538.jpg
สะท้อนวิกฤตหมอ 'ปฐม อินทโรดม'เปิด 6 พฤติกรรม Toxic ที่ทำ'หมอ-พยาบาล'หมดใจ จนหนีออกจากระบบ

สะท้อนวิกฤตหมอ 'ปฐม อินทโรดม'เปิด 6 พฤติกรรม Toxic ที่ทำ'หมอ-พยาบาล'หมดใจ จนหนีออกจากระบบ

วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.38 น.

วันที่ 3 มิถุยายน 2569 นาย ปฐม อินทโรดม กรรมการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ  ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและธุรกิจดิจิทัลแถวหน้าของไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Pathom Indarodom  ระบุว่า  ช่วงนี้ของทุกปีเป็นเทศกาล “ลาออก” ของหมอ Intern ทั่วราชอาณาจักร บางโรงพยาบาลหมอลาออกพร้อมกันเป็นสิบคน จนหลายคนคิดว่าประเทศไทยขาดแคลนหมอ แล้วก็เปิดคณะแพทย์เพิ่มกันเป็นล่ำเป็นสัน

ผมเชื่อว่า ปัญหาในหลายพื้นที่ไม่ได้เริ่มจากจำนวนหมอไม่พออย่างเดียว แต่อาจเริ่มจากเรื่องง่าย ๆ อย่าง “ทัศนคติ” ของคนในท้องที่บั่นทอนความรู้สึกของคนในโรงพยาบาล


โลกทุกวันนี้ คนจำนวนมากเข้าโรงพยาบาลเหมือนเข้าเซเว่น รอเกิน 20 นาทีเริ่มด่า ไม่ได้ยาทันใจเริ่มโวย หมออธิบายไม่ถูกใจก็ถ่ายคลิปประจาน พยาบาลพูดสั้นเพราะงานล้นก็หาว่าไร้มารยาททั้งที่อีกด้านหนึ่ง บุคลากรทางการแพทย์จำนวนมากกำลังทำงานในสภาพที่แทบไม่ใช่มนุษย์

หมอ Intern บางคนอยู่เวร 30 ชั่วโมงติด พยาบาลบางแผนกดูแลคนไข้ทีละหลายสิบเตียง ยังไม่รวมญาติที่เดินเข้ามาพร้อมความเครียด ความโกรธ และความคาดหวังเต็มพิกัด

สิ่งที่น่ากลัวคือ คำพูดของ “คนไข้ปากแจ๋ว” หลายครั้งไม่ได้แค่ทำร้ายความรู้สึก แต่มันค่อย ๆ ทำลายกำลังใจของคนทั้งระบบ

หลายคนชอบพูดว่า “เป็นหมอก็ต้องอดทนสิ” แต่ลืมไปว่าแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน

ไม่มีใครอยากตื่นตีห้าไปทำงาน เพื่อโดนด่าว่า “รักษาแค่นี้ก็ไม่ได้” หรือโดนโพสต์ประจานทั้งที่ยังไม่รู้ข้อเท็จจริง

ที่หนักกว่านั้นคือ บางพื้นที่มีวัฒนธรรมกดดันบุคลากรทางการแพทย์กันเป็นงานอดิเรก เช่น…

1. มองหมอเหมือน “ลูกจ้างส่วนตัว” จ่ายภาษีแล้วคิดว่าต้องได้ทุกอย่างทันใจ ลืมไปว่าคนไข้ทั้งจังหวัดก็คิดเหมือนกันหมด

2. ด่าพยาบาลเป็นเรื่องสนุก โดยเฉพาะเวลาอารมณ์เสีย หลายคนไม่กล้าด่าหมอ จึงไประบายใส่พยาบาลแทน ทั้งที่คนกลุ่มนี้คือแนวหน้าที่เหนื่อยที่สุด

3. เชื่อ Google มากกว่าหมอ อ่านข้อมูลครึ่ง ๆ กลาง ๆ มาเถียงคนรักษา ถ้าหมออธิบายไม่ถูกใจ ก็หาว่าหมอไม่มีความรู้

4. ใช้โซเชียลเป็นอาวุธ ปัจจุบันแค่ถ่ายรูปหน้าห้องยา เขียนแคปชันแรง ๆ ชีวิตคนทำงานคนหนึ่งอาจพังได้ทันที

5. มองว่า “บริการช้า” แต่ไม่เคยมอง “คนทำงานล้น“ เพราะโรงพยาบาลรัฐหลายแห่งหมอหนึ่งคนตรวจคนไข้เป็นร้อยต่อวัน แต่คนไข้บางคนยังคาดหวังให้ตรวจละเอียดเหมือนโรงพยาบาลเอกชนแบบพรีเมี่ยม

6. ไม่เคารพขอบเขตความเป็นมนุษย์ ทั้งโทรตาม ดักรอ ต่อว่า ข่มขู่ บางคนถึงขั้นคุกคามนอกเวลางาน จนบุคลากรหลายคนเริ่มถามตัวเองว่า “จะทนอยู่ต่อไปทำไม”

ผลสุดท้ายจึงไม่ใช่แค่ “หมอเหนื่อย” แต่คือคนเก่งเริ่มหนีออกจากระบบ

คนที่สอบติดแพทย์ได้ จำนวนมากมีความสามารถพอจะไปอยู่โรงพยาบาลเอกชน ไปต่างประเทศ หรือเปลี่ยนอาชีพได้เลย

เมื่อวันหนึ่งเขารู้สึกว่า ทำงานหนัก รายได้ไม่สูงมาก แถมยังโดนด่าทุกวัน สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่ความเสียสละแต่คือ “การลาออก”

แล้วพื้นที่ที่เสียหายที่สุด ก็คือพื้นที่ที่ชอบพูดว่า “หมอไม่มีจิตวิญญาณ” แต่ไม่เคยรู้เลยว่าความ ”ปากแจ๋ว“ ของตัวเองนั่นแหละคือตัวการสำคัญที่สุด

เพราะสุดท้ายแล้ว ไม่มีระบบสาธารณสุขไหนอยู่ได้ ถ้าคนทำงานในระบบหมดกำลังใจ

ประเทศไทยอาจไม่ได้ขาด “คนเรียนหมอ” มากเท่าที่คิด แต่กำลังขาด “พื้นที่ที่ทำให้หมออยากอยู่”

และบางครั้ง ต้นเหตุไม่ได้อยู่ที่งบประมาณอย่างเดียว แต่อยู่ที่วัฒนธรรมของคนรอบตัวด้วย เพราะคำพูดแย่ ๆ หนึ่งประโยค อาจใช้เวลาไม่กี่วินาทีในการพูด แต่ใช้เวลาหลายปี กว่าจะทำให้คนคนหนึ่งหมดศรัทธาในอาชีพของตัวเองได้

ย้ำว่าเป็นแค่สาเหตุหนึ่งเท่านั้นนะครับเพราะยังมีปัจจัยอีกมาก เช่นเงินตกเบิกที่ผมเคยเขียนไปแล้วอันหมายถึงทำงานหนักแต่ไม่ได้เงินเดือนติดต่อกันหลายเดือน และโครงสร้างการบริหารที่ขาด ๆ เกิน ๆ ฯลฯ

แต่ถ้าดูเฉพาะเรื่องทัศนคติ มีหนังเรื่องหนึ่งที่สะท้อนเรื่องนี้ได้ดีมากคือเรื่อง The Grand Seduction ซึ่งเป็นเรื่องราวของหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่กำลังจะล่มสลาย เพราะไม่มีโรงงาน เศรษฐกิจไม่ดี และไม่มีคนอยากอยู่

พอคนในท้องถิ่นอยากแก้ปัญหาด้วยการกลับมาตั้งโรงงานใหม่ ก็เจอรัฐบาลตั้งเงื่อนไขว่า ถ้าหมู่บ้านนี้อยากได้โรงงานก็ต้องมี “แพทย์ประจำพื้นที่” ก่อน

ปัญหาคือไม่มีหมอคนไหนอยากมาอยู่ ชาวบ้านจึงร่วมมือกันทุกวิถีทาง ตั้งแต่ซ่อมบ้าน ตกแต่งเมือง พยายามสร้างบรรยากาศที่ดี หาคนคุย คนช่วยดูแล ทำให้หมอรู้สึกว่า “ที่นี่ต้องการเขาจริง ๆ”
หนังเรื่องนี้น่าสนใจมาก เพราะมันสะท้อนความจริงข้อหนึ่งของโลกสมัยใหม่ว่า คนเก่งไม่ได้เลือกแค่ “เงินเดือน” แต่เลือก “สภาพแวดล้อมที่ตัวเองอยากใช้ชีวิต”

ตัดกลับมาบ้านเราเจอแต่คนไข้ปากแจ๋ว ที่เอาแต่พร่ำบอกว่า… แค่นี้ทนไม่ได้ก็ลาออกไป มีคนอื่นที่บริการดีกว่ารอเข้ามาทำแทนอีกเยอะ พูดจาไม่มีจิตใจบริการทำงานไม่คุ้มเงินภาษี ลาออกไปไกล ๆ เลย…

…คุณได้สิทธิ์นั้น เดี๋ยวนี้ครับ!

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top