วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569
วันที่ 21 มีนาคม 2569 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ หรือ หมอเจด รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า ใครที่กำลังจะไปตรวจสุขภาพ หรือไปตรวจมาแล้วถือใบผลแบบงง ๆ ว่าตัวเลขพวกนี้มันแปลว่าอะไร บางคนเห็นตัวเลขขึ้นนิดเดียวก็เครียด บางคนสูงมากแต่ไม่รู้ว่าควรกังวลแค่ไหน วันนี้ผมจะพาไล่ดู “ค่าที่คนตรวจบ่อยที่สุด” ว่าแต่ละตัวบอกอะไร และควรอยู่ประมาณไหนถึงจะปลอดภัยครับ
1.น้ำตาลในเลือด (Fasting Blood Sugar / FBS)
เป็นค่าพื้นฐานที่เกือบทุกคนตรวจ ใช้ดูความเสี่ยงเบาหวาน
ค่าปกติ: น้อยกว่า 100 mg/dL
เริ่มเสี่ยง (ก่อนเบาหวาน): ประมาณ 100–125 mg/dL
ค่าที่น่าห่วง (เบาหวาน): ตั้งแต่ 126 mg/dL ขึ้นไป
ถ้าสูงเรื้อรัง จะทำลายหลอดเลือด ไต ตา และเส้นประสาทแบบเงียบ ๆ ครับ
2. HbA1c (ค่าน้ำตาลสะสม 3 เดือน)
อันนี้จากต่างจากข้อแรกตรงที่ช่วยดูภาพรวมว่าน้ำตาลเราสูงแค่ช่วงตรวจ หรือสูงมานานแล้วครับ
ค่าปกติ: น้อยกว่า 5.7%
เริ่มเสี่ยง: ประมาณ 5.7–6.4%
ค่าที่น่าห่วง: ตั้งแต่ 6.5% ขึ้นไป
ค่านี้สำคัญมาก เพราะบางคน FBS ปกติ แต่ HbA1c สูง นั่นแปลว่าน้ำตาลแกว่งทั้งวันครับ
3. ไขมันในเลือด (Lipid Profile)
เป็นกลุ่มค่าที่บอกความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
• LDL (ไขมันเลว)
ดี: น้อยกว่า 100 mg/dL
เริ่มสูง: ประมาณ 100–129 mg/dL
น่าห่วง: ตั้งแต่ 130 mg/dL ขึ้นไป
• HDL (ไขมันดี)
ดี: มากกว่า 40 mg/dL ในผู้ชาย และมากกว่า 50 mg/dL ในผู้หญิง
น่าห่วง: ต่ำกว่าค่านี้ เสี่ยงหลอดเลือดอักเสบ
• Triglyceride (ไตรกลีเซอไรด์)
ปกติ: น้อยกว่า 150 mg/dL
เริ่มสูง: ประมาณ 150–199 mg/dL
น่าห่วง: ตั้งแต่ 200 mg/dL ขึ้นไป
ถ้าสูงมากประมาณ 500 mg/dL ขึ้นไป เสี่ยงตับอ่อนอักเสบได้เลยครับ
4. ความดันโลหิต (แม้ไม่ใช่ค่าเลือด แต่ตรวจคู่กันเสมอ)
ค่าปกติ: ต่ำกว่า 120/80 mmHg
เริ่มสูง: ประมาณ 120–129 mmHg (ตัวบน)
ค่าที่น่าห่วง: ตั้งแต่ 140/90 mmHg ขึ้นไป
ความดันสูงจะทำให้หัวใจทำงานหนัก และทำลายหลอดเลือดแบบเงียบ ๆ
5. การทำงานของไต (Creatinine / eGFR)
ใช้ดูว่าไตกรองของเสียได้ดีแค่ไหน
• Creatinine
ปกติ: ประมาณ 0.6–1.2 mg/dL
ค่าที่น่าห่วง: สูงกว่าช่วงนี้ แปลว่าไตเริ่มทำงานแย่ลง
• eGFR
ปกติ: ประมาณ 90 ขึ้นไป
เริ่มเสี่ยง: ประมาณ 60–89
น่าห่วง: ต่ำกว่า 60
ค่าพวกนี้สำคัญมาก เพราะไตเสื่อมช่วงแรกแทบไม่มีอาการเลยครับ
6. การทำงานของตับ (AST / ALT)
อันนี้เราจะใช้ดูว่าตับมีการอักเสบหรือเสียหายไหม
ปกติ: ประมาณ 0–40 U/L
ค่าที่น่าห่วง: มากกว่า 40 U/L ขึ้นไป
อาจเกิดจากไขมันพอกตับ แอลกอฮอล์ หรือผลข้างเคียงจากยา ถ้าสูงเรื้อรังควรตรวจเพิ่มเติม
7. กรดยูริก (Uric Acid)
เกี่ยวข้องกับโรคเก๊าท์ และเมตาบอลิก
ค่าปกติ: ผู้ชายประมาณ 3.5–7.0 mg/dL / ผู้หญิงประมาณ 2.5–6.0 mg/dL
ค่าที่น่าห่วง: สูงกว่าช่วงนี้ เสี่ยงข้ออักเสบ และนิ่วในไต
หลายคนไม่มีอาการ จนวันหนึ่งปวดข้อเฉียบพลันครับ
ค่าเลือดที่เราไปตรวจไม่ใช่แค่ “ตัวเลข” นะครับ แต่คือสัญญาณเตือนล่วงหน้าของโรคเรื้อรัง ทั้งเบาหวาน หัวใจ ไต และตับ ที่สำคัญคือหลายโรค “ไม่มีอาการในช่วงแรก” การตรวจสุขภาพและเข้าใจค่าพวกนี้ จะช่วยให้เราปรับพฤติกรรมได้ทัน ก่อนที่ร่างกายจะเสียหายไปมากกว่านี้ครับ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี