วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569
วงการละครจีนกำลังก้าวเข้าสู่หัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ เมื่อปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยทำงานอีกต่อไป แต่กำลังขยายบทบาทอย่างรวดเร็วรุนแรง จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างดุเดือดในโลกออนไลน์ว่า ในอนาคตอันใกล้นี้นักแสดงที่เป็นมนุษย์จะยังมีที่ยืนอยู่หรือไม่ โดยเฉพาะกลุ่มนักแสดงสมทบที่กำลังเผชิญกับความเสี่ยงสูงสุด
รายงานล่าสุดที่แพร่สะพัดในโลกโซเชียลระบุถึงทิศทางการผลิตละครในอนาคตว่า อาจไม่มีความจำเป็นต้องจ้างนักแสดงจริงอีกต่อไป หากไม่ใช่บทบาทนำ โดยมีกระแสข่าวลือที่สร้างความตื่นตระหนกไปทั่ววงการว่า บทบาททั้งหมดที่ต่ำกว่านักแสดงนำชายคนที่สองอาจถูกแทนที่ด้วย AI แม้ข้ออ้างนี้จะยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากสตูดิโอใหญ่ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เหล่านักแสดงตัวประกอบและนักแสดงระดับกลางต่างนั่งไม่ติดเก้าอี้

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI
ประเด็นนี้ถูกตอกย้ำให้ชัดเจนขึ้นในงานประชุมใหญ่ของอุตสาหกรรมการผลิตรายการโทรทัศน์ เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงระบุว่า AI รุ่นใหม่กำลังเปลี่ยนโลกการทำงานไปอย่างสิ้นเชิง แนวคิดเรื่องทีมผลิตเพียงคนเดียวกำลังกลายเป็นความจริงที่จับต้องได้ ซึ่งบีบให้นักแสดงต้องเร่งสร้างคุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเพื่อให้กลายเป็นบุคคลที่หาใครมาแทนไม่ได้ หากต้องการอยู่รอดในยุคเปลี่ยนผ่านนี้
หวังหราน นักลงทุนชื่อดังและสามีของนักแสดงหญิงถงเหยา ได้วิเคราะห์เจาะลึกถึงจุดจบของโมเดลค่าตอบแทนสูงแบบเดิม โดยชี้ว่า AI จะช่วยลดระยะเวลาผลิตลงได้อย่างมหาศาล รูปแบบรายได้ของนักแสดงในอนาคตอาจไม่ใช่ค่าตัวเป็นก้อน แต่จะเปลี่ยนไปสู่การอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ในใบหน้าและรูปร่างและการแบ่งผลกำไรจากทรัพย์สินทางปัญญาแทน
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI
ข้อมูลจาก DataEye เผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า ในเดือนมกราคม 2026 ละครสั้นที่สร้างด้วย AI มีส่วนแบ่งการตลาดพุ่งสูงถึง 38% จากที่ปีปีก่อนมีเพียง 7% เท่านั้น สิ่งที่ทำให้นายทุนและแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง Tencent และ iQIYI ตาโตคือ ความต่างของต้นทุน ซึ่งละครสั้นแบบดั้งเดิม ใช้เงินทุนราว 1.5 - 3 ล้านหยวน ในขณะที่ละครสั้น AI ต้นทุนต่ำกว่า 200,000 หยวน และประสิทธิภาพ บางทีมใช้คนเพียง 3 คน ผลิตงานเสร็จทั้งเรื่องภายใน 5 วันเท่านั้น ท่ามกลางภาวะฤดูหนาวของคอนเทนต์ ที่งบประมาณถูกจำกัดและจำนวนการผลิตลดลง AI จึงกลายเป็นทางออกที่หอมหวานสำหรับผู้ผลิตที่ต้องการความคุ้มค่าสูงสุด
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสความตื่นตระหนก หยู เจิ้ง โปรดิวเซอร์มือทองระดับตำนาน ได้ออกมาแสดงทัศนะที่สวนทางผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเขายอมรับว่าละคร AI คือเทรนด์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เขามั่นใจว่า AI ไม่สามารถเลียนแบบความผูกพันทางอารมณ์ที่ผู้ชมมีต่อคนจริงได้

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI
หยู เจิ้ง เผยว่า ตนเองพร้อมจะทดลองสร้างละครด้วย AI แต่เชื่อว่าเทคโนโลยีนี้อาจเป็นเพียงกระแสชั่วคราวและในที่สุดตลาดจะโหยหาการแสดงที่มีจิตวิญญาณของมนุษย์อีกครั้ง พร้อมทั้งให้ความมั่นใจกับเหล่านักเขียน ผู้กำกับ และนักแสดงที่มีฝีมือว่าไม่ควรตื่นตระหนก แต่ควรใช้โอกาสนี้พัฒนาทักษะให้เหนือชั้นกว่าที่จักรกลจะทำได้
ในขณะที่โลกของเครื่องจักรและการเรียนรู้พัฒนาไปไม่หยุดยั้ง อุตสาหกรรมละครจีนกำลังยืนอยู่บนทางแยกสำคัญ ระหว่างประสิทธิภาพที่ไร้หัวใจ กับ เสน่ห์ของการเล่าเรื่องโดยมนุษย์ แม้ตัวเลขกำไรจะชี้ไปที่ทางแรก แต่ประวัติศาสตร์ศิลปะมักพิสูจน์เสมอว่า จิตวิญญาณและความรู้สึกคือสิ่งที่หาอะไรมาทดแทนได้ยากที่สุดในโลกแห่งการแสดง
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI
ขอขอบคุณข้อมูลจาก Netizenbuzz
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี