533.jpg
รู้จัก Swiss Cheese Model  เมื่ออุบัติเหตุหนึ่งครั้ง อาจไม่ใช่ความผิดพลาดเพียงจุดเดียว

รู้จัก Swiss Cheese Model เมื่ออุบัติเหตุหนึ่งครั้ง อาจไม่ใช่ความผิดพลาดเพียงจุดเดียว

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.12 น.

รู้จัก Swiss Cheese Model  เมื่ออุบัติเหตุหนึ่งครั้ง อาจไม่ใช่ความผิดพลาดเพียงจุดเดียว

เมื่อวันที่ 17 พ.ค.2569 เพจเฟซบุ๊ก "ปราชญ์ สามสี" ได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความ ระบุว่า "รถไฟชนรถเมล์กลางกรุง เมื่ออุบัติเหตุหนึ่งครั้ง อาจไม่ใช่ความผิดพลาดเพียงจุดเดียว โดย ปราชญ์ สามสี


ช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2569 เกิดอุบัติเหตุรุนแรงบริเวณจุดตัดทางรถไฟใกล้สถานีมักกะสัน กรุงเทพมหานคร เมื่อขบวนรถไฟสินค้าชนเข้ากับรถโดยสารประจำทางสาย 206 ขณะอยู่บริเวณทางตัดรถไฟ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้รถโดยสารและยานพาหนะใกล้เคียง มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย และบาดเจ็บหลายสิบราย โดยตัวเลขผู้บาดเจ็บจากรายงานเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 32 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและดับเพลิงเข้าควบคุมเหตุและลำเลียงผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่

จากรายงานของสื่อต่างประเทศและสื่อไทย เหตุเกิดบริเวณทางผ่านเสมอระดับระหว่างถนนกับทางรถไฟ ย่านอโศก–ดินแดง/มักกะสัน โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า รถเมล์อยู่ในตำแหน่งค้างหรือหยุดอยู่บนรางในช่วงที่การจราจรติดขัดและมีสัญญาณไฟแดงอยู่ด้านหน้า ทำให้รถไม่สามารถเคลื่อนออกจากแนวรางได้ทัน ขณะเดียวกันรถไฟสินค้าซึ่งมีน้ำหนักมากกำลังเคลื่อนเข้ามา และไม่สามารถหยุดได้ในระยะกระชั้นชิด

รายงานของ AP ระบุว่า ยังต้องมีการสอบสวนต่อไปว่า ระบบไม้กั้นหรือสัญญาณเตือนบริเวณทางตัดทำงานอย่างไรในช่วงก่อนเกิดเหตุ โดยมีพยานบางรายให้ข้อมูลว่าไม่เห็นไม้กั้นปิดลงก่อนการชน อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังเป็นเรื่องที่ต้องรอผลสอบสวนอย่างเป็นทางการ ไม่ควรสรุปว่าเป็นความผิดของบุคคลใดบุคคลหนึ่งในทันที

ภาพรวมของเหตุการณ์จึงไม่ใช่เพียง “รถไฟชนรถเมล์” แต่เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในพื้นที่ซึ่งมีความเสี่ยงหลายชั้นซ้อนกัน ทั้งการจราจรในเมืองที่หนาแน่น จุดตัดทางรถไฟระดับพื้นดิน รถโดยสารขนาดใหญ่ที่เคลื่อนตัวลำบาก สัญญาณไฟจราจรด้านหน้า ระบบเตือนภัยทางรถไฟ และข้อจำกัดทางกายภาพของรถไฟสินค้าที่ไม่สามารถเบรกหยุดได้ทันทีเหมือนรถยนต์ทั่วไป

ในภาษาข่าว เหตุการณ์นี้คือโศกนาฏกรรมกลางเมือง แต่ในภาษาการวิเคราะห์ความปลอดภัย เหตุการณ์นี้อธิบายได้ดีด้วยหลักการที่เรียกว่า Swiss Cheese Model หรือ แบบจำลองชีสสวิส

คำว่า “Swiss Cheese Model” ใช้ภาพเปรียบเทียบเป็นแผ่นชีสสวิสที่มีรูหลายรู

หลักการนี้อธิบายว่า ในระบบใหญ่ ๆ มักมี “ชั้นป้องกัน” หลายชั้น เหมือนเอาแผ่นชีสหลายแผ่นมาตั้งเรียงกัน แต่ละแผ่นคือด่านป้องกัน เช่น กฎหมายจราจร สัญญาณไฟ ไม้กั้นทางรถไฟ การมองเห็นของผู้ขับขี่ ระบบแจ้งเตือน การออกแบบถนน และมาตรการกู้ภัย

แต่ปัญหาคือ ทุกชั้นป้องกันล้วนมี “รูรั่ว” ของตัวเอง แผ่นหนึ่งอาจรั่วเพราะรถติด อีกแผ่นอาจรั่วเพราะรถค้างบนราง อีกแผ่นอาจรั่วเพราะสัญญาณเตือนถูกมองข้ามหรือทำงานไม่พอ อีกแผ่นอาจรั่วเพราะรถไฟหนักเกินกว่าจะหยุดทัน และอีกแผ่นอาจรั่วเพราะจุดตัดรถไฟอยู่ในพื้นที่การจราจรหนาแน่น

โดยปกติ รูรั่วเหล่านี้อาจไม่ทำให้เกิดหายนะ เพราะรูของแต่ละชั้นไม่ได้เรียงตรงกัน รถอาจติดแต่ยังไม่อยู่บนราง หรือรถอยู่ใกล้รางแต่ไม้กั้นเตือนทัน หรือรถไฟมาแต่พื้นที่หน้ารถยังโล่งให้หลบได้

แต่ในวันที่ทุกอย่างมาเรียงตรงกันพอดี — รถติด, รถเมล์ค้างบนราง, ไฟแดงทำให้เดินหน้าต่อไม่ได้, ระบบเตือนหรือไม้กั้นไม่สามารถหยุดเหตุได้, รถไฟสินค้าเบรกไม่ทัน — ความผิดพลาดเล็ก ๆ หลายชั้นจึงทะลุผ่านกันจนกลายเป็นอุบัติเหตุใหญ่

นี่คือหัวใจของ Swiss Cheese Model: หายนะจำนวนมากไม่ได้เกิดจาก “รูเดียว” แต่เกิดจาก “รูหลายรู” ที่บังเอิญเรียงตรงกัน

ดังนั้น คำถามหลังเหตุการณ์นี้ไม่ควรหยุดอยู่แค่ว่า “คนขับรถเมล์ผิดไหม” หรือ “คนขับรถไฟผิดไหม” แต่ต้องถามให้ลึกกว่านั้นว่า ทำไมรถเมล์จึงมีโอกาสค้างบนรางได้ ทำไมสัญญาณไฟถนนกับทางรถไฟจึงปล่อยให้สถานการณ์อันตรายเกิดขึ้น ทำไมจุดตัดแบบนี้ยังอยู่กลางพื้นที่จราจรหนาแน่น และมีระบบตรวจจับรถติดบนรางหรือระบบเตือนรถไฟล่วงหน้าเพียงพอหรือไม่

ถ้ามองแบบนี้ เราจะไม่ใช้โศกนาฏกรรมเพียงเพื่อหาคนรับผิด แต่จะใช้มันเพื่อปิดรูรั่วของระบบ เช่น ปรับสัญญาณไฟจราจรไม่ให้รถหยุดคร่อมราง ติดตั้งกล้องตรวจจับยานพาหนะบนราง เพิ่มระบบเตือนคนขับรถไฟแบบเรียลไทม์ จัดระเบียบจุดตัดเสี่ยงสูง หรือในระยะยาวอาจต้องแยกระดับทางรถไฟกับถนนในจุดที่มีปริมาณรถหนาแน่นมาก

บทเรียนของเหตุรถไฟชนรถเมล์ครั้งนี้จึงเจ็บปวดอย่างยิ่ง เพราะผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บคือประชาชนธรรมดาที่กำลังเดินทางในชีวิตประจำวัน แต่หากสังคมเรียนรู้จากเหตุการณ์นี้ด้วยหลัก Swiss Cheese Model ก็อาจทำให้เราเห็นว่า ความปลอดภัยไม่ใช่เรื่องของคนคนเดียว แต่เป็นเรื่องของระบบทั้งหมดที่ต้องช่วยกันปิดรูรั่ว ไม่ให้หายนะครั้งต่อไปมีโอกาสทะลุผ่านเข้ามาอีก"

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top