533.jpg
เอ็ดดี้ ดึงสติชาวเน็ต เสพข่าว ทราย สก็อต อย่าทำตัวเป็นศาลแทนกระบวนการยุติธรรม

เอ็ดดี้ ดึงสติชาวเน็ต เสพข่าว ทราย สก็อต อย่าทำตัวเป็นศาลแทนกระบวนการยุติธรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.11 น.

เอ็ดดี้ ดึงสติชาวเน็ต เสพข่าว ทราย สก็อต อย่าทำตัวเป็นศาลแทนกระบวนการยุติธรรม

เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ "เอ็ดดี้" นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "ทราย สก๊อต บาดแผล มรดก และการต่อสู้ผ่านศาลสังคม


การวิพากษ์วิจัยประเด็นของ ทราย สิรณัฐ สก๊อต ต้องระวังให้มาก เพราะตอนนี้ยังเป็นข้อกล่าวหาและคำชี้แจงของแต่ละฝ่าย ยังไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ศาลวินิจฉัยแล้ว

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ “ดราม่าครอบครัวไฮโซ” แต่แตะ 3 ประเด็น ใหญ่พร้อมกันคือ บาดแผลส่วนตัว เรื่องมรดก และการต่อสู้ผ่านศาลสังคมก่อนศาลกฎหมาย ซึ่งอันหลังอันตรายมาก เพราะคนหนึ่งอาจรู้สึกว่าต้องเปิดเผยเพื่อเอาชีวิตรอด แต่อีกด้านหนึ่งก็สุ่มเสี่ยงทางกฎหมาย เช่น หมิ่นประมาท หรือการใช้คลิปเสียงในพื้นที่สาธารณะ

สังคมมักเผลออ่านข่าวแบบนี้เป็นดราม่าคนดัง แต่เรื่องราวมันลึกกว่านั้นมาก เพราะถ้าข้อกล่าวหาเป็นเรื่องจริง สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ เหตุการณ์ในอดีต แต่คือบาดแผลที่ลากยาวมาถึงปัจจุบัน ทั้งเรื่องความไว้วางใจในครอบครัว ความรู้สึกไม่ได้รับการปกป้อง และการต้องพิสูจน์ความเจ็บปวดของตัวเองต่อหน้าคนทั้งประเทศ

แต่ในทางกลับกัน เพราะเรื่องนี้ยังอยู่ในสถานะ “ข้อกล่าวหา–คำปฏิเสธ–หลักฐานที่ยังไม่ผ่านกระบวนการพิสูจน์เต็มรูปแบบ” สังคมก็ต้องระวังไม่กลายเป็นศาลประชาชนที่ตัดสินคนจากคลิป เสียง น้ำตา หรือภาพลักษณ์เพียงฝ่ายเดียว

การปล่อยคลิปเสียงก็มีนัยสำคัญมาก เพราะเป็นการเปลี่ยนสมรภูมิจาก “ใครพูดจริง” ไปเป็น “มีอะไรให้สังคมฟังเอง” นี่คือยุทธศาสตร์ของคนที่รู้สึกว่า ถ้าอยู่ในระบบครอบครัว เขาอาจไม่มีอำนาจพอ แต่ถ้าเอาเรื่องออกสู่สาธารณะ เขาจะได้แรงกดดันจากสังคมมาเป็นอำนาจต่อรอง

แต่จุดนี้ก็อันตรายเช่นกัน เพราะการนำคลิปเสียงออกมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ แทนที่จะใช้ในกระบวนการศาล อาจสุ่มเสี่ยงต่อคดีอาญาฐานหมิ่นประมาทได้ พูดง่าย ๆ คือ ในเชิงสังคม คลิปอาจทำให้คนเชื่อมากขึ้น แต่ในเชิงกฎหมาย อาจทำให้ผู้เปิดเผย “จากฝ่ายได้เปรียบ กลายเป็นฝ่ายเสี่ยง” ได้เหมือนกัน

ข่าวนี้แรงเพราะชื่อสกุลไม่ใช่ครอบครัวธรรมดา ภาพลักษณ์สาธารณะของตระกูลใหญ่มี “ทุนทางสังคม” สูงมาก ดังนั้นเมื่อมีข้อกล่าวหาเรื่องล่วงละเมิด ทรัพย์สิน และการฟ้องร้องภายในครอบครัว มันจึงกระทบมากกว่าเรื่องส่วนตัว เพราะมันทำให้สังคมตั้งคำถามว่า เบื้องหลังภาพลักษณ์ของตระกูลที่ดูสมบูรณ์ อาจมีความขัดแย้ง การปิดเงียบ หรือความไม่เท่าเทียมในการใช้อำนาจอยู่หรือไม่

นี่คือเหตุผลที่ข่าวนี้ไวรัล คนไม่ได้สนใจแค่ “ใครทำอะไร” แต่สนใจว่า บ้านที่ดูมีทุกอย่าง อาจไม่มีพื้นที่ให้คนคนหนึ่งพูดความเจ็บปวดของตัวเองหรือเปล่า

ข่าวแบบนี้สะท้อนปัญหายุคใหม่มาก คือเมื่อคนรู้สึกว่ากระบวนการภายในครอบครัวหรือระบบยุติธรรมไม่ตอบสนอง เขาจะใช้โซเชียลมีเดียเป็น “ศาลฉุกเฉิน” เพื่อเรียกความสนใจจากสังคม

ข้อดีคือ เหยื่อหรือผู้กล่าวอ้างว่าเป็นเหยื่ออาจมีพื้นที่พูด หลังจากถูกทำให้เงียบมานาน

ข้อเสียคือ ผู้ถูกกล่าวหาอาจถูกลงโทษทางสังคมก่อนที่ข้อเท็จจริงจะถูกพิสูจน์ครบถ้วน

ดังนั้นท่าทีที่ดีที่สุดไม่ใช่ “ไม่เชื่อเหยื่อ” และไม่ใช่ “เชื่อทุกอย่างทันที”

แต่คือ รับฟังอย่างจริงจัง ตรวจสอบอย่างเป็นธรรม และไม่ทำตัวเป็นศาลแทนกระบวนการยุติธรรม

ข่าวทราย สก๊อต ไม่ใช่แค่ครอบครัวหนึ่งแตกหัก แต่คือภาพของความจริงที่ถูกกดไว้จนต้องระเบิดออกมานอกบ้าน และเมื่อความยุติธรรมในบ้านล้มเหลว ศาลสาธารณะจึงกลายเป็นสนามรบแทนศาลกฎหมาย"
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top