วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569
9 เมษายน 2569 ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ภาพที่ชาวโลกเห็นเมื่อวานนี้ (8 เมษายน 2026) คือปากีสถานออกหน้าเป็นตัวกลางนำเสนอแผนหยุดยิง 2 สัปดาห์ และโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ออกมาขอบคุณ [????????] ปากีสถานอย่างเป็นทางการ แต่ข้อมูลวงในชี้ชัดว่า "คนถือรีโมตคอนโทรล" ตัวจริงที่ทำให้เตหะรานยอมวางมือคือ "จีน" [????????] ครับ
นี่คือเบื้องลึกที่จีนพยายามใช้เป็น หมากแก้เกมระดับโลก:
1. 11 ชั่วโมงสุดท้าย: จาก "จุดแตกหัก" สู่ "โต๊ะเจรจา"
ก่อนหมดเส้นตาย (Deadline) ของทรัมป์ไม่ถึง 2 ชั่วโมง สถานการณ์ตอนนั้นคืออิหร่านปฏิเสธข้อเสนอ 45 วันของปากีสถานและพร้อมสู้ตาย แต่สิ่งที่เปลี่ยนเกมคือการต่อสายตรงจากปักกิ่ง:
Decisive Nudge: แหล่งข่าวระบุว่าจีนใช้ "อำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจ" ทั้งหมดที่มี กดดันให้อิหร่านยอมถอยเพื่อเปิด ช่องแคบฮอร์มุซ โดยแลกกับการที่จีนจะการันตีความปลอดภัยและไม่ปล่อยให้อิหร่านถูกทำลายแบบถอนรากถอนโคน
The Invisible Hand: แม้ทรัมป์จะให้เครดิตปากีสถานเพื่อรักษาหน้าและเลี่ยงภาพลักษณ์ว่าต้องพึ่งพาจีน แต่ทรัมป์เองก็ได้ยอมรับกับสื่อ (AFP) สั้นๆ ว่า "ผมได้ยินมาว่าใช่... จีนมีส่วนสำคัญ"
2. ทำไมจีนถึงยอมออกตัวแรงในวินาทีสุดท้าย?
Energy Security (ไม่ใช่เรื่องมนุษยธรรม แต่เป็นเรื่องปากท้อง): จีนรู้ดีว่าถ้าช่องแคบฮอร์มุซปิดถาวร ราคาน้ำมันโลกที่พุ่งเกิน $120 จะทำให้เศรษฐกิจจีนพังพินาศ การหยุดยิงครั้งนี้คือการกู้ชีพกลไกพลังงานของจีนเอง
Leverage over Iran: จีนคือลูกค้ารายใหญ่ที่สุดและเป็นท่อน้ำเลี้ยงเดียวที่เหลืออยู่ของอิหร่าน การที่จีนขู่ว่าจะระงับความช่วยเหลือหรือลดการนำเข้าน้ำมัน คือ "อาวุธ" ที่ทรงพลังกว่าขีปนาวุธของสหรัฐฯ ในนาทีนั้นครับ
3. หมากเด็ด: "China-Pakistan Duo"
จีนใช้แผน "หน้าฉาก-หลังฉาก" ครับ โดยให้ปากีสถานทำหน้าที่เป็นพนักงานส่งสาร (Messenger) ที่ดูเป็นกลาง แต่เนื้อหาในสารและการบีบให้ยอมรับเงื่อนไขมาจากปักกิ่ง
วิธีนี้ช่วยให้จีนดูเป็น "ผู้สร้างสันติภาพ" (Global Peacemaker) โดยไม่ต้องปะทะกับสหรัฐฯ ตรงๆ และยังเป็นการตอกย้ำว่า ในยุค 2026 "ถ้าไม่มีจีน ปัญหาระดับโลกก็แก้ไม่ได้"
หยุดน้ำมันวันนี้ เพื่อ "หย่าขาด" ในวันหน้า (แผนชาติฉบับที่ 15)
ทำไมจีนถึงต้องรีบดับไฟสงคราม? เพราะจีนต้องการ "ซื้อเวลา" เพื่อทำตาม แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (2026-2030):
Energy Sovereignty: จีนประกาศในแผนฉบับนี้ว่า "พลังงานคือความมั่นคง" และเป้าหมายคือการลดการนำเข้าน้ำมันดิบลงอย่างต่อเนื่อง โดยแทนที่ด้วยพลังงานที่ผลิตเองได้ในประเทศ
นิวเคลียร์และฟิวชัน: จีนกำลังทุ่มงบวิจัย "ดวงอาทิตย์เทียม" (Nuclear Fusion) สูงถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์ต่อปี เพื่อเป็นชาติแรกที่กุมพลังงานไร้ขีดจำกัดและไม่ต้องง้อน้ำมันจากใครอีก
ยุทธศาสตร์ "คุมปลั๊กไฟโลก"
จีนไม่ได้แค่จะเลิกใช้น้ำมัน แต่กำลังทำให้โลกทั้งใบต้องพึ่งพาสินค้าจีนเพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงาน:
The New Three: จีนครองส่วนแบ่งตลาดโลกเบ็ดเสร็จทั้ง แผงโซลาร์, แบตเตอรี่ลิเธียม และ EV
สงครามน้ำมันปี 2026 กลายเป็น "ตัวเร่ง" ให้รถยนต์ไฟฟ้าจีน (BYD, Xiaomi, Geely) ทำยอดขายถล่มทลายทั่วโลก เพราะผู้คนเริ่มขยาดค่าน้ำมันที่ผันผวนตามภาวะสงคราม
จีนกำลังเปลี่ยนสถานะจาก "ผู้ซื้อน้ำมัน" กลายเป็น "ผู้คุมระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่ของโลก"
mBridge & BRICS Pay: จบยุคดอลลาร์ครองโลก
ในปี 2026 นี้ จีนกำลังผลักดันระบบ mBridge และ BRICS Pay ให้เสร็จสมบูรณ์ เพื่อใช้ซื้อขายพลังงานสะอาดและแร่ธาตุหายากกับพันธมิตรโดยไม่ต้องผ่านระบบดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นการสร้าง "เกราะป้องกัน" การถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจแบบถาวร
มุมมองทางยุทธศาสตร์ โดย ณัฏฐ์ มงคลนาวิน
"จีนกำลังพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า ในปี 2026 อำนาจทางการทหารอาจจะสร้างสงครามได้ แต่ 'อำนาจทางการค้าและเทคโนโลยีสะอาด' ต่างหากคือสิ่งที่กำหนดทิศทางของโลก จีนไม่ได้แค่หยุดสงครามเพื่อเอาตัวรอดไปวันๆ แต่เขากำลังใช้จังหวะที่โลกวุ่นวาย เร่งเครื่องขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในยุคพลังงานใหม่ที่น้ำมันจะไม่มีความหมายอีกต่อไป"
คุณมองว่าหมากที่จีนเดินในครั้งนี้ จะเป็นการปิดฉากอิทธิพลของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางไปเลยไหมครับ? แล้วไทยละครับเราควรอยู่ตรงไหน?
ณัฏฐ์ มงคลนาวิน
9 เมษายน 2569
#สงครามอิหร่าน2026 #จีน #ระเบียบโลกใหม่ #Geopolitics #พลังงานสะอาด #BRICS #ความมั่นคงทางพลังงาน #ChinaStrategy #ณัฏฐ์มงคลนาวิน
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี