วันที่ 14 พฤษถาคม 2569 มีหญิงสาวรายหนึ่ง โพสต์เตือนภัยลงในกลุ่ม “ภูกระดึง..รักแล้ว รักเลย” หลังมาเที่ยวกางเต็นท์คนเดียวบนภูกระดึง เหตุเกิดเมื่อช่วงตี 1 ถึงตี 2 วันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา
โดยระบุว่า โพสต์นี้สำหรับเตือนภัยผู้หญิงที่ชอบเที่ยวคนเดียวนะคะและไม่มีเจตนาจะทำลายชื่อเสียงของสถานที่ค่ะ
ฝนมาภูกระดึงเป็นครั้งที่ 2 แล้ว และรอบนี้อยู่ทั้งหมด 1 อาทิตย์ ฝนรักและยังยืนยันว่าจะกลับมาอีกในครั้งต่อๆ ไป เหตุการณ์ที่กำลังจะเล่าต่อไปนี้ ถูกยืนยันจากคนบนภูว่าเคยเกิดมาแล้ว 3 ครั้ง และครั้งที่ฝนโดนเป็นครั้งที่ 4 ค่ะ และยังจับตัวคนก่อเหตุไม่ได้เช่นเคย
โดนผู้ชายบุกเต็นท์ (โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่) เหตุเกิดวันที่ 12/5 ช่วงเวลา ตี 1-ตี 2 ในช่วงเวลานี้ มี 3 เหตุการณ์โดยขอเล่าย่อๆ ดังนี้ค่ะ
รอบที่ 1 มาบอกให้เราปิดไฟเต็นท์ ทั้งๆ ที่เราไม่ได้เปิด เพราะกำลังเคลิ้มหลับ ก็งงๆ เลยถามกลับไปว่า เต็นท์หนูเหรอคะ (ไม่มีเสียงตอบกลับ) แล้วพี่เป็นเจ้าหน้าที่ใช่มั้ยคะ ผู้ชายคนนั้นตอบกลับมาว่า “ใช่ครับ”
รอบที่ 2 เป็นการเดินรอบเต็นท์ และหยุดข้างเต็นท์ ทุกการพูดคุยกัน เค้าจะไม่โชว์ตัวโชว์หน้า จะชอบยืนข้างๆ เต็นท์คุย รอบนี้คุยว่า ให้เราย้ายเต็นท์ เพราะกวางมา 2 คืนแล้ว เราก็ตอบว่าได้ค่ะ เขาก็หายไป เราคิดว่าคงจบแค่นี้แหละ เรากางเต็นท์จุดนี้มามากกว่า 2 คืนแล้ว และกางตรงจุดที่เจ้าหน้าที่อนุญาต ตอนนั้นก็คิดว่า ทำไมเพิ่งมาเตือนเรื่องกวางคืนนี้ ทั้งๆ ที่กวางมากินหญ้าทุกคืนอยู่แล้ว
รอบที่ 3 เรากำลังจะเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อจะทำการย้ายเต็นท์ตามคำสั่งเจ้าหน้าที่ที่มาเตือน ระหว่างกำลังจะสวมเสื้อ จู่ๆ ผู้ชายคนนั้นยื่นมือที่กำโทรศัพท์ที่เปิดไฟฉาย แล้วจ่อมาที่หน้าเราจังๆ แล้วแสงไฟฉายแยงตามากๆ ทำให้มองไม่เห็นหน้าตาและการแต่งกาย แต่เราเห็นเคสโทรศัพท์สีแดง เห็นแค่นั้นเลยค่ะ บทสนทนาดังต่อไปนี้เลยค่ะ

นาย A : “ย้ายเต็นท์เลยครับ ผมช่วยย้าย ต้องย้ายตอนนี้เลยครับ” ซึ่งเรายังใส่เสื้อไม่เสร็จ ต้องเอาเสื้อมาบังหน้าอกไว้ ก็ยังคงโดนส่องไฟใส่หน้าอยู่ตลอดค่ะ” (จังหวะนี้เต็นท์กำลังจะโดนยก แต่เราตอกสมอไว้ค่ะ เขาพยายามจะลากเต็นท์ด้วยทั้งๆ ที่เราอยู่ในเต็นท์)
เรา: “พี่คะหนูขอใส่เสื้อแป๊บนึงค่ะ” (เราพูดเบามาก เพราะเกรงใจคนอื่น มันดึกมากแล้ว และยังคงโง่ที่ยังเชื่อว่าเค้าเป็นเจ้าหน้าที่ค่ะ)
นาย A : ” อ๋อ น้องไม่ได้ใส่เสื้อเหรอครับ” จังหวะนี้เค้ากำลังรูดซิปเต็นท์เข้ามา เราใส่เสื้อเสร็จพอดี เลยหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อจะกดถ่ายวิดีโอ แต่ผู้ชายคนนั้นก็รีบหนีทันที เรารูดซิปออกมาเพื่อจะส่องไฟดูว่าหนีไปทางไหน แต่เขาหนีไวมาก หาตัวไม่เจอเลย จำได้อย่างเดียวว่าเคสมือถือสีแดง ลักษณะเป็นหนังค่ะ
ยอมรับว่าตกใจมาก ไม่มีสติ และจัดการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไม่ดีเลย ไม่มีการระวังตัวใดๆ ทั้งสิ้น เพราะคิดว่าที่นี่คือเซฟโซนของเรา ถ้าเหนื่อยใจมากๆๆๆๆๆ อยากพักใจ ที่นี่จะเป็นตัวเลือกแรกเสมอที่เราจะมาฮีลใจ ทั้งๆ ที่เราอยู่เชียงใหม่ ที่กางเต็นท์มากมาย แต่ยอมเดินทางไกล เพื่อมาภูกระดึง
เราได้แจ้งเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้วค่ะ รับเรื่องรับทราบ แต่ไม่มีการอัปเดตอะไรกลับมาที่เราสักอย่างเลยค่ะ และคิดว่าผู้ชายคนนั้นคงไม่หยุดแค่ครั้งนี้แน่นอนค่ะ ครั้งที่ 5…6…7….. และครั้งต่อๆ ไป จะตามมาแน่นอนค่ะ ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่มีมาตรการหรือจัดการตัวก่อเหตุให้ได้

ขอบคุณน้องๆ ทั้งสองคน ชาย/หญิง ที่มาช่วยพี่ย้ายเต็นท์ ตอนตี 2 ครึ่งนะคะ ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ”
ล่าสุด อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ได้ออกแถลงการณ์ โดยระบุว่า ตามที่ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลของผู้ใช้ Facebook (ขอสงวนชื่อ) ในคืน วันที่ 13 พ.ค.69 ผ่านกลุ่มชมรมคนรักภูกระดึง และกลุ่มภูกระดึงรักแล้ว..รักเลย เกี่ยวกับเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นบริเวณลานกางเต็นท์ศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง โดยแจ้งว่าเหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ในช่วงเวลาประมาณ 01.00 – 02.00 น. นั้น
อุทยานแห่งชาติภูกระดึงมิได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นทันทีหลังได้รับแจ้ง โดยนักท่องเที่ยวเข้าแจ้งเหตุการณ์กับเจ้าหน้าที่ ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 13.00 -14.00 น. โดยนักท่องเที่ยวได้เข้าแจ้งข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ว่าเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ซึ่งระบุว่า ในช่วงเวลาประมาณ 01.00 – 02.30 น. ได้เกิดเหตุการณ์ตามรายละเอียดที่ปรากฏในโพสต์ต้นเรื่อง ภายหลังได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวางได้ดำเนินการสอบถามข้อมูลจากนักท่องเที่ยวผู้แจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่ รวมถึงตรวจสอบบริเวณและช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้นแล้ว จากข้อมูลที่ได้รับ เบื้องต้นพบว่าบุคคลดังกล่าวมีพฤติการณ์อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ เข้าพูดคุยกับนักท่องเที่ยวในช่วงเวลากลางคืน ในลักษณะพยายามให้นักท่องเที่ยวย้ายเต็นท์ออกจากจุดเดิม โดยไม่มีการแสดงตนหรือแสดงเครื่องหมายที่สามารถยืนยันตัวตนได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังมีพฤติกรรมเดินวนบริเวณรอบเต็นท์ พยายามเปิดหรือรูดซิปเต็นท์ และใช้ไฟจากโทรศัพท์มือถือส่องผ่านช่องระบายอากาศด้านข้างเต็นท์จ่อเข้าบริเวณใบหน้าของนักท่องเที่ยว ในลักษณะที่บดบังการมองเห็นรายละเอียดของบุคคลดังกล่าว สังเกตเห็นว่าเคสโทรศัพท์เป็นหนัง สีแดง ต่อมา บุคคลที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่พยายามจะเปิดเต็นท์เข้ามา นักท่องเที่ยวจึงใช้โทรศัพท์จะบันทึกภาพเหตุการณ์ บุคคลดังกล่าวจึงได้รีบหลบหนีออกจากบริเวณด้านหลังทางขวาของเต็นท์อย่างรวดเร็ว จนไม่สามารถบันทึกหรือมองเห็นหรือระบุรายละเอียดเพิ่มเติมได้
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 จากการสอบถามเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ผู้รับแจ้ง แจ้งว่า เนื่องจากข้อมูลและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องยังมีข้อจำกัด จึงยังไม่สามารถยืนยันตัวบุคคลหรือรายละเอียดของเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจนในขณะนี้ และอยู่ระหว่างการแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม จึงยังไม่มีการอัพเดทความคืบหน้าให้กับนักท่องเที่ยวรายดังกล่าว

ต่อมา อุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้เชิญนักท่องเที่ยว ซึ่งมีกำหนดลงจากพื้นที่ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เข้าพบหัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึงและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของรายละเอียดเพื่อประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป
ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติภูกระดึงอยู่ระหว่างติดตาม ตรวจสอบ และประสานการเฝ้าระวังเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว โดยได้ดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยในพื้นที่ ดังนี้
1. แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
2. นักท่องเที่ยวสามารถแจ้งเหตุฉุกเฉินได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน หรือแจ้งต่อ
3. ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ประจำคอยอำนวยความสะดวกและดูแลด้านความปลอดภัยตลอดเวลาในช่วงเวลาปกติ จะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยออกตรวจตราพื้นที่กางเต็นท์ในช่วงเวลาประมาณ 21.00 – 22.00 น. โดยภายหลังได้รับแจ้งเหตุ อุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนและตรวจตราพื้นที่กางเต็นท์ รวมถึงบริเวณบ้านพักและพื้นที่โดยรอบในช่วงเวลากลางวันและกลางคืนมากยิ่งขึ้น
4. มีการกำหนดพื้นที่กางเต็นท์ให้เหมาะสม อยู่ในบริเวณที่สามารถติดต่อหรือแจ้งเหตุแก่เจ้าหน้าที่ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
5. ดำเนินการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมในบริเวณลานกางเต็นท์และจุดเสี่ยงหรือจุดอับสายตาภายในพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและติดตามเหตุการณ์
6. เพิ่มการประชาสัมพันธ์ด้านความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำให้สังเกตพฤติการณ์ผิดปกติ หรือกรณีมีบุคคลแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ หากพบเหตุอันควรสงสัยให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
นอกจากนี้ อุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้กำชับเจ้าหน้าที่ทุกนายให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่กางเต็นท์ในช่วงเวลากลางคืน รวมทั้งให้มีการแสดงตน การแต่งกาย และการปฏิบัติหน้าที่ที่สามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจน ตลอดจนประชาสัมพันธ์แนวทางการแจ้งเหตุฉุกเฉินและการขอความช่วยเหลือแก่นักท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง
อุทยานแห่งชาติภูกระดึงขอขอบคุณนักท่องเที่ยวที่แจ้งข้อมูลและข้อกังวลดังกล่าว จะรีบสืบหาตัวบุคคลดังกล่าว และจะนำข้อเสนอแนะไปพิจารณาทบทวนและปรับปรุงในส่วนที่อาจยังเป็นข้อจำกัดของการดูแลพื้นที่ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพมาตรการด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมและรัดกุมยิ่งขึ้นต่อไป
.jpg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี