วันอังคาร ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569
28 เมษายน 2569 นางสาววิลาวรรณ สมรฤทธิ์ หรือกุ๊ก อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 145 หมู่ 1 ต.นาเดื่อ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ร้องทุกข์กับผู้สื่อข่าวว่า นายพงษ์ดนัย หรือโจ้ อายุ 32 ปี อดีตสามีบุกเข้าทำร้ายร่างกายบริเวณหน้าบ้านเลขที่ดังกล่าว เป็นเหตุให้กระดูกซี่โครงขวาหัก 1 ซี่ และมีเลือดคั่งในสมอง ขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ที่ตึกศัลยกรรมหญิง โรงพยาบาลนครพนม แต่เกรงจะไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน หากอดีตสามีได้รับการประกันตัว เหตุเกิดเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 26 เมษายน ที่ผ่านมา

น.ส.กุ๊ก อยู่ในสภาพเบ้าตาทั้งสองข้างเขียวคล้ำ ต้องใช้กระดาษทิชชูซับน้ำตาตลอดเวลา ตามร่างกายก็มีรอยช้ำเป็นจ้ำๆ ที่ลำตัว แขน ขา นอนให้น้ำเกลือบนเตียงคนไข้ เปิดเผยด้วยอาการอิดโรยว่า อยู่กินฉันท์สามีภรรยากับนายโจ้ ตั้งแต่อายุ 17 ปี โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส กระทั่งมีบุตรชายด้วยกัน 1 คน ปัจจุบันอายุ 14 ปี
เมื่อแรกรักน้ำต้มผักยังว่าหวาน แต่พอนานวันแม้น้ำตาลก็พาลขม น.ส.กุ๊ก เล่าต่อว่า นายโจ้สามีเริ่มไปพัวพันหญิงอื่น มีทั้งจับได้และจับไม่ได้ ถึงกระนั้นก็ยังอภัยให้ผัวทุกครั้ง โดยปี 2567 นายโจ้อ้างกลับตัวกลับใจแล้ว ขอโอกาสแก้ตัวเป็นสามีที่ดีของเมีย และเป็นพ่อที่ดีของลูก จึงสมัครไปทำงานเกษตรที่ประเทศเกาหลีใต้ ผ่านกรมการจัดหางาน ทางครอบครัวทั้งสองฝ่ายก็สนับสนุน
“หนูไม่รู้ว่าเขาได้เงินเดือนเท่าไหร่ เพราะเขาโอนเงินให้ใช้เดือนละ 1-2 หมื่นบาท หนูก็มาแบ่งให้แม่ย่าและลูกชายใช้จ่ายฯ”
.jpg)
เดือนธันวาคม ปี 2568 นายโจ้สามีตัวดีก็ได้วีดีโอคอลมาหา โดยนั่งคลอเคลียหอมแก้มกันกับหญิงสาวคนใหม่เป็นคนภาคเหนือ บอกว่าเป็นเมียใหม่ และขอเลิกกับตน ยอมรับว่าหัวใจแตกสลาย ในเมื่อผัวเลือกทางเดินที่คิดว่าดีแล้ว ตนจึงหลีกทางให้เขาทั้งสองครองคู่กัน โดยเรื่องดังกล่าวไม่กล้าเล่าให้แม่ย่าฟัง เก็บความบอบช้ำไว้ในใจเพียงผู้เดียว โดยตนก็หาทางออกด้วยการชวนเพื่อนหญิงไปเที่ยวสถานบันเทิงเพื่อให้ลืมอดีต
ขณะกำลังรักษาแผลใจใกล้หายสนิท ช่วงเดือนมีนาคม 2569 เมียคนใหม่ของนายโจ้ก็โทรศัพท์มาระบายว่า ถูกนายโจ้ทำร้ายร่างกายบ่อยๆ ตอนนี้อยากคืนผัวให้ ตนก็ยืนยันว่าไม่รับคืน ถือว่าพ้นจากอเวจีนี้แล้ว ตนถือเป็นคนนอกไม่ขอก้าวก่ายเรื่องผัวเมียใครหาวิธีกันเอาเอง กระทั่งต้นเดือนเมษายนนายโจ้ก็วีดีโอคอลมาตน บีบน้ำตาร้องไห้ร้องห่มอ้อนวอนขอกลับมาเป็นผัวเมียกันดังเดิม ซึ่งตนก็ไม่ยอมคืนดีใดๆทั้งสิ้น และบล็อกการติดต่อทุกช่องทาง
วันเกิดเหตุตนได้ขับรถยนต์กระบะ พร้อมกับเพื่อนหญิงคนสนิทในหมู่บ้านรวม 4 คนไปนั่งกินดื่มกันที่ร้านอาหาร ขณะจอดรถเพื่อเปิดประตูเข้าบ้าน นายโจ้โผล่ออกจากมุมมืดพุ่งเข้ามาทำร้ายร่างกาย ทั้งตบ เตะ ต่อย ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเป็นอดีตผัว บินมาจากประเทศเกาหลีใต้ จึงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากคนข้างบ้าน พอรู้ว่าเป็นนายโจ้ก็เกิดการต่อสู้ขัดขืน ก่อนจะถูกจับเหวี่ยงเข้าไปในรถ ตนก็สู้สุดชีวิต จับพวงมาลัยหักจนรถพุ่งชนกำแพงบ้าน แต่นายโจ้ยังไม่ยอมหยุดความบ้าคลั่ง ยังพยายามขับรถไปต่อ ยอมรับว่ากลัวจะถูกพาตัวไปฆ่าทิ้ง
ซึ่งขณะเกิดเหตุตนได้ร้องให้คนช่วย เพื่อนบ้านก็ได้โทรศัพท์แจ้งศูนย์วิทยุ 191 ให้มาระงับเหตุ ตำรวจสายตรวจ สภ.ศรีสงคราม ก็ได้ออกมาพบรถอยู่ปากซอยตรงข้ามวัดป่าบ้านดงขวาง ต.บ้านเอื้อง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ตำรวจจึงควบคุมตัวนายโจ้ เพราะมีพฤติการณ์ที่อาจจะก่ออันตรายได้ และเห็นสภาพตนที่มีเลือดออกเต็มใบหน้าก็รีบนำส่งโรงพยาบาลศรีสงคราม แต่อาการหนักจึงส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลนครพนม ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากแพทย์ พยาบาล ตอนนี้เลือดที่ออกในสมองหยุดไหลแล้ว เหลือแต่กระดูกซี่โครงที่หักต้องใช้เวลารักษา ยืนยันจะดำเนินคดีกับอดีตผัวคนนี้ให้ถึงที่สุด

ด้านนายพงษ์ดนัย ผู้ต้องหา ยอมรับว่าหึงหวงเมีย แม้จะอ้างว่าเลิกรากันแล้ว แต่ก็ยังส่งเงินมาให้ใช้ทุกเดือน โดยไหว้วานเพื่อนช่วยเป็นสายสืบ ติดตามดูว่า น.ส.กุ๊ก ไปไหนกับใครที่ไหน โดยถ่ายรูปส่งให้ดูเป็นหลักฐาน และหลายภาพเห็นเมียนั่งกินดื่มคู่กับชายหนุ่ม ที่ไม่รู้เป็นใครมาจากไหน เกิดอารมณ์หึงหวงมาก อีกอย่างเมียก็บล็อกทุกช่องทาง จึงคิดว่าปันใจให้ชายคนใหม่ จึงลาออกจากงานบินกลับประเทศไทย เพื่อมาจับผิดเมียโดยเฉพาะ โดยแอบซุ่มรออยู่ริมรั้วบ้านจนเมียกลับเข้าบ้าน ก็เข้าไปทำร้ายร่างกายดังกล่าว สำหรับชายหนุ่มที่นายโจ้อ้างนั้น น.ส.กุ๊ก เปิดเผยว่าเป็นเด็กเสิร์ฟที่รู้จักกัน ไม่มีอะไรเกินเลยแต่อย่างใด
ทางด้าน นางซ้อน อายุ 65 ปี แม่ของนายโจ้ผู้ต้องหา และเป็นแม่ย่า น.ส.กุ๊ก ยืนยันว่าลูกสะใภ้ไม่มีนอกลู่นอกทาง ไปเที่ยวก็เป็นเรื่องปกติของคนถูกผัวทิ้ง และจะไม่ไปประกันตัวลูกชายอย่างเด็ดขาด โดย ร.ต.อ.จรินทร์ พิมพ์จันทร์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ศรีสงคราม จะนำตัวส่งฝากขังผัดแรกต่อศาลจังหวัดนครพนมในวันนี้.
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี