วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ศศิน เฉลิมลาภ นักวิชาการอิสระและกรรมการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กเผยบทสนทนาสุดลึกซึ้งที่เจ้าตัวได้พูดคุยกับ AI อย่าง ChatGPT เพื่อวิเคราะห์ ภาษากาย จากภาพถ่ายการพบกันของบุคคลสำคัญที่กำลังเป็นกระแส จนกลายเป็นโพสต์ที่ถูกแชร์และพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ โดยมีข้อความทั้งหมดว่า "เก็บไว้สอนในคอร์สได้ (1)
Sasin : พบกันเมื่อวาน ลองดู ภาษากาย ให้หน่อยครับ
ChatGPT : จากภาพนี้ ถ้ามองในเชิง “ภาษากายทางการเมือง–การทูต” แบบไม่ฟันธงเกินจริง ผมว่าองค์ประกอบหลายอย่างน่าสนใจครับ
.jpg)
ชายด้านซ้าย (ยืนหันตรง มือประสานด้านหน้า) ดูอยู่ใน “โหมดควบคุมสถานการณ์” มากกว่าโหมดปะทะ มือประสานต่ำด้านหน้า เป็นท่าคลาสสิกของคนที่พยายามรักษาความนิ่ง สุขุม และสถานะ ไหล่ค่อนข้างเปิด ไม่ได้กอดอกหรือถอยหนี แปลว่าไม่ได้ปิดตัว สีหน้าไม่ได้ยิ้มเต็ม แต่เป็น “half smile / diplomatic smile” คือรับฟัง แต่ยังรักษาระยะ การยืนตรงค่อนข้างมั่นคง ทำให้ภาพรวมดูเป็นฝ่าย “ตั้งหลัก” และรักษาเฟรมอำนาจไว้
ส่วนชายด้านขวา (หันหลังให้กล้องเล็กน้อย) ลำตัวโน้มเข้าหาอีกฝ่าย แสดงถึงการ “engage” หรือพยายามสื่อสารบางอย่างโดยตรง แขนขวาที่กางออกเล็กน้อย ดูเหมือนกำลังอธิบายหรือ emphasize ประเด็น ศีรษะโน้มเข้าไป แปลว่า conversation mode มากกว่า ceremonial mode
สิ่งที่น่าสนใจมากคือ “ระยะห่าง” ทั้งคู่ยืนใกล้ระดับที่เรียกว่า professional–political distance คือไม่ห่างจนเย็นชา แต่ก็ไม่ใกล้แบบเป็นกันเอง ไม่มีการแตะตัว ไม่มีการจับแขน ไม่มี leaning แบบสนิทสนม จึงให้บรรยากาศ “สุภาพแต่ยังรักษาพื้นที่”
อีกจุดคือสายตา ฝั่งซ้ายสบตาตรงและนิ่ง ถ้าสังเกตดี ๆ เขาไม่ได้เงยคางหรือกดสายตาแรง จึงไม่ใช่ dominance แบบแข็งกร้าว แต่ก็ไม่ใช่สายตาผ่อนคลายแบบเพื่อนเก่าเจอกัน องค์ประกอบฉากก็ช่วยมาก ฉากหลังสีน้ำเงินเข้ม + ต้นไม้ใหญ่ + ดอกไม้ด้านหน้า ทำให้ภาพดู soft diplomacy มากกว่าโต๊ะเจรจาเคร่งเครียด แต่การมีช่างภาพเล็งกล้องตรงกลางภาพ ทำให้ทุกคนรู้ตัวว่า “นี่คือช่วงเวลาที่ถูกบันทึก” ภาษากายจึงถูกควบคุมค่อนข้างมาก
.jpg)
สรุปสั้น ๆ ถ้าตีความเชิงอารมณ์ของภาพ: ไม่ใช่ภาพของความสนิทสนม แต่ก็ไม่ใช่ภาพ confrontation เป็นภาพของ “การรักษาหน้ากันอย่างมืออาชีพ” ในบรรยากาศที่ต่างฝ่ายต่าง aware ต่อสถานะ อำนาจ และสายตาสาธารณะ และจุดที่เด่นที่สุดสำหรับผม คือคนด้านซ้ายใช้ “ความนิ่ง” เป็นภาษาหลัก มากกว่าการใช้ gesture ครับ
Sasin : คนซ้าย ถูกฝึกมา หรือแสดงออกโดยธรรมชาติ?
ChatGPT : จากภาพเดียวตอบแบบฟันธงไม่ได้ครับ แต่ถ้าวิเคราะห์จาก “คุณภาพของท่าทาง” ผมรู้สึกว่าเป็นส่วนผสมของทั้ง “การฝึก” และ “บุคลิกเดิม” สิ่งที่ดูเหมือนผ่านการฝึก: การยืน balance ดีมาก น้ำหนักตัวนิ่ง ไหล่ไม่ยก ไม่ห่อ ไม่เอนไปข้างใดข้างหนึ่ง มือประสานต่ำแบบ controlled pose เป็นท่าที่นักการเมือง ข้าราชการระดับสูง นักการทูต ใช้บ่อย สีหน้า “neutral-positive” คือไม่ยิ้มกว้างเกินไป ไม่แข็งเกินไป
แต่สิ่งที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า “การแอ็ก” คือ: ความนิ่งของกล้ามเนื้อหน้า ภาพนี้ไม่ค่อยมีการเกร็ง การสบตาที่ไม่ aggressive ไหล่และช่วงคอผ่อนพอสมควร ผมเลยมองว่า: เขาน่าจะเป็นคนที่ “พื้นฐานบุคลิกค่อนข้างนิ่งอยู่แล้ว” แล้วถูกระบบการเมือง/อำนาจ “ขัดเกลา” เพิ่มอีกชั้น ไม่ใช่แค่ “เล่นบทนิ่ง” แต่เป็นคนที่เรียนรู้จะใช้ “ความนิ่ง” เป็นเครื่องมือทางอำนาจ ซึ่งต่างจากนักการเมืองอีกประเภทที่ใช้พลังเยอะ ใช้ gesture เยอะ ภาพนี้กลับไปอีกทาง คือแนว “silent control” มากกว่าครับ
.jpg)
Sasin : คนขวาละครับ?
ChatGPT : คนขวาให้พลังคนละแบบเลยครับ ถ้าคนซ้ายคือ “นิ่งคุมเฟรม” คนขวาคือ “ขยับเพื่อสื่อสาร” จากภาพ ภาษากายของคนขวาดูเป็นคนที่ active ในการปฏิสัมพันธ์ ใช้ร่างกายช่วยพูด จุดที่เห็นชัดคือการโน้มตัวเข้าไป นี่เป็นสัญญาณของ engagement ว่าเขากำลัง “เข้าหา” คู่สนทนา ไม่ใช่รออีกฝ่ายเข้ามา แต่ที่น่าสนใจคือ แขนด้านขวาที่กางออกเล็กน้อย มันคล้าย gesture ของการอธิบาย หรือ soften บรรยากาศ ไม่ใช่ gesture แข็งแบบ pointing หรือ chopping hand
Sasin : ใคร เก๋า กว่า ?
ChatGPT : ถ้าดูเฉพาะ “ภาษากายในภาพนี้” คนซ้ายดู “เก๋าเกมเชิงอำนาจ” มากกว่าครับ แต่คนขวาดู “เก๋าเชิงปฏิสัมพันธ์” สองแบบนี้ไม่เหมือนกัน
.jpg)
คนซ้าย: ใช้ความนิ่ง ใช้การคุมจังหวะ ไม่รีบส่งสัญญาณมาก ปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นคนขยับ นี่เป็นลักษณะของคนที่คุ้นกับการอยู่ในสถานะที่ “ไม่จำเป็นต้องรีบอธิบายตัวเอง”
คนขวา: มี movement มากกว่า ใช้ gesture เพื่อ connect ดู flexible กว่า แต่ใน “ภาพนิ่ง” แบบนี้ คนที่ดูเก๋ากว่ามักเป็นคนที่ “ขยับน้อยกว่าแต่ยังคุมสนามได้” ซึ่งภาพนี้ฝั่งซ้ายให้ความรู้สึกนั้นชัดกว่า
Sasin : ผมสนใจสายตาของ คนใส่แว่น ที่มองมาทางคนซ้าย
ChatGPT : ใช่ครับ จุดนั้นน่าสนใจมาก คนใส่แว่นตรงกลางด้านหลังดูเหมือนกำลัง “อ่านบรรยากาศ” มากกว่าเข้าร่วมบทสนทนา สายตาเขาไม่ได้มองคนขวา แต่ไปจับที่คนซ้ายโดยตรง และสีหน้ามีลักษณะคล้าย checking reaction ให้ความรู้สึกประมาณ: “อีกฝ่ายรับสัญญาณนี้อย่างไร” มากกว่า “ผมกำลังสนุกกับบทสนทนา” ภาษากายแบบนี้คล้าย strategist หรือคนที่มีหน้าที่คุม atmosphere ดูเหมือนคนที่กำลังคิดว่า: “อุณหภูมิของห้องตอนนี้โอเคไหม” มากกว่าคิดเรื่อง “ใครชนะใคร” ครับ
Sasin : คนนี้อาจคือ ตัวจริง ? ของการตัดสินใจของคนซ้าย ?
ChatGPT : อาจเป็นได้ครับ คนใส่แว่น “ดูมีน้ำหนักในวงสนทนา” มากกว่าคนประกอบฉากทั่วไป เขาอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้ interaction มาก สายตา active มาก หลายครั้ง “คนตัดสินใจจริง” ในเชิงปฏิบัติ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ยืนเด่นสุดในภาพ ในวงอำนาจจริง เรามักเจอคนประเภท พูดน้อย ไม่ออกหน้า แต่ทุกคนคอยมอง reaction ของเขา
Sasin : อย่างน้อยบอกว่า คนซ้าย ยังอยู่ใน "เกม"
ChatGPT : จากภาษากายในภาพ ผมว่าพูดได้ค่อนข้างชัดว่า คนซ้าย “ยังอยู่ในเกม” ครับ ไม่ใช่แค่ทางกายภาพว่าเข้าร่วมงาน แต่หมายถึง: ยัง engage กับสถานการณ์ ยังอ่านคู่สนทนา ยังรักษา presence ของตัวเอง และยังลงทุนกับ interaction นี้อยู่ เขาเห็นว่ากระดานนี้ “มีความหมาย” และยังไม่ปิดประตูครับ
หลังจากที่โพสต์ของ ศศิน เฉลิมลาภ ถูกเผยแพร่ออกไป ทำเอาชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นถึงการวิเคราะห์ครั้งนี้อย่างล้นหลาม เช่น
"เก็บทุกเม็ด ละเอียดยิบ"
"คนหันหลังให้จบทหารusaมีการฝึกอบรมการเข้าสังคมและการเจรจาต่อรองประกอบกับเคยเป็นอาณานิคมฝรั่งเศสทำให้ประสพการเหลือเฟือในการเจรจาตอรองส่วนคนเอามือกุมกันไว้เหมือนลูกน้องคุยกับนาย"
"อันนี้อาจารย์ใช้แบบจ่ายเพิ่มใช่ไหมครับ เหมือนถามได้ยาวเลยครับ"
"Ai นี่สุดจริง"
"รู้จักท่านนายก คนเดียว อีกคนคือใครคะ"
"ภาษากายเรื่องหนึ่งค่ะอาจารย์ การแสดงออกก็ชัด ทีนี้เหลือแค่การกระทำนับจากนี้ ถ้าตามทฤษฎี ก็แค่ตามดูผลหลังจากที่เคยหาเสียงทั้งสองฝ่าย"
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ศศิน เฉลิมลาภ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี