วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569
เอ็ดดี้ โต้เดือด ด้อมพี ลั่น อ่านให้แตก ก่อนแบกจนหลงทาง
เมื่อวันที่ 29 มี.ค.2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ "เอ็ดดี้" นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "แด่ผู้ที่นำโพสต์ผมไปแขวน
“อ่านให้แตก ก่อนแบกจนหลงทาง"
#อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ
โพสต์ของผมเมื่อวานประเด็นคุณพีระพันธ์ตำหนิคุณศุภจี
ผมตั้งใจนำเสนอข้อเท็จจริงแต่กลับถูกคนของคุณพีระพันธ์โจมตีด้วยการเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่นที่บิดเบี้ยวไป
ขอบคุณที่ให้ความสนใจโพสต์ของผม แต่ดูเหมือนหลายคนจะเกิดอาการ "อ่านไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด"
สิ่งที่ทั้ง “คุณรอยตุ๊และคุณเดชา” ทำเหมือนกันคือ การสร้างประเด็นใหม่ที่ผมไม่ได้พูดขึ้นมาโจมตีผม เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากคำถามหลักที่ผมตั้งไว้
โดยการลากประเด็นไปเรื่องข้อกฎหมายเชิงลึก ทั้งๆ ที่แก่นของโพสต์ผมมีแค่ 2 คำถามง่ายๆ ที่พวกคุณไม่ยอมตอบ
ประเด็นหลักที่ผมโพสต์ (แต่พวกคุณจงใจข้ามไป)
โพสต์ต้นทางของผมมีคำถามหลักแค่ 2 ข้อ ซึ่งทั้งสองคน "ตอบไม่ตรงคำถาม" และหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึง
1. ความสม่ำเสมอของวุฒิภาวะ
ทำไมคุณพีระพันธุ์ถึงใช้คำว่า "ประเทศไหนวะ" กับรัฐมนตรีหญิง ทั้งที่ปกติคุณพีระพันธุ์มีภาพลักษณ์เป็นสุภาพบุรุษ?
2. ความย้อนแย้งในตัวเอง
ทำไมตอนคุณพีระพันธุ์เป็น รมว.พลังงาน ถึงยอมรับออกสื่อว่า "ตนเองไม่มีอำนาจเพราะกฎหมายเขียนไว้ผิดพลาด" แต่พอมาวันนี้กลับโจมตี รมว.พาณิชย์ ว่าทำไมไม่ใช้อำนาจ?
ผมไม่ได้โจมตีคุณพีระพันธ์เรื่องอื่นใด ยกเว้น
ผมเน้นว่า คุณพีระพันธุ์ยอมรับเองว่า “ในกฎหมายผมไม่มีอำนาจอะไรสักอย่างเลย รัฐมนตรีไม่มีอำนาจอะไรเลยเพราะระบบของบ้านเราวางกฎหมายไว้ผิดพลาด” ซึ่งผมไม่ได้เห็นแย้งกับคำพูดในประเด็นนี้ของคุณพีระพันธุ์ ผมเห็นด้วยว่ามันคือข้อเท็จจริง
แต่ในเมื่อคุณพีระพันธุ์ทราบข้อจำกัดดังกล่าว ทำไมคุณพีระพันธ์ถึงไปโจมตีคุณศุภจี
ที่สำคัญ คุณพีระพันธ์ มีภาพพจน์เป็นผู้ดี เป็นสุภาพบุรุษ ทำไมพูดไปถึงคุณศุภจีซึ่งเป็นสุภาพสตรีด้วยประโยคไม่สุภาพและดูเป็นนักเลง ไม่เป็นสุภาพบุรุษที่ควรพูดกับสุภาพสตรีว่า “รัฐมนตรีพาณิชย์บอกไม่มีอำนาจ… ตกลงคุณเป็นรัฐมนตรีพาณิชย์ประเทศไหนวะ”
ที่ผมโพสต์มีแค่ 2 ประเด็นดังกล่าวนี้เท่านั้น
แต่คุณรอยตุ๊กับคุณเดชา เอาผมไปแขวนแล้วเปลี่ยน 2 ประเด็นของผมไปเป็นเรื่องอื่นซึ่งผมไม่ได้กล่าวถึงเลย ซึ่งการเอาผมไปแขวน ทำให้คนอื่นๆ เข้าใจผมผิด
โพสต์ของคุณรอยตุ๊ที่เอาผมไปแขวน เขียนว่า
“อำนาจรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงพลังงาน ต่างกันตามที่กฎหมายเขียนไว้ จะวิจารณ์อะไรความรู้พื้นฐานมันต้องมีก่อนไหม"
ผมขอชี้แจงว่า …..
ผมเห็นด้วยกับสิ่งที่รอยตุ๊พูดมานั้น "ถูกต้อง" และมันคือ สิ่งเดียวกับที่ผมเขียนไว้ในโพสต์ต้นทางเป๊ะ!
ผมได้แจกแจงอำนาจหน้าที่ของ พลังงาน (กำหนดราคา) และ พาณิชย์ (คุมป้าย/หัวจ่าย) ไว้อย่างชัดเจนแล้ว
อย่างไรก็ตาม การที่รอยตุ๊บอกว่าอำนาจต่างกันตามกฎหมาย ยิ่งเป็นการ "ตบหน้าคุณพีระพันธุ์" ทางอ้อม เพราะถ้ารู้ว่ากฎหมายแบ่งอำนาจไว้ต่างกัน แล้วคุณพีระพันธุ์จะไปทวงถามอำนาจจัดการโครงสร้างราคาน้ำมันจากกระทรวงพาณิชย์ทำไม?
คำถามคือ รอยตุ๊ได้อ่านโพสต์ของผมก่อนเอาผมไปแขวนหรือไม่ หรืออ่านแล้วไม่เข้าใจว่า ผมเขียนเรื่องเดียวกับที่รอยตุ๊เขียนเป๊ะ หรือเพราะอคติบังตา?
โพสต์ของคุณเดชาที่เอาผมไปแขวน
คุณเดชา ร่ายยาวเรื่องนิยามคำว่า "คุม vs ควบคุม" และ "ตั้งราคา vs กำหนดราคา" โดยอ้างว่าพลังงานแค่ "ตั้งราคา" แต่พาณิชย์คือผู้มีอำนาจเดียวที่ "กำหนดราคา" และสรุปว่าคุณมีความรู้กฎหมายพื้นๆ
ผมเห็นว่า…
มันคือการเล่นคำที่ไม่มีผลทางกฎหมายจริง
กฎหมาย พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ไม่ได้มีการบัญญัติแยกนิยามศัพท์คำว่า "ตั้งราคา" กับ "กำหนดราคา" เพื่อแบ่งแยกอำนาจสองกระทรวงตามที่คุณเดชาพยายามประดิษฐ์วาทกรรมขึ้นมาเอง
(1) ถ้าคุณเดชาอ้างว่า กระทรวงพาณิชย์มีอำนาจคุมกฎทั้งหมดและเป็นผู้ประกาศ "กำหนดราคา" เพียงผู้เดียว
คำถามคือ ทำไมตอนที่คุณพีระพันธุ์เป็น รมว.พลังงาน ถึงออกมาให้สัมภาษณ์ว่า "รัฐมนตรีไม่มีอำนาจอะไรเลย เพราะระบบกฎหมายวางไว้ผิดพลาด"?
ถ้ากฎหมายมันชัดเจนและทรงพลังขนาดที่คุณเดชาอ้าง ทำไมมือกฎหมายอันดับหนึ่งอย่างคุณพีระพันธุ์ถึงทำอะไรไม่ได้ในตอนนั้น?
(2) คุณเดชาหลงประเด็นไปไกลมาก ผมไม่ได้กำลังเถียงว่าใครมีอำนาจตามมาตราไหน แต่ผมกำลังชี้ให้เห็นถึง "มาตรฐานการแสดงออก" ของอดีตรัฐมนตรี
การยกประมวลกฎหมายมาอธิบายยืดยาว ไม่ได้ช่วยตอบคำถามเลยว่า การใช้คำว่า "ประเทศไหนวะ" กับสุภาพสตรี เป็นสิ่งที่เหมาะสมหรือไม่
นอกจากนี้
สิ่งที่คุณเดชาโพสต์คลาดเคลื่อน หรือ ผิดเพี้ยนไปไกล
(1) กระทรวงพาณิชย์เป็นผู้มีอำนาจเดียวในการ "กำหนดราคาน้ำมัน" : ข้อนี้ คลาดเคลื่อน
แม้น้ำมันจะเป็นสินค้าควบคุม แต่ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด (เช่น คดีแดงที่ 1937/2561) ระบุชัดเจนว่า รัฐได้ยกเลิกการควบคุมราคาขายปลีกน้ำมันตั้งแต่ปี 2534 เพื่อให้เป็นไปตามกลไกตลาดเสรี กกร. และกระทรวงพาณิชย์จึง ไม่มีอำนาจหรือหน้าที่ ในการเข้าไปแทรกแซงหรือกำหนดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงรายวันโดยตรง อำนาจของกระทรวงพาณิชย์ในส่วนนี้จะเน้นไปที่การดูแลไม่ให้เกิดการกักตุนสินค้า และบังคับให้ผู้ค้าปิดป้ายแสดงราคาให้ผู้บริโภคเห็นชัดเจน
(2) การแบ่งแยกคำว่า "คุม vs ควบคุม" และ "ตั้งราคา vs กำหนดราคา" : ข้อนี้เป็น การตีความส่วนตัวของผู้เขียน
พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ใช้คำหลักทางกฎหมายคือ "สินค้าและบริการควบคุม" และมีอำนาจ "กำหนดราคา" แต่ไม่ได้มีการแบ่งแยกนิยามศัพท์ 4 คำนี้เพื่อแย่งชิงอำนาจระหว่างสองกระทรวงในลักษณะที่บทความพยายามกล่าวอ้าง
(3) กระทรวงพลังงานไม่มีอำนาจกำหนดราคา และรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานทำผิดกฎหมายทุกกระทง: ข้อนี้ ผิดจากหลักกฎหมายอย่างสิ้นเชิง
กระทรวงพลังงานมีกฎหมายรองรับโดยตรง เช่น พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ซึ่งให้อำนาจคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน ในการใช้กลไกกองทุนฯ เพื่ออุดหนุนหรือเรียกเก็บเงิน ซึ่งส่งผลต่อการควบคุมและกำหนดทิศทางราคาขายปลีกหน้าปั๊มโดยตรง การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการบริหารจัดการตามอำนาจหน้าที่ ไม่ใช่การทำผิดกฎหมาย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี