เจ็บสั้นดีกว่าปวดนาน บล็อกเกอร์ชื่อดัง กางเหตุผลทำไมต้องขึ้นน้ำมันรวดเดียว 6 บาท

เจ็บสั้นดีกว่าปวดนาน บล็อกเกอร์ชื่อดัง กางเหตุผลทำไมต้องขึ้นน้ำมันรวดเดียว 6 บาท

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 08.37 น.

วานนี้ 27 มีนาคม 2569 กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ทันที หลังจากราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นรวดเดียว 6 บาท เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 69 ที่ผ่านมา ทำเอาคนใช้รถถึงกับจุก คุณ ณรงค์ วงศ์เกษม บล็อกเกอร์ชื่อดังและยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจและสิ่งแวดล้อม ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กวิเคราะห์วิกฤตพลังงานรอบนี้แบบเข้าใจง่าย โดยมีข้อความระบุว่า "หลังจากที่เราช็อกกับการขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาท (26 มี.ค. 69) พี่ป๋องในฐานะคนชอบแกะงบและดูระบบ Mass Balance เลยลองไปสำรวจดูว่าเพื่อนบ้านอาเซียนเขามีวิธีจัดการวิกฤต $140-$242/bbl นี้ยังไงกันบ้าง? มาดูกันครับว่าแต่ละที่ "เจ็บ" ต่างกันยังไง

ณรงค์ วงศ์เกษม


1. มาเลเซีย (สายเปย์ - Fixed Price Subsidy) เขาตรึงราคาไว้ต่ำสุดในภูมิภาค (ประมาณ 16-18 บาท) เพราะเขามีน้ำมันตัวเอง (Petronas) มาช่วยอุดหนุน

ผลลัพธ์ ค่าครองชีพต่ำมาก

ความเสี่ยง รัฐแบกหนี้มหาศาล และเกิด "น้ำมันเถื่อน" ลักลอบขนออกนอกประเทศ (รวมถึงเข้าไทย) จนคุมไม่อยู่

2. สิงคโปร์ (สายจริง - Pure Market Price) ปล่อยราคาไหลตามตลาดโลก 100% ตอนนี้แตะ 80-90 บาท/ลิตรไปแล้ว!

ผลลัพธ์ กลไกราคาทำงานสมบูรณ์ คนแห่ไปใช้รถไฟฟ้า (EV) และขนส่งสาธารณะทันที

ความเสี่ยง ค่าครองชีพพุ่งสูงปรี๊ดสำหรับคนจำเป็นต้องใช้รถส่วนตัว

ณรงค์ วงศ์เกษม

3. อินโดนีเซีย (สายคัดกรอง - Quota-Based Subsidy) ไม่ได้อุ้มทุกคน แต่ให้คนมาลงทะเบียนผ่านแอปฯ เพื่อซื้อน้ำมันราคาถูก (Pertalite) แบบจำกัดปริมาณต่อวัน

ผลลัพธ์ คุมงบประมาณได้ดีกว่าการหว่านแหช่วยคนรวย

ความเสี่ยง เกิดความวุ่นวายหน้าปั๊ม และเกิด "ตลาดมืด" ขายสิทธิ์น้ำมันราคาถูก

4. เวียดนาม (สายยืดหยุ่น - Market-Mechanism) ปรับราคาตามโลกทุก 7-10 วัน และใช้กองทุนพยุงราคาเล็กน้อยเพื่อให้คนปรับตัวทัน

ผลลัพธ์ ราคาขยับตัวล้อไปกับกลไกตลาดโลกอย่างเป็นธรรมชาติ

ความเสี่ยง เงินเฟ้อพุ่งแรงเพราะภาคการผลิตเขาใช้พลังงานเข้มข้น (Energy Intensive)

ณรงค์ วงศ์เกษม

5. ฟิลิปปินส์ (สายโอนไว - Direct Cash Transfer) ไม่ตรึงราคาหน้าปั๊มเลย แต่ใช้วิธีโอนเงินสดเยียวยาให้กลุ่มรถรับจ้างและเกษตรกรโดยตรง

ผลลัพธ์ รัฐไม่มีหนี้ผูกพันระยะยาวในกองทุนน้ำมัน

ความเสี่ยง ราคาหน้าปั๊มผันผวนรุนแรงจนเอกชนวางแผนต้นทุนขนส่งลำบากมาก

วิเคราะห์สไตล์พี่ป๋อง (The Nerd’s Insight) ทำไมไทยถึงเลือกทาง "ผ่าตัดสด" ขึ้น 6 บาทรวดเดียว? เพราะเรากำลังขยับจากโมเดล "มาเลเซีย" (อุ้ม) ไปหาโมเดล "สิงคโปร์/เวียดนาม" (ลอยตัว) เพื่อหยุดภาวะหนี้เน่าครับ!

ณรงค์ วงศ์เกษม

ตัวเลขที่น่ากลัว ถ้าเราไม่ขึ้น 6 บาทวันนี้ หนี้กองทุนน้ำมันจะพุ่งแตะ -50,000 ล้านบาท ก่อนสงกรานต์ชัวร์! ซึ่งนั่นจะทำให้ระบบการคลังล้มละลาย (System Collapse) จนไม่มีเงินไปจ่ายชดเชยให้โรงกลั่น และอาจทำให้ "น้ำมันหมดปั๊ม" ในช่วงเทศกาลที่คนเดินทางเยอะที่สุด

พี่ป๋องขมวดให้ 6 บาทวันนี้ คือราคาที่รัฐบาลเลือก "เจ็บสั้นดีกว่าปวดนาน" เพื่อไม่ให้พวกเราต้องแบกรับดอกเบี้ยมหาโหดไปอีกหลายปี และเปลี่ยนงบจาก "อุ้มเหมาเข่ง" ไปช่วย "กลุ่มเปราะบาง" (Targeted Subsidy) แทนครับ

ส่วนเราถ้ามีทางเลือกที่ลดการใช้น้ำมันได้ก็ลองเลือกใช้ดูครับ งาน Motorshow นั่งรถไฟไปได้ครับ เพื่อน ๆ คิดว่าโมเดลไหนเหมาะกับบ้านเราที่สุด? ลองคอมเมนต์แลกเปลี่ยนมุมมองกันได้นะครับ #OilCrisis2026 #ASEANEnergy #ShockTherapy #SuperNerdAnalysis #PeePongStyle #วิเคราะห์ราคาน้ำมัน #EnergySecurity #ไทยต้องรอด #MassBalance"

หลังจากที่โพสต์ของ คุณ ณรงค์ วงศ์เกษม บล็อกเกอร์ชื่อดังและเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจและสิ่งแวดล้อม ​ทำเอาชาวเน็ตเข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น

"แบบนี้ดีแล้ว ที่จริงไม่น่าตรึงราคาเดิมตั้ง 15 วัน น่าจะปรับขึ้นมาเรื่อยๆ ส่วนตัวผมขับรถช้าลงประหยัดกว่าเดิม 10-15 %"

"เห็นด้วยครับ EV เป็นหนึ่งทางเลือกที่ควรส่งเสริม.. ส่วน Data Center ที่กำลังบูม น่าจะชะงัก ซึ่งส่วนตัวผมว่าก็ดีนะ จะได้หันมาพิจารณาดีๆว่า ตัวดูดพลังงานแบบนี้ ควร Trade-off อย่างไร ระหว่าง FDI กับ Energy Shocks"

"ส่วนตัวชอบแบบสิงคโปร์แต่ต้องมีชดเชยบางสายครับ"

"ต้องยกเลิกสูตรการคิดต้นทุนน้ำมันใหม่ ออกกฏหมายให้น้ำมันเป็นสินค้าควบคุมต้องแจ้งราคาต้นทุนทุกเดือน กำหนดเพดานกำไรไม่ให้สูงเกิน10% ทุกวันนี้กำไรแสนล้านแล้วยังต้องเอากองทุนไปชดเชยเพื่ออะไร"

"ชัดเจน บทความกระทัดรัด อ่านเข้าใจง่าย ได้ความรู้เพิ่มเลยคับพี่ป๋อง"

ณรงค์ วงศ์เกษม

ณรงค์ วงศ์เกษม

ณรงค์ วงศ์เกษม

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Narong Wonggasem

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top