ผู้เชี่ยวชาญเตือน! รับมือค่าไฟมหาโหด หลังการ์ต้าระงับส่ง LNG

ผู้เชี่ยวชาญเตือน! รับมือค่าไฟมหาโหด หลังการ์ต้าระงับส่ง LNG

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.42 น.

ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน เตือน รับมือ "ค่าไฟมหาโหด" หลังการ์ต้าระงับส่งมอบ LNG เผยเหตุการณ์ "หายนะทางวิศวกรรม"

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม นายภาณุรัช ดำรงไทย ประธานยุทธศาสตร์ด้านพลังงานและนวัตกรรม พรรคไทยก้าวใหม่ และผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและการขุดเจาะระดับโลก โพสต์เฟซบุ๊ก "Panurach Dumrongthai" เตือนให้รับมือกับปัญหาค่าไฟฟ้า หลังกาตาร์ระงับส่งมอบ LNG


นายภาณุรัช ระบุว่า " กาตาร์ประกาศ Force Majeure... เบื้องหลังความพินาศทางวิศวกรรมปิโตรเลียม ที่จะกระชากบิลค่าไฟคนไทยให้ทะลุเพดาน! (อ่านจบ... คุณจะเข้าใจภาพวิกฤตพลังงานโลกในมุมมองที่ลึกกว่าข่าวทั่วไป และรู้ว่าทำไมประเทศไทยถึงต้องเปลี่ยนแผนด่วน!)

ในฐานะคนในวงการพลังงานและวิศวกรรมปิโตรเลียม ผมเห็นข่าว QatarEnergy (QP) ประกาศ Force Majeure (เหตุสุดวิสัย) ระงับการส่งมอบ LNG เพราะสายการผลิตพังเสียหายไป 2 สาย (12.8 ล้านตัน/ปี หายวับไปกับตา) สิ่งที่ผมคิดทันทีไม่ใช่แค่เรื่องราคาหุ้นพลังงาน... แต่คือ "หายนะทางวิศวกรรม" ที่กำลังเกิดขึ้นที่หน้างาน และมันกำลังจะส่งคลื่นกระแทกมาถึง "บิลค่าไฟ" ของคนไทยทุกคนครับ
หลายคนอ่านข่าวแล้วคิดแค่ว่า "โรงงานพัง ก็แค่ซ่อม สองสามเดือนก็เสร็จ"... ผิดถนัดครับ! เขาประกาศแล้วว่า ส่วนที่เสียหาย ใช่เวลาฟื้นฟู 3-5 ปี ! ในมุมมองของวิศวกรรมปิโตรเลียม มันมีความซับซ้อนระดับฝันร้ายซ่อนอยู่

ภาณุรัช ดำรงไทย

เกิดอะไรขึ้นที่กาตาร์? ทำไมถึงเป็นฝันร้ายของวิศวกร?

ระบบผลิต LNG คือห่วงโซ่ที่เชื่อมกันตั้งแต่นอกชายฝั่ง (Upstream) จนถึงโรงงานบนฝั่ง (Downstream) เมื่อโรงงานบนฝั่งพังยับเยิน ก๊าซธรรมชาติมหาศาลที่สูบขึ้นมาจากแหล่ง North Field จะเกิดภาวะ "ไม่มีที่ไป" (Bottleneck) แรงดันจะตีกลับ สิ่งที่วิศวกรของ QP ต้องทำแข่งกับเวลาในตอนนี้คือการทำ "Emergency Shut-in" หรือการไล่ปิดหลุมผลิตก๊าซกลางทะเลครับ
การปิดหลุมก๊าซแรงดันสูง ไม่ใช่การหมุนก๊อกน้ำแล้วจบนะครับ!

1. ความเสี่ยงชั้นหินกักเก็บ (Reservoir Damage): ถ้าปิดวาล์ว (Choke) เร็วไป แรงดันที่กระชากอาจทำให้เกิด Water Coning (น้ำใต้แหล่งก๊าซดันตัวขึ้นมาปิดทับ) หรือชั้นหินถล่ม (Sand production) ซึ่งอาจทำให้หลุมนั้นสูญเสียความสามารถในการผลิตไปตลอดกาล

2. กว่าจะเปิดใหม่ได้... หืดจับ!: สมมติว่าอีก 3-5 ปี โรงงาน LNG (Train) ซ่อมเสร็จ การจะ "Start-up" ระบบใหม่ทั้งหมดคือมหกรรมระดับโลก ต้องมีการไล่ก๊าซเฉื่อย (Nitrogen Purging) ตรวจสอบรอยรั่วทั้งระบบท่อ และที่ยากที่สุดคือการลดอุณหภูมิหอทำความเย็น (Cryogenic Heat Exchangers) ให้กลับไปติดลบที่ -162 องศาเซลเซียสอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้โลหะหดตัวจนแตกร้าว (Thermal shock) แค่กระบวนการนี้ก็กินเวลาเป็นเดือนๆ แล้วครับ นี่คือเหตุผลว่าทำไมซัพพลายโลกถึงจะหายไปอย่างยาวนาน

ภาณุรัช ดำรงไทย

แรงกระแทกถึงไทย: เตรียมรับมือ "ค่าไฟ" มหาโหด

ซัพพลาย LNG โลกหายไป 17% ของกาตาร์ แปลว่าลูกค้าเจ้าใหญ่อย่างยุโรปและจีนที่โดนเบี้ยวสัญญา จะต้องหอบเงินสดวิ่งลงมาแย่งซื้อก๊าซใน "ตลาดจร" (Spot Market / JKM Index)
ประเทศไทยที่พึ่งพาก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้าเกือบ 60% และก๊าซในอ่าวไทยกำลังร่อยหรอ จะถูกบีบให้ต้องลงไปประมูลแย่งซื้อ Spot LNG ในจังหวะที่ราคาแพงหูฉี่ที่สุด ผลลัพธ์คือ "ค่า Ft ในบิลค่าไฟของคุณกำลังจะพุ่งทะยาน" นี่คือวิกฤตความมั่นคงทางพลังงานที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากเรายังย่ำอยู่กับที่

ทางรอดของชาติ: วิสัยทัศน์พลังงานใหม่ ทะลวงขีดจำกัดวิศวกรรมขั้นสุด!

ถ้าเราไม่อยากเป็นเหยื่อของราคา LNG โลก ประเทศไทยต้องกล้าพลิกโฉมการจัดหาพลังงานด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงที่โลกกำลังมุ่งไป นี่คือ 3 ไพ่ตายที่เราต้องรีบหงาย:

1. พลังงานความร้อนใต้พิภพขั้นสูง (Geothermal "Hot Dry Rock" / EGS): ลืมภาพน้ำพุร้อนต้มไข่ไปได้เลย! นี่คือการเจาะทะลวงลึกลงไป 3-5 กิโลเมตรถึงชั้นหินเนื้อแข็งที่ร้อนจัด (Hot Dry Rock) อัดน้ำแรงดันสูงลงไปเพื่อให้แตกตัว (Fracking) และนำไอน้ำร้อนจัดที่พุ่งกลับขึ้นมาไปปั่นไฟ นี่คือ "พลังงานสะอาดที่เป็น Base Load จ่ายไฟได้ 24 ชั่วโมง" โดยไม่ต้องง้อก๊าซธรรมชาติ! ประเทศไทยมีศักยภาพในหลายพื้นที่รอยเลื่อนที่ต้องเร่งสำรวจเชิงลึก

2. ก๊าซธรรมชาติจากชั้นหินดินดาน (Shale Gas): เมื่อก๊าซในอ่าวไทยลดลง เราต้องมองหา "Unconventional Gas" ใต้แผ่นดินเราเอง เทคโนโลยีการเจาะแนวราบ (Horizontal Drilling) และ Hydraulic Fracturing ได้รับการพัฒนาจนมีความปลอดภัยสูงมาก หากเราเปิดการสำรวจและประเมินศักยภาพ Shale Gas อย่างจริงจัง เราอาจเจอขุมทรัพย์พลังงานที่ซ่อนอยู่ใต้เท้าเราเอง ซึ่งจะช่วยกดต้นทุนพลังงานของประเทศได้อย่างมหาศาล

3. ก๊าซมีเทนในชั้นถ่านหิน (Coal Bed Methane - CBM): ประเทศไทยมีแหล่งถ่านหิน (เช่น แม่เมาะ และแอ่งอื่นๆ) แทนที่เราจะขุดถ่านหินขึ้นมาเผาให้เกิดมลพิษ PM2.5 และคาร์บอน เราสามารถใช้วิทยาการปิโตรเลียมเจาะลงไปในชั้นถ่านหิน เพื่อดูดเอา "ก๊าซมีเทน" (CBM) ที่แทรกตัวอยู่ในเนื้อถ่านหินขึ้นมาเป็นเชื้อเพลิงสะอาดผลิตไฟฟ้าได้โดยตรง นี่คือการพลิกข้อด้อยให้เป็นสุดยอดข้อได้เปรียบ!
บทสรุป: วิกฤตโรงงาน LNG ระเบิดที่กาตาร์ครั้งนี้ คือเสียงระฆังเตือนภัยครั้งสุดท้าย หากผู้กำหนดนโยบายพลังงานไทยยังแก้ปัญหาแบบเดิมๆ เราจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังพร้อมกับบิลค่าไฟที่ทำลายเศรษฐกิจทั้งประเทศ ถึงเวลาที่วิศวกรรมพลังงานขั้นสูง (Geothermal HDR, Shale Gas, CBM) ต้องถูกนำมาวางบนโต๊ะวาระแห่งชาติแล้วครับ!

ภาณุรัช ดำรงไทย

ภาณุรัช ดำรงไทย
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top