533.jpg
หมอวี ลั่นปีนี้เผาจริง! 3 ปัญหาใหญ่กระทบระบบสาธารณสุข ท้ายที่สุดเดือดร้อนถึงประชาชน

หมอวี ลั่นปีนี้เผาจริง! 3 ปัญหาใหญ่กระทบระบบสาธารณสุข ท้ายที่สุดเดือดร้อนถึงประชาชน

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.13 น.

วันที่ 25 เมษายน 2569 นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ปีนี้เผาจริง ผมเตือนมาตลอด!

ย้ำ! ไม่คิดล้มบัตรทองแต่กำลังชี้ปัญหาและพยายามทำให้ดีขึ้น


โรงพยาบาลรัฐกำลังล้ม — และท้ายที่สุดคนที่จะเดือดร้อนคือประชาชน

ช่วงนี้มีข่าวในแวดวงสาธารณสุขที่น่าเป็นห่วงหลายเรื่องพร้อมกัน ผมอยากเล่าให้ฟังตรงๆ ในฐานะหมอที่ทำงานในระบบมาหลายปี และในฐานะ สว.คณะกรรมาธิการสาธารณสุข

เรื่องที่ 1

สงครามในกรุงเทพ: UHOSNET vs สปสช.เขต 13 เครือข่ายโรงเรียนแพทย์ UHOSNET ประกาศจะดำเนินคดีทางกฎหมาย หากสปสช.เขต 13 กรุงเทพ ไม่ยกเลิกมติที่ประชุมวันที่ 9 เม.ย. ซึ่งเปลี่ยนวิธีจ่ายเงินค่าบริการผู้ป่วยนอก (OP) มาเป็นระบบ point system ส่งผลให้โรงพยาบาลได้รับเพียง 79–88% ของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง  และที่หนักยิ่งกว่า มติดังกล่าวออกโดยประธานแต่เพียงผู้เดียว ทั้งที่มีกรรมการคัดค้าน โดยไม่มีการลงคะแนนเสียง  สำหรับโรงพยาบาลในกรุงเทพที่รับส่งต่อคนไข้จากทั่วประเทศอยู่แล้ว การถูกตัดรายได้อีก 12–21% คือแรงกระแทกที่รับไม่ได้ในสภาวะที่เงินบำรุงกำลังติดลบอยู่

เรื่องที่ 2 

ตัวเลขที่บอกว่าระบบกำลังพัง โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 902 แห่ง มีเงินบำรุงติดลบแล้วถึง 495 แห่ง คิดเป็น 55%  ปี 2566 ตัวเลขนี้อยู่ที่ 18% เท่านั้น ใน 2 ปี พุ่งจาก 18% เป็น 55% นี่ไม่ใช่วิกฤต — นี่คือการล่มสลายแบบช้าๆ เงินบำรุงหายไปปีละประมาณ 15,000 ล้านบาท  ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยน คำนวณเองได้เลยว่าจะถึงจุดแตกเมื่อไหร่ เมื่อโรงพยาบาลไม่มีเงิน สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามลำดับคือ ซื้อยาไม่ได้ ซ่อมเครื่องมือไม่ได้ จ่ายโอทีไม่ได้ แล้วบุคลากรก็ทยอยลาออก ท้ายที่สุดคือคิวรักษายาวขึ้น คุณภาพการรักษาลดลง และคนที่ไม่มีเงินซื้อประกันเอกชน — ซึ่งก็คือคนส่วนใหญ่ของประเทศ — คือคนที่รับผลกระทบเต็มๆ

เรื่องที่ 3 

หมอและพยาบาลต่างจังหวัดกำลังจะหายไป “ฉ.11” คือเงินค่าตอบแทนพิเศษที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 2548 เพื่อจูงใจให้บุคลากรทางการแพทย์ยอมทำงานในพื้นที่ทุรกันดาร พื้นที่ชายแดน พื้นที่เสี่ยงภัย แทนที่จะลาออกไปทำโรงพยาบาลเอกชนในเมือง แต่รัฐบาลที่เคยจัดสรรเงินส่วนนี้ให้ 100% คิดเป็นประมาณ 7,500 ล้านบาท ปัจจุบันเหลือแค่ 20% หรือราว 1,500 ล้านบาทเท่านั้น ที่เหลืออีก 80% โรงพยาบาลต้องควักเงินบำรุงของตัวเองจ่ายให้บุคลากร รวมแล้วกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี 

แปลว่าอะไร? แปลว่าหมอและพยาบาลในอำเภอห่างไกลที่ยอมอยู่ที่นั่น ส่วนหนึ่งเพราะเงินค่าตอบแทนพิเศษนี้ แต่ตอนนี้ รพ.หลายแห่งค้างจ่ายเงินแก่บุคลากร ถ้าวันไหนโรงพยาบาลจ่ายไม่ไหว — บุคลากรก็ไม่มีเหตุผลจะอยู่ต่อ ประชาชนในอำเภอนั้นจะเหลืออะไร? ผลกระทบที่ประชาชนจะได้รับ

ถามว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับเราอย่างไร?

คนไข้บัตรทองคือคนส่วนใหญ่ของประเทศ — กว่า 47 ล้านคน เมื่อโรงพยาบาลไม่มีแรงจ่ายค่าตอบแทนบุคลากร หมอ พยาบาล เภสัชกร ก็ไม่มีเหตุผลจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล คิวยาวขึ้น ยาขาด เครื่องมือชำรุดแต่ซ่อมไม่ได้ และในที่สุด — ประชาชนต้องจ่ายเอง หรือไม่ก็ไม่ได้รักษา ระบบสาธารณสุขที่ดีคือรากฐานของความมั่นคงของชาติ ไม่แพ้การทหารหรือเศรษฐกิจ ช่วยกันแก้ปัญหานะครับและอย่าสร้าง FaKe NEWS ว่าใครจะล้มบัตรทองอีก เพราะไม่มีใครคิดครับ

นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย

สมาชิกวุฒิสภา

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top