533.jpg
จุดเริ่มต้น น้องทับทิม โดนบูลลี่จนชีวิตพัง พ่อน้ำตาซึมหลังเห็นแชต ชมคลิป

จุดเริ่มต้น น้องทับทิม โดนบูลลี่จนชีวิตพัง พ่อน้ำตาซึมหลังเห็นแชต ชมคลิป

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.15 น.

กลายเป็นกระแสร้อนแรงราวกับไฟลามทุ่งบนโลกออนไลน์ หลังคุณพ่อน้องทับทิมออกมาเปิดเผยเรื่องราวสุดสะเทือนใจของลูกสาวที่ต้องเผชิญกับการบูลลี่และคุกคามทางโซเชียลยาวนานถึง 2 ปี จนสภาพจิตใจบอบช้ำอย่างหนัก และต้องตัดสินใจพักการเรียนในที่สุด

ชนวนเหตุสะเทือนใจนี้เริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน โดยมีชายหนุ่มอักษรย่อ ย. วัย 29 ปี ชาวจังหวัดลพบุรี ทักข้อความมาหาในลักษณะเชิงชู้สาวต่อเนื่องนานกว่า 1 ปี แต่เมื่อน้องทับทิมไม่เล่นด้วย ชายคนดังกล่าวกลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ทั้งส่งข้อความด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย และบูลลี่สภาพร่างกายของเธออย่างรุนแรง


น้องทับทิม

และนอกจากนี้ยังมีการนำคลิปวิดีโอของเธอไปโพสต์ประจานในกลุ่มโซเชียลต่าง ๆ ทำให้มีหลายคนในโลกโซเชียลเข้ามาร่วมรุมด่าทอและล้อเลียนกันเป็นจำนวนมาก เป็นการกระทำที่สร้างความอับอายและกดดันทางจิตใจต่อเด็กผู้หญิงคนหนึ่งอย่างต่อเนื่อง

ด้านคุณพ่อน้องทับทิม นักกีฬาเพาะกายชื่อดัง ออกมาเปิดเผยเรื่องราวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวด้วยความสะเทือนใจว่า หลังเห็นข้อความที่ลูกสาวนำมาให้ดู ยอมรับไม่คาดคิดว่าจะมีใครใจร้ายทำร้ายจิตใจผู้พิการได้รุนแรงขนาดนี้ ตนเองรู้สึกสะเทือนใจอย่างมากหลังจากเห็นข้อความที่ลูกสาวนำมาให้ดู โดยไม่คาดคิดว่าคนเราจะสามารถใช้คำพูดทำร้ายจิตใจผู้อื่นได้รุนแรงขนาดนี้ โดยเฉพาะกับผู้ที่มีข้อจำกัดทางร่างกายตั้งแต่กำเนิด

น้องทับทิม

พ่อยืนยันว่าเรื่องนี้ส่งผลกระทบถึงชีวิตจริง น้องทับทิมมีอาการเครียดสะสมจนสภาพจิตใจย่ำแย่ ต้องเข้ารับการตรวจรักษาจากแพทย์ และในที่สุดครอบครัวต้องตัดสินใจให้ลูกสาวพักการเรียนเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง โดยฝั่งครอบครัวผู้ก่อเหตุแม้จะติดต่อมาขอขมา แต่ทางคุณพ่อยืนยันไม่รับคำขอโทษและจะเดินหน้าดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อให้เป็นกรณีตัวอย่างในสังคม

ในขณะที่ฝั่งผู้ก่อเหตุได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการหนึ่ง โดยยอมรับว่าทำจริงแต่เป็นเพียงการแกล้งเล่น และยืนยันว่าตนเองไม่ได้มีอาการป่วยทางจิตแต่อย่างใด คำชี้แจงนี้ยิ่งจุดชนวนให้ชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการกระทำที่ขาดจิตสำนึกและไม่มีความรับผิดชอบต่อความรู้สึกของเพื่อนมนุษย์

น้องทับทิม

ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 บริษัทต้นสังกัดของชายหนุ่มคนดังกล่าวที่ถูกพาดพิงเนื่องจากมีภาพผู้ก่อเหตุสวมชุดยูนิฟอร์มปรากฏในข่าว ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า นายยศกร (ผู้ก่อเหตุ) เคยเป็นพนักงานของบริษัทจริง แต่ได้พ้นสภาพการเป็นพนักงานไปตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม 2568 แล้ว

บริษัทฯ ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมส่วนบุคคลดังกล่าว และมีนโยบายชัดเจนในการไม่สนับสนุนการ Cyberbullying หรือการคุกคามทุกรูปแบบ โดยเฉพาะต่อผู้พิการ พร้อมแสดงความเสียใจและยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์

น้องทับทิม

ทางด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเคียงข้างน้องทับทิมและครอบครัวทันที โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนถึงทัศนคติที่ผิดพลาดต่อผู้พิการ พร้อมชี้ว่าเป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องทลายอคติเหล่านี้ และสร้างสังคมที่มองเห็น ความเป็นคน ก่อน ความบกพร่อง พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย โดยมีข้อความทั้งหมดว่า "จากกรณีการคุกคามทางออนไลน์ต่อน้องทับทิม นิสิตมหาวิทยาลัยมหิดล จากคนบางกลุ่ม โดยการนำความพิการทางร่างกายมาล้อเลียนเป็นระยะเวลานานถึง 2 ปี ซึ่งได้สร้างบาดแผลทางจิตใจและส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของผู้เสียหายและครอบครัว ผมขอร่วมส่งกำลังใจและแสดงจุดยืนเคียงข้างน้องทับทิมกับคุณพ่อ และขอยืนยันในหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ว่าไม่ควรมีใครถูกคุกคามและลดทอนคุณค่าจากความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นทางร่างกาย จิตใจ หรือสติปัญญา

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงทัศนคติของคนบางกลุ่มต่อผู้พิการ แต่ยังตอกย้ำความเหลื่อมล้ำในสังคม ซึ่งนี่คือหน้าที่ของรัฐในการทลายอคติทางสังคมที่มีต่อผู้พิการ โดยการลบภาพจำที่ผิดพลาดและสร้างความเข้าใจต่อความหลากหลายของมนุษย์ ให้สังคมมองเห็น ‘ความเป็นคน’ ก่อน ‘ความบกพร่อง’ เพื่อให้เกิดการยอมรับความแตกต่างอย่างยั่งยืน และที่สำคัญคือรัฐจะต้องลดช่องว่างและอุปสรรคทางกายภาพ สนับสนุนหลักการออกแบบที่เป็นสากล เพื่อทำให้ผู้พิการสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและไร้ข้อจำกัด เท่าเทียมกับคนทั่วไปในสังคม

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

พรรคเพื่อไทยเชื่อมั่นว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมกับสิทธิและศักดิ์ศรีอันละเมิดไม่ได้ และในฐานะที่เรามีบทบาทนำในกระทรวงที่เกี่ยวกับทุนมนุษย์ เราพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สนับสนุนแนวคิดการยอมรับความแตกต่างที่เริ่มได้ตั้งแต่ในห้องเรียน จวบจนถึงการสร้างระบบการทำงานที่โอบรับคนทุกกลุ่ม และปฏิรูปสวัสดิการให้เท่าเทียม เพื่อทำให้สังคมไทยเป็นพื้นที่สำหรับทุกคน

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเป็นธรรมต่อผู้เสียหาย รวมถึงเป็นหลักประกันต่อหลักการสิทธิมนุษยชน ผมขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีต่อการกระทำผิดในครั้งนี้ เพื่อไม่ให้มีใครต้องเผชิญเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคตครับ"

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

หลังจากที่โพสต์ของ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เผยแพร่ลงมาบนโบลกโซเชียล กลายเป็นกระแสเผ็ดร้อนยิ่งกว่าพริกทั้งสวน ทำเอาชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันอย่างถล่มทลายกับกรณีที่เกิดขึ้นของน้องทับทิม เช่น

"แจ้งความแล้วไม่คืบหน้าติดต่อศูนย์ดำรงธรรมครับ ปัญหาพวกนี้ตำรวจนิ่งเคยมีปัญหาแล้วแจ้งตำรวจแล้วเงียบพอไปร้องศูนย์ดำรงธรรมตำรวจมาจัดการอย่างไว"

"ดีค่ะจากการที่เคยไปทำงานต่างประเทศ นานาประเทศเค้าไม่เคยด้อยค่าคนพิการเลยเค้าเพียงแต่มองหาศักยภาพของคนเหล่านั้นว่าเหมาะกับงานประเภทไหนตำแหน่งใดไม่มีใครมองเหยียดความเป็นผู้พิการจากสังคมและเพื่อนร่วมงานเลย ผิดกับบ้านเราพอมองว่าพิการก็ตัดเค้าออกจากสังคมซ้ำเติมโดยการไม่จ้างทำให้ประเทศเกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้นเรื่อย ๆ"

"พ่อจ๋านำ้มันจะขึ้นก็ให้ขึ้นไป แต่ไดโปรดเก็บโครงการ30บาทรักษาทุกโรคไว้ด้วยได้มั้ยคะหากตรึงไม่ได้หรือจะขึ้นราคาจาก30บาทรักษาทุกโรคให้เป็นเท่าไรก็ได้ขออย่าเกินสามร้อยบาทรักษาทุกโรคได้มั้ยคะ "

"ขอบคุณที่มองเห็นคนทุกคนนะครับ"

"+1000000เห็นด้วยค่ะกุ้งว่าน่าจะจัดการกับคนประเภทนี้สักครั้งเถิดค่ะเพื่อจะได้ไม่มีใครเอาเยี่ยงอย่างที่ลดทอนความเป็นคนแต่สังคมบนโลกออนไลน์ช่างน่ากล้วสุดๆมีแต่สร้างความเกลียดชังรังเกลียดและด้อยค่ากุ้งไม่เห็นด้วยเลยนะ***คนเราเลือกเกิดให้ครบ32โดยสมบูรณ์ของร่างกายไม่ได้แต่พวกเค้าก็มีศักดิ์ศรีความเป็นคน=กันนะจ้ะ"

"หน. หนิมฝุ่นภาคเหนือมันแย่มากจริงๆ ช่วยหน่อยค่า"

"ขอบคุณ​ครับหัวหน้า"

"ผมเพื่อไทยสองใบครับกำลังหางานทำอยู่ครับผม"

น้องทับทิม

น้องทับทิม

>>> ชมคลิป 1 คลิกที่นี่ <<<

>>> ชมคลิป 2 คลิกที่นี่ <<<

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Pana Suttineum, เฟซบุ๊ก จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, ROYS Services - บริษัท รอยส์ เซอร์วิส จำกัด

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top