542.jpg
พ่อแม่ยุคใหม่สะดุ้ง! หมออั้น สะท้อนความคิด สมการที่พังทลาย เมื่อใช้ ‘เงิน’ แทน ‘เวลา’

พ่อแม่ยุคใหม่สะดุ้ง! หมออั้น สะท้อนความคิด สมการที่พังทลาย เมื่อใช้ ‘เงิน’ แทน ‘เวลา’

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 09.05 น.

วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 นพ.ธีรภัทร์ พุ่มพวง หรือหมออั้น ศัลยแพทย์เฉพาะทาง ประจำโรงพยาบาลสมุทรปราการ โพสต์ข้อความสะท้อนปัญหาของพ่อแม่ยุคใหม่ที่มักทุ่มเทเพื่อหาเงินมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก แต่ลืมนึกไปว่าสิ่งสำคัญที่สุด นั่นคือ "เวลา"

โดยระบุว่า  พ่อแม่ยุคนี้ไม่ได้แพ้เรื่องเงิน แต่แพ้เรื่องเวลา


1. ผมสังเกตมานานแล้วครับ

พ่อแม่ยุคนี้จำนวนมากไม่ได้แพ้เพราะหาเงินไม่ได้ หลายบ้านหาเงินเก่งมากด้วยซ้ำ จ่ายค่าเทอมได้ จ่ายเรียนพิเศษได้ ซื้อคอร์สดี ๆ ได้ ส่งลูกเข้าโรงเรียนดี ๆ ดังๆ  หรือแพง ๆ ที่ใคร ๆ ก็อยากเข้าได้ แต่แพ้ตรงที่ "ไม่มีเวลาเหลือให้ลูกจริง ๆ" ไม่มีเวลานั่งกินข้าวด้วยกัน ไม่มีเวลาฟังลูกเล่าเรื่องไร้สาระ ไม่มีเวลาเดินเล่น ไม่มีเวลานอนคุยกันก่อนปิดไฟ เงินซื้อโรงเรียนดี ๆ ได้ ซื้อครูดีได้ ซื้อค่ายซัมเมอร์ได้ ซื้อคอร์สเรียนพิเศษได้ แต่เงินซื้อ "วัยเด็กของลูก" กลับมาไม่ได้นะครับ ลูก 5 ขวบ มีครั้งเดียว ลูก 7 ขวบ มีครั้งเดียว ลูกที่ยังอยากนั่งตักเรา ยังอยากให้เรานอนข้าง ๆ ก่อนหลับ มันมีอายุของมัน เรื่องพวกนี้ พอผ่านแล้ว ผ่านเลย

2. หลายบ้านบอกว่าทำงานหนักก็เพื่อลูก

อันนี้จริงครับ ผมเข้าใจมาก ๆแต่บางทีเราต้องกล้าถามตัวเองตรง ๆ ว่าเรากำลังทำงานเพื่อลูก หรือกำลังใช้คำว่า "เพื่อลูก" อธิบายชีวิตที่ไม่เหลือเวลาให้ลูกแล้วไม่ผิดที่พ่อแม่ต้องทำงาน ไม่ผิดที่อยากสร้างฐานะ ไม่ผิดที่อยากให้ลูกมีโอกาสดี ๆแต่ถ้าสุดท้ายลูกได้ทุกอย่าง ยกเว้น "พ่อแม่" สมการนี้เริ่มไม่สมดุลแล้วครับ

3. เด็กไม่ได้จำหรอกว่าค่าเทอมเท่าไหร่ โรงเรียนติดอันดับอะไร คอร์สไหนแพงแค่ไหน

แต่เด็กจำได้ว่าตอนเขาร้องไห้ มีใครฟังไหม ตอนเขากลับจากโรงเรียน มีใครถามจริง ๆ ไหมว่าวันนี้เป็นยังไง ตอนเขาเล่าเรื่องเล็ก ๆ มีใครวางมือถือแล้วมองหน้าเขาไหม ตอนเขากลัว เขาหันไปหาใครได้ไหม เด็กไม่ได้ต้องการพ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบ เขาต้องการพ่อแม่ที่ "อยู่ตรงนั้นจริง ๆ"

4. สังคมเราชอบถามกันว่า

โรงเรียนไหนดี เรียนพิเศษที่ไหนดี เรียนกิจกรรมเสริมโน่นนี่ที่ไหน แต่แทบไม่มีใครถามว่า ลูกได้นอนพอไหม ลูกได้กินข้าวกับพ่อแม่บ้างไหม ลูกยังมีเวลาเล่นไหม หรือลูกยังรู้สึกว่าบ้านคือที่ปลอดภัยไหม บางครอบครัวก็น่าสงสารบ้านใหญ่ขึ้น รถดีขึ้น ค่าเทอมแพงขึ้น แต่เวลาที่ครอบครัวมีให้กัน เล็กลงทุกปี

5. บางครอบครัว ทั้งบ้านมีแต่คำว่า "รีบ"

รีบตื่น รีบอาบน้ำ รีบกิน รีบขึ้นรถ รีบเรียน รีบกลับ รีบทำการบ้าน รีบไปเรียนพิเศษ รีบอาบน้ำ รีบนอนแล้วเช้าวันใหม่ก็วนเหมือนเดิม สุดท้ายเด็กโตมาในบ้านที่เต็มไปด้วยความรัก แต่ความรักนั้นแสดงออกมาในรูปแบบเดียว คือ "ความเร่งรีบ" และที่น่ากลัวกว่านั้น พ่อแม่หลายคนอยู่กับลูกทางกาย แต่ไม่ได้อยู่ทางใจ นั่งโต๊ะเดียวกัน แต่ตาอยู่ที่จอ อยู่รถคันเดียวกัน แต่ใจอยู่ที่งาน พาลูกไปเที่ยว แต่มัวถ่ายรูปมากกว่ามองหน้าลูก เด็กเขารู้ครับ เด็กอาจพูดไม่เก่ง แต่เขารู้ว่าเราฟังจริงหรือฟังผ่าน ๆ เขารู้ว่าเรามองเขา หรือมองจอ

6. บางทีพ่อแม่ถูกสังคมกดดันให้ "ใช้เงินแทนเวลา"

กลัวลูกแพ้คนอื่น กลัวลูกไม่เก่ง กลัวลูกไม่มีโปรไฟล์ กลัวลูกตามเพื่อนไม่ทันเลยแก้ด้วยการเติมทุกอย่าง เรียนเพิ่ม คอร์สเพิ่ม กิจกรรมเพิ่ม ของเพิ่มแต่สิ่งที่เด็กขาดจริง ๆ คือเวลาธรรมดา ๆ กับพ่อแม่นี่แหละครับลองคิดดูนะครับค่าเทอม เราคำนวณกันละเอียดทุกบาทค่าบ้าน ค่ารถ ค่าคอร์ส ค่าค่ายซัมเมอร์ คำนวณหมดแต่ไม่เคยมีใครคำนวณว่าเราเสียเวลาลูกไปวันละกี่ชั่วโมงลูกอยู่บนถนนกี่ชั่วโมงมือถือกินเวลาเราไปเท่าไหร่เรียนพิเศษกินเวลาครอบครัวไปเท่าไหร่พอบวกออกมาจริง ๆบางทีตัวเลขนี้น่าตกใจกว่าค่าเทอมอีกครับ

7. ผมไม่ได้บอกให้พ่อแม่ลาออกมาเลี้ยงลูกนะ ชีวิตจริงมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น

แต่ผมว่าเราต้อง "ออกแบบเวลา" ให้ลูก ไม่ใช่รอให้เวลาเหลือแล้วค่อยให้ เพราะถ้ารอเวลาเหลือ มันไม่เหลือหรอกครับ เวลาลูกต้องถูกใส่ลงไปในชีวิตเหมือนเรื่องสำคัญ ไม่ใช่เศษเวลาหลังงาน หลังมือถือ หลังประชุม หลังความเหนื่อยทั้งหมด และเวลาคุณภาพไม่ต้องอลังการเลย กินข้าวด้วยกันโดยไม่จับมือถือ อ่านหนังสือก่อนนอน 15 นาที เดินเล่นหน้าบ้าน ถามว่า "วันนี้มีอะไรสนุกไหม" แล้วฟังจริง ๆ เด็กต้องการความสม่ำเสมอ มากกว่าความอลังการครับ

8. เพราะช่วงเวลาที่ลูกยังอยากให้เราไปรับ

อยากให้เรานั่งดูเขาเล่นกีฬา อยากให้เรากอด อยากให้เรานอนใกล้ ๆ มันสั้นกว่าที่คิดมาก พอเขาโต เขาจะมีโลกของเขา มีเพื่อนของเขา มีความลับของเขา ถึงวันนั้น ต่อให้เรามีเงินมากขึ้น มีเวลามากขึ้น เขาอาจไม่ได้ต้องการเวลาจากเราแบบเดิมแล้ว สำหรับผม ความสำเร็จของพ่อแม่ ไม่ใช่แค่ส่งลูกเข้าโรงเรียนดี ไม่ใช่แค่ลูกเรียนเก่ง แต่คือการที่ลูกโตขึ้นมาแล้วรู้สึกว่า บ้านคือที่ปลอดภัย พ่อแม่คือคนที่คุยได้ และชีวิตเขาไม่ได้ถูกเลี้ยงด้วยเงินอย่างเดียว แต่ถูกเลี้ยงด้วยเวลา ความใส่ใจ และความสัมพันธ์

9. ย้ำเหมือนเดิมนะครับ อันนี้เป็นความคิดส่วนตัวผมที่เอามาแชร์กัน

ใครจะวางชีวิตแบบไหน ก็เป็นเรื่องของแต่ละครอบครัวแต่สำหรับผม ถ้าต้องแลกทุกอย่างเพื่อให้ลูกได้สิ่งที่ดีที่สุดพ่อแม่ออกไปหาเงิน ส่งลูกเรียน เรียนพิเศษวนไปโดยที่ลูกแทบไม่มีเวลาใช้ชีวิตกับพ่อแม่ผมคำนวณแล้ว ไม่คุ้มครับเพราะเงินหาใหม่ได้ งานเปลี่ยนได้โรงเรียนยังมีทางเลือกแต่วัยเด็กของลูก พอผ่านเราไปแล้วซื้อคืนไม่ได้จริง ๆ

10. (ส่วนตัว) ที่ทำอยู่

เลือกโรงเรียนค่าเทอมไม่เกิน 10% ของรายรับ เราไม่ต้องออกไปทำ OT เพิ่มมากมายเดินทางบ้าน - โรงเรียนไม่เกิน 40 นาที เลือกโรงเรียนดี ๆ ที่สอนให้มันจบ ๆ ไปในห้องเรียน ไม่ต้องเอาเวลาไปเรียนพิเศษ กลับมาบ้านมีแค่อ่านหนังสือ 20 นาที ทำแบบฝีกหัดนิด ๆ หน่อย ๆ 20 นาที แค่นี้พอแล้ว มีเวลาคุณภาพเหลือ ๆเด็กประถม ควรได้นอน 9 - 10 ชั่วโมงต่อวัน สองทุ่มควรได้นอนมีเวลาเหลือ ๆ ไปทำโน่นทำนี่กัน สอนในสิ่งที่โรงเรียนไม่ได้สอนอีกมากมาย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top