วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
วันนี้ 19 พฤษภาคม 2569 นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน และ สส.บัญชีรายชื่อ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชวนคนไทยแกะรอยตัวเลขเศรษฐกิจที่ฉากหน้าดูดี แต่ฉากหลังน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง โดยมีข้อความระบุว่า "3 สัญญาณอันตรายใต้จีดีพี +2.8% โรงงานขนาดเล็กทยอยปิดตัว, ขาดดุลจีนเป็นประวัติการณ์, ภาคเกษตรอ่วมอรทัย
วันนี้สภาพัฒน์เปิดตัวเลข GDP ไตรมาส 1 ของไทยว่ามีการขยายตัว 2.8% ถ้าเทียบกับประเทศอาเซียนอื่นๆ อาจจะดูไม่สูง (สิงคโปร์ 4.6% มาเลเซีย 5.4% เวียดนาม 7.8%) แต่ถ้าเทียบกับตัวเราเองไตรมาสก่อนที่โต 2.5% ก็ต้องนับว่าเป็นการเติบโตในทิศทางที่ดีขึ้น
.jpg)
โดย “ตัวเอก” ประจำไตรมาสนี้คือ “การลงทุนภาคเอกชน” ที่ขยายตัว 10.1% เมื่อถัวกับการลงทุนภาครัฐที่ขยายตัว 9.4% ทำให้การลงทุนรวมของไทยเติบโตถึง 9.9% นับเป็นอัตราการขยายตัวสูงสุดในรอบ 11 ปี ที่น่าดีใจคือ พอดูไส้ในก็เป็นแรงผลักจากการลงทุนในหมวดเครื่องจักร ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่ดีของการลงทุนแบบมีคุณภาพส่วน “ตัวรอง” สำคัญประจำไตรมาสคือ การท่องเที่ยว ที่มูลค่าบริการขึ้นมาแตะระดับใกล้ 5 แสนล้านบาท ฟื้นกลับมาใกล้กับช่วงก่อนโควิดแล้ว อย่างไรก็ตาม ดอกจันสำคัญในการอ่านเศรษฐกิจไตรมาสแรก (ของทั้งโลก) คือ ผลของสงครามตะวันออกกลางเริ่มส่งผลจริงจังนับจากกลางเดือนมีนาคมเป็นต้นมา เราจึงต้องให้ความสำคัญกับ “สัญญาณเตือนภัย” ที่เริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางตัวเลขบวกเป็นพิเศษ เพราะมีความเสี่ยงที่สัญญาณลบเหล่านี้จะยิ่งรุนแรงขึ้นตั้งแต่ไตรมาสสองเป็นต้นไป
ใต้ตัวเลขจีดีพีโต 2.8% ในไตรมาสแรก มีสัญญาณเตือนภัย 3 เรื่อง ดังนี้ครับ
.jpg)
1. โรงงานไซส์ใหญ่ขยาย แต่โรงเล็กทยอยปิด ผลิตรถยนต์ดิ่ง สัญญาณเตือนภัยอย่างแรกคือ นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ไตรมาส หรือตั้งแต่ปลายปี 2566 ที่เรามีจำนวนโรงงาน “ปิดกิจการ” มากกว่า “เปิดกิจการ” แม้โดยรวมจะพบว่าโรงงานขนาดใหญ่และขนาดกลางจำนวนมากยัง “ขยายกิจการ” ได้อยู่ แต่โรงงานขนาดเล็ก (ที่จ้างงานไม่เกิน 50 คน) กลับทยอยปิดจนมากกว่าจำนวนที่เปิดใหม่แล้ว โดยเฉพาะโรงงานที่ทำโลหะและยานยนต์ สอดคล้องกับ “สัญญาณลบ” ใต้ตัวเลขส่งออกที่ดูดี เพราะภาคการผลิตที่มี local content สูงอย่างรถยนต์นั่ง อากาศยาน เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า ผลิตภัณฑ์ไม้ ทั้งหมดที่ว่ามานี้ มีตัวเลขส่งออกติดลบตั้งแต่ระดับ -6% (เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า) ไปจนถึง -43% (รถยนต์นั่ง)
2. ส่งออกโตจริง แต่นำเข้าโตยิ่งกว่า ไทยขาดดุลจีนเป็นประวัติการณ์ แทบทุกไตรมาส เราจะเห็นแต่พาดหัว “ไทยส่งออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์” ซึ่งก็จริง เพราะไตรมาสแรกของปีนี้ ตัวเลขส่งออกของไทยก็สูงขึ้นมาแตะระดับ 2.9 ล้านล้านบาท สูงขึ้นเกือบ 8% ไม่เคยสูงเท่านี้มาก่อน แต่การค้าระหว่างประเทศต้องดูสองด้านเสมอ เพื่อให้เห็นภาพเศรษฐกิจที่เป็นจริงและรอบด้าน ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ในขณะที่ตัวเลขส่งออกเราถีบตัว มูลค่าการนำเข้าของไทยก็ทะยานสูงเช่นกัน โดยไตรมาสแรกอยู่ที่ระดับ 3.3 ล้านล้านบาทแล้ว โตระดับ 21% นำเข้าสูงเป็นประวัติการณ์ยิ่งกว่าการส่งออก ตัวเลขนำเข้าของไทยตอนนี้เป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 18 ไตรมาส จนทำให้เน็ตๆ แล้ว สามเดือนแรกของปีนี้ ไทยขาดดุลไปแล้ว -336,517 ล้านบาท เรียกว่าเพียงแค่สามเดือนแรก ยอดขาดดุลของเราก็สูงกว่าปี 68 ทั้งปี (-310,285 ล้านบาท) แล้ว ถ้านับเฉพาะการค้ากับจีนอย่างเดียว ตัวเลขขาดดุลของเราปีนี้ก็มีแนวโน้มทำ new high เฉพาะไตรมาสแรกปี 69 ไทยขาดดุลจีน -679,737 ล้านบาท สูงขึ้นกว่าปีก่อนถึง 40% เทียบกับปี 68 ทั้งปี ไทยขาดดุลจีน -2,265,158 ล้านบาท ย้อนไปปี 67 ทั้งปี ไทยขาดดุลจีน -1,619,180 ล้านบาท สูงขึ้นเป็นสถิติใหม่ทุกปี แต่ไม่เคยมีรัฐบาลไหนพูดถึงหรือสแกนไปดูให้ละเอียดว่าส่งผลกับภาคการผลิตและแรงงานไทยอย่างไร
.jpg)
3. รายได้เกษตรกรลดลง 4 ไตรมาสติดต่อกัน ที่น่ากังวลที่สุดและควรได้รับการดูแลจริงจังกว่านี้คือ ภาคเกษตรไทย ดัชนี “ราคาสินค้าเกษตร” ลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 ฉุดให้ “รายได้เกษตรกร” ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 ด้วยตัวเลข -6% แย่ลงต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนที่ -13% ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะราคาสินค้าเกษตรสำคัญๆ ของไทยต่างเผชิญปัญหาราคาตกต่ำ ไม่ว่าจะเป็นยางพารา (-12%) สุกร (-15%) ข้าวเปลือก (-7%) อ้อยโรงงาน (-22%) ปาล์มน้ำมัน (-14%) สอดคล้องกับมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรที่ลดลงต่อเนื่องมาแรมปี โดยเฉพาะ 3 ตัวหลัก คือ ข้าว (-16%) ยาง (-22%) และผลไม้ (-14%)
ใต้ตัวเลขจีดีพีไตรมาสแรกที่ขยายตัว 2.8% และตัวเลขการลงทุนที่น่าดีใจ เราต้องเฝ้าระวังและลงไปจัดการกับ 3 สัญญาณลบที่เริ่มก่อตัว คือ โรงงานขนาดเล็กที่ทยอยปิด มูลค่าการนำเข้าที่สูงเป็นประวัติการณ์ และภาคเกษตรที่ราคาและรายได้ดิ่งเหวต่อเนื่อง"
.jpg)
ไม่นานหลังจากที่โพสต์ของ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ที่มีต่อ 3 สัญญาณอันตรายใต้จีดีพี +2.8% ทำให้ชาวเน็ตหลายคนเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น
"หลงดีใจว่า โตเพิ่ม 2.8% แต่ต้องคลี่มาดูให้ชัดๆ ค่ะ"
"เหมือนโดนปกครองโดยรัฐบาลจีน..."
"ท่องเที่ยว คือเพร่ะช่วงใกล้สงกรานต์มั้ยคะ เลยสูง หรือไม่มีซีซั่น สูงทั้งปี"
"ขอบคุณค่ะท่าน อ จ ต้น กะจายข่าวแชรวนไป ค่ะ"
"สุดยอดค่ะ อ.ต้น น่าเป็นหาวงจริงๆ"
"ขาดดุลจีนน่าจะเพิ่มขึ้นทุกปี"
"ทำอย่างไรให้เป็นเจริญเติบโตแบบยั่งยืน"
.jpg)
.jpg)
.jpg)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร - Veerayooth Kanchoochat
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี