะที่ใช้ในการรักษา ถ้าเป็นรุนแรงอาจจะให้ยาไม่ทันและทำให้เสียชีวิตได้ อย่างในการระบาดครั้งนี้ของอังกฤษมีผู้เสียชีวิต 2-3 รายซึ่งเป็นเด็กนักเรียนและนักศึกษามหาวิทยาลัย แต่สิ่งที่สำคัญคือผู้สัมผัสโรค จะต้องได้รับยาปฏิชีวนะในการป้องกันไม่ให้เกิดโรคร่วมด้วย จึงมีนักเรียนและนักศึกษาจำนวนมากที่อยู่ในข่ายสัมผัสโรค สร้างความวุ่นวายมากพอสมควรในการระบาดแต่ละครั้ง

เชื้อนี้มี หลายซีโรไทป์ เช่น A, B , C, W, Y สำหรับในประเทศไทยสายพันธุ์ที่พบบ่อยเป็นสายพันธุ์ serotype B การเดินทางไปต่างประเทศสำหรับนักเรียน โดยเฉพาะในช่วงปิดเทอม ที่จะต้องไปอยู่เป็นกลุ่มก้อน หรือไปเรียนช่วงปิดเทอม work แอน travel มีความจำเป็นต้องฉีดวัคซีนก่อนเดินทาง วัคซีนที่ใช้ในภาคบังคับที่จะไปเรียนทางประเทศตะวันตกส่วนใหญ่จะเป็น 4 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ ACWY ในปัจจุบันสายพันธุ์  type B  ก็มีการพัฒนาวัคซีนใช้แล้ว แต่เนื่องจากโรคนี้ไม่ได้พบบ่อยในประเทศไทย จึงยังไม่ได้มีการนำวัคซีนมาใช้อย่างแพร่หลาย แต่ก็ควรต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะการระบาดเป็นกลุ่มก้อน

ขอบคุณภาพบางส่วนจากโรงพยาบาลยันฮี

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top