วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เว็บไซต์ ladbible.com ได้เปิดเผยเรื่องราวการค้นพบครั้งสำคัญทางประวัติศาสตร์ในประเทศอังกฤษ หลังมีการขุดพบซากโบราณสถานและวัตถุโบราณอายุเก่าแก่กว่า 8,000 ปี จมอยู่ใต้ผืนดินของทุ่งนาแห่งหนึ่งอย่างน่าทึ่ง ในระหว่างที่คนงานกำลังปรับดินเพื่อเตรียมก่อสร้างโครงการถนนเลี่ยงเมืองนิวอาร์กสาย A46 ในแถบนอตติงแฮมเชียร์
การเปิดตัวกรุสมบัติโบราณในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการระดมทีมผู้เชี่ยวชาญและนักโบราณคดีราว 30 ชีวิต ลงพื้นที่ขุดสำรวจรวม 5 จุดใหญ่ ครอบคลุมอาณาบริเวณกว้างกว่า 23 เอเคอร์ โดยใช้เวลาแกะรอยยาวนานถึง 22 สัปดาห์นับตั้งแต่ช่วงปี 2025 ที่ผ่านมา จนกระทั่งสามารถกู้คืนหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีอายุไล่เรียงย้อนกลับไปได้ไกลสุดถึง 6,000 ปีก่อนคริสตกาล
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI
จากการเปิดเผยของทีมสำรวจ สิ่งที่สร้างความตื่นตะลึงให้แก่แวดวงประวัติศาสตร์เป็นอย่างมาก เพราะค้นคบร่องรอยการอยู่อาศัยและสิ่งปลูกสร้าง อย่างบ้านพักอาศัยจำนวน 2 หลัง ซึ่งคาดว่าสร้างขึ้นในยุคแองโกล-แซกซอน พร้อมทั้งบ่อน้ำโบราณจากสมัยจักรวรรดิโรมัน อีกทั้งขุดพบซากโครงกระดูกมนุษย์ทั้งหมด 7 โครงในแหล่งฝังศพ ซึ่งในขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการส่งตรวจวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ในห้องปฏิบัติการ เพื่อระบุช่วงเวลาที่แน่นอนว่าอยู่ในยุคเหล็ก ยุคโรมัน หรือยุคแองโกล-แซกซอน กันแน่
ทีมงานยังได้เก็บกู้เศษเครื่องปั้นดินเผาอีกราว 163 ชิ้น ซึ่งความพิเศษคือหลายชิ้นยังคงมีสารเคลือบเงา ลวดลายประดับที่คมชัดงดงามจากยุคโรมันและยุคเหล็ก และพบวัตถุโบราณจากช่วงก่อนประวัติศาสตร์ อาทิ หัวลูกศรที่ทำจากหินเหล็กไฟ อุปกรณ์บดแป้งสำหรับทำขนมปังของผู้คนในยุคหินใหม่ รวมไปถึงเศษซากสิ่งของหลงเหลือที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์สงครามกลางเมืองอังกฤษในช่วงปี ค.ศ. 1642
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI
ทางด้าน นาซิยา เชค ผู้จัดการโครงการทางหลวงแห่งชาติ สำหรับโครงการถนน A46 นิวอาร์ก ได้แสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ว่า ถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ได้ค้นพบจิ๊กซอว์ประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญที่ซ่อนอยู่ใต้ดินเมืองนิวอาร์กโดยไม่มีใครระแคะระคายมาก่อน ซึ่งทางหน่วยงานให้ความสำคัญกับการบันทึกและรักษามรดกของชาติชิ้นนี้เป็นอย่างมาก และพร้อมที่จะเผยแพร่รายละเอียดเหล่านี้ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับรู้ เพราะโบราณคดีถือเป็นสมบัติของชุมชนเพื่อส่งต่อความรู้ให้คนรุ่นหลังต่อไป
ขณะที่ ฌอน ทิฟฟิน ตัวแทนจากบริษัท Archaeological Management Solutions ผู้นำทีมขุดค้นในโปรเจกต์นี้ระบุเพิ่มเติมว่า ข้อมูลที่ได้จากการขุดสำรวจในครั้งนี้เปรียบเสมือนหน้าต่างที่เปิดให้เราได้เข้าไปเห็นภาพจำลองวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และการย้ายถิ่นฐานของมนุษย์ในอดีตแถบนอตติงแฮมเชียร์อย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยุคโรมัน จนมาถึงยุคแองโกล-แซกซอน ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนโบราณที่ไม่เคยมีใครทราบว่ามีอยู่จริงมาก่อนบนโลกใบนี้
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI
ขอขอบคุณข้อมูลจาก ladbible.com
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี