วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569
529.jpg
อั้นไม่ไหวแล้ว ท่าเรือข้ามฟากหลักสมุทรปราการ ปรับค่าบริการเพิ่ม 2 บาท

อั้นไม่ไหวแล้ว ท่าเรือข้ามฟากหลักสมุทรปราการ ปรับค่าบริการเพิ่ม 2 บาท

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.47 น.

อั้นไม่ไหวแล้ว ท่าเรือข้ามฟากหลักของจังหวัดสมุทรปราการ ขอปรับราคาค่าบริการเพิ่ม 2 บาท หลังสถานการณ์น้ำมันขึ้นอย่างต่อเนื่องรับภาระเชื้อเพลิงไม่ไหวแล้ว

31 มีนาคม 2569 จากกรณีน้ำมันในประเทศไทยได้มีการขยับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องและล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 30 มี.ค.69 ได้มีการปรับราคาน้ำมันทั้งทุกชนิด ซึ่งโดยแบ่งแบ่ง น้ำมันดีเซลจากเดิม 38.94 เป็น 40.74 บาท เพิ่ม 1.80 บาท และเพิ่มราคาขึ้นอีก 1 บาท ในราคาน้ำมันแก็สโซฮอล์ 95 จากเดิม 41.05 เป็น 42.05 บาท น้ำมันแก็สโซฮอล์ 91 จากเดิม 40.68 เป็น 41.68 บาท เพิ่ม  น้ำมันแก็สโซฮอล์ E 20 จากเดิม 36.05 เป็น 37.05 บาท และน้ำมันแก็สโซฮอล์ E 85  จากเดิม 32.79 เป็น 33.79 บาท ทำให้ธุรกิจต่างๆที่ต้องใช้น้ำมันได้ผลกระทบอย่างหนัก


เมื่อเวลา 11.30 น. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เดินทางไปยังท่าเรือข้ามฟากของจังหวัดสมุทรปราการ คือ ท่าเรือพระสมุทรเจดีย์-ตลาดวิบูลย์ศรี ซึ่งเป็นท่าเรือข้ามฝากหลักของจังหวัดสมุทรปราการที่มีมายาวนานกว่าหลาย 10 ปี เป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมระหว่างฝั่งตัวเมืองจังหวัดสมุทรปราการและฝั่งอำเภอพระสมุทรเจดีย์และใกล้เคียง อีกทั้งยังลดระยะทางและเวลาการเดินทางลงเหลือแค่ 10 นาทีหากน้ำไม่ลดลงต่ำ ก่อนที่จะมีเส้นทางการเดินทางเพิ่มขึ้นในระยะหลังคือ สะพานภูมิพลและสะพานกาญจนาภิเษก ที่สามารถขับรถข้ามไปได้แต่ระยะทางเพิ่มขึ้นและเส้นทางบางเส้นทางเสียค่าบริการ โดยท่าเรือข้ามฝากได้รับผลกระทบอย่างหนักในสถานการณ์น้ำมันขึ้นแต่ยังคงราคาค่าบริการคงเดิมไว้ก่อน

ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนางสาว อรทัย. จันทร์ธำรง ผู้จักการท่าเรือพระสมุทรเจดีย์ ถึงปัญหาสถานการณ์น้ำมัน ณ.ปัจจุบันว่า ทางท่าเรือข้ามฝากได้รับผลกระทบเยอะมาก อย่างแรกเรือวิ่งบริการประชาชนในแต่ละวันนั้นใช้น้ำมันเยอะประมาณ 400-500 ลิตรต่อวันและตอนนี้ในช่วงแรกเป็นการขาดน้ำมันน้ำมันไม่มีทางเราต้องวิ่งหาซื้อน้ำมันเองเพราะว่ารถน้ำมันที่เคยส่งให้ทางท่าเรือไม่ได้มาส่งให้เหมือนอีกเดิมแล้ว ต้องตะเวนหาน้ำมันเพื่อนำมาเติมเรือบางปั๊มยังพอมีให้แต่บางปั๊มมีไม่เพียงพออีกทั้งน้ำมันยังมาปรับราคาขึ้น อีกทั้งผู้โดยสารที่มาใช้บริการมีจำนวนที่ลดลงแต่เรือยังคงให้บริการปกติจากเดิมที่เรือวิ่งเยอะจำเป็นต้องลดจำนวนลงเพื่อประหยัดน้ำมันกลัวไม่มีน้ำมันใช้และผู้โดยสารจะไม่ได้ข้ามฝั่ง หากจะปิดให้บริการตนคิดว่าไม่น่าได้ทางเราจำเป็นต้องขวนขวายหาน้ำมันมาบริการประชาชน ในส่วนการจัดการการให้บริการประชาชนนั้นจากเดิมจะวิ่งบริการในช่วงเช้าจำนวน 5 ลำและช่วงบ่ายจำนวน 5 ลำรวม 10 ลำ ช่วงหลังมานี้ที่ได้รับผลกระทบเรื่องน้ำมันจะลดเหลือ ในช่วงเช้าจำนวน 4 ลำและช่วงบ่ายจำนวน 4 ลำ รวม 8 ลำ แต่ใน 4 ลำ หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมาวันที่ 30 มี.ค.69 สถานการณ์น้ำมันในประประเทศได้ปรับตัวขึ้นอีกโดยเฉพาะน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 1.80 บาท เท่ากับปัจจุบันนี้นำมันดีเซลยังอยู่ในราคา 40.74 บาท ซึ่งมีผลกระทบกับการให้บริการเป็นอย่างมากจึงขอขยับราคาค่าบริการเพิ่มขึ้นจากเดิมในราคาประชาชน 6 บาทเป็น 8 บาท ในส่วนนักเรียนและข้าราการในเครื่องแบบจากเดิม 3 บาทเป็น 4 บาท โดยเริ่มในเวลา 04.30 น.ของวันที่ 1 เม.ย.69 นี้ ซึ่งเป็นเรือเที่ยวแรกที่เปิดให้บริการ

ทางด้านผลกระทบกับผู้ใช้บริการเรือข้ามฟากนั้น ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นางสาว วันวิสา ทิมแก้ว อายุ 44 ปี ผู้ที่ใช้บริการเรือข้ามฟากแห่งนี้ว่า ตนมาใช้บริการเรือข้ามฟากแห่งนี้มานานกว่า 5 ปี โดยจะข้ามฝั่งอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง เพราะว่ามาทำงานในบริษัทย่านพระสมุทรเจดีย์แต่มีบ้านพักอยู่ฝั่งปากน้ำโดยเสียค่าโดยสาร 6 บาท ซึ่งในวันพรุ่งนี้ 1 เม.ย.69 ทางท่าเรือจะปรับขึ้นราคาค่าบริการจาก 6 บาทเป็น 8 บาทนั้น ตนเพิ่งทราบข่าวและมีผลกระทบกับการเดินทางด้วยเพราะว่าเราเป็นผู้โดยสารจึงไม่อยากให้ค่าเรือแพงขึ้นแต่เราเข้าใจกับเรื่องค่าน้ำมันที่แพงขึ้นทำให้ผู้ประกอบการมีผลกระทบและเราก็ยังมีผลกระทบอีกด้วย ถ้าทางที่ดีไม่ขึ้นราคาจะดีกว่า เพราะว่าการนั่งเรือข้ามฟากที่นี่เป็นการลดระยะทางและลดเวลาการเดินทางได้ดี ตนเคยนั่งรถโดยสารประจำทางข้ามฟากแล้วจะรอนานและเพิ่มระยะทางและเวลาการเดินทางอย่างมากจึงมาใช้บริการเรือข้ามฟากดีกว่าทั้งลดเวลาและระยะในการเดินทาง

ตนอยากจะฝากไปถึงทางผู้บริหารประเทศอยากจะให้ช่วยในราคาน้ำมันช่วยประชาชนให้ดีขึ้นไม่ใช่ว่าจะขึ้นค่าน้ำมันทำให้ทุกคนได้รับผลกระทบทั้งหมด ในส่วนประชาชนคนอื่นยังได้กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าได้รับผลกระทบอย่างมากอย่างเช่นคุณป้าวัย 80 ปี ที่ใช้บริการเรือข้ามฟากทุกวันเล่าว่า ตนเปิดร้านเสริมสวยอยู่ฝั่งปากน้ำต้องมาใช้บริการข้ามฟากที่นี่ทุกวันตนได้รับผลกระทบหลายอย่างทั้งในร้านเสริมสวยในช่วงนี้ลูกค้าเริ่มน้อยลงและค่าใช้จ่ายในร้านยังเท่าเดิมและบางเดือนก็มีเพิ่มขึ้น ในส่วนทางท่าเรือข้ามฟากจะปรับราคาขึ้นนั้นตนไม่ค่อยจะได้รับผลกระทบเท่ารัยแต่คนอื่นๆ ตนไม่ทราบเพราะว่าตนพอจะมีรายได้ใช้จ่ายประจำวันอยู่แล้วจึงไม่ค่อยมีผลกระทบแต่คนอื่นๆที่มีรายได้น้อยอาจจะกระทบเป็นอย่างมาก ส่วนค่าครองชีพนั้นตนตอบเลยว่ามีผลกระทบอย่างมากทั้งค่าลูกน้อง ค่าใช้จ่ายในร้านและจิปาถะอื่นๆ ตนต้องยอมทนกันไป จึงอยากจะฝากให้นายกรัฐมนตรีช่วยแก้ปัญหาปากท้องชาวบ้านด้วย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top