วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
533.jpg
เอ็ดดี้ อัษฎางค์ อ่านเกม ทราย สก๊อต เขย่าตระกูล ภิรมย์ภักดี ลามกระทบแบรนด์สิงห์

เอ็ดดี้ อัษฎางค์ อ่านเกม ทราย สก๊อต เขย่าตระกูล ภิรมย์ภักดี ลามกระทบแบรนด์สิงห์

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.40 น.

19 พฤษภาคม 2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือเอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เอ็ดดี้ อัษฎางค์  วิเคราะห์กรณี ทราย สก๊อต ที่กำลังเป็นกระแสจับตาอย่างรุนแรงในสังคม โดยชี้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างแรงสะเทือนและวิกฤตศรัทธาต่อตระกูลใหญ่ระดับประเทศอย่าง ภิรมย์ภักดี และแบรนด์ระดับตำนานเบียร์สิงห์ ระบุว่า

ทราย สมุทร ผู้เปลี่ยนภาพ Singha beer ให้กลายเป็น Sin beer ในช่วงข้ามวันข้ามคืน
เมื่อความเงียบ (Silence strategy) ที่ตระกูลใหญ่ในอดีตมักใช้เพื่อรอให้เรื่องเงียบ อาจเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปในยุคที่โซเชียลมีเดียทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง
______________________________________________
จากปรากฏการณ์ “ทราย สมุทร” แม้ในทางกฎหมาย นี่อาจเป็นเพียงข้อพิพาทของบุคคลที่ต้องรอการพิสูจน์ และเหตุการณ์นี้ไม่ได้ทำให้ Singha beer กลายเป็น Sin beer ในเชิงข้อเท็จจริง ทว่าในมิติของภาพลักษณ์ สังคมกำลังเริ่มตั้งคำถามและถอดรหัสแบรนด์นี้ผ่านกรอบทางศีลธรรมที่เข้มข้นขึ้น
ผมคงต้องบอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การเหมาว่า “คนทั้งตระกูลผิด” และผมเชื่อแบบนั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อวิกฤตเกิดขึ้นกับ “ตระกูลใหญ่ ธุรกิจระดับชาติ และแบรนด์ที่เป็นตำนาน” สิ่งที่น่าคิดต่อคือ ภิรมย์ภักดี บุญรอดบริวเวอรี่ และเบียร์สิงห์ จะบริหารจัดการกับวิกฤตศรัทธาครั้งนี้อย่างไร
______________________________________________
หนึ่ง ‘ภิรมย์ภักดี’ เป็นตระกูลใหญ่ที่ไม่ได้มีแค่ความมั่งคั่ง แต่มีทุนทางสังคม ทุนทางวัฒนธรรม เครือข่าย และความน่าเชื่อถือที่สะสมมาหลายชั่วอายุคน ดังนั้น คำถามของสังคมในเวลานี้จึงก้าวข้ามเรื่อง “ใครผิดใครถูกในบ้าน” ไปสู่คำถามเชิงโครงสร้างที่ว่า “ครอบครัวระดับนี้ มีระบบจัดการกับความจริง ความเจ็บปวด และความเป็นธรรมอย่างไร”
 
สอง แรงสะเทือนต่อวัฒนธรรม ‘รักษาหน้าตระกูล’
นี่อาจเป็นจุดที่ลึกที่สุด เหตุการณ์นี้กระทบความเชื่อแบบไทย ๆ ที่มักบอกว่า “เรื่องในบ้าน อย่าเอาออกมาพูดข้างนอก” แต่เมื่อเรื่องในบ้านมีข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิด การปกปิด การกดดัน หรือการเอาชื่อเสียงตระกูลมาก่อนชีวิตคนหนึ่งคน คำว่า “เรื่องในบ้าน” จะไม่พออีกต่อไป สังคมยุคใหม่กำลังบอกว่า เกียรติของตระกูลไม่ควรใหญ่กว่าความปลอดภัยของสมาชิกในบ้าน
 
สาม สิงห์’ ไม่ใช่แค่สินค้า แต่เป็นแบรนด์ระดับตำนานที่อยู่คู่สังคมไทยมาตั้งแต่ทศวรรษ 1930 ภาพลักษณ์ที่ถูกสร้างขึ้นคือความเป็นธุรกิจไทยที่เก่าแก่ มีเกียรติ มีรากเหง้า และมีความมั่นคงสูง เมื่อแบรนด์ระดับนี้ถูกเชื่อมโยงกับข้อกล่าวหารุนแรงภายในครอบครัว มันจึงไม่ใช่แค่ “ข่าวฉาวของคนดัง” แต่เป็น reputational spillover หรือการลามของมลทินจากบุคคลไปสู่สถาบันครอบครัวและแบรนด์
 
สี่ ผลิตภัณฑ์อย่าง เบียร์ น้ำดื่ม โซดา ไปจนถึงการเป็นสปอนเซอร์กีฬา อีเวนต์ และการทำ CSR ทั้งหมดนี้ล้วนขับเคลื่อนด้วย “ภาพจำและความรู้สึก” หากผู้บริโภครุ่นใหม่เริ่มรู้สึกว่าแบรนด์แข็งกระด้างเกินไป หรือเลือกที่จะปกป้องชื่อเสียงมากกว่าคนที่อ้างว่าเป็นเหยื่อ แบรนด์จะสูญเสียมูลค่าจาก “ความรู้สึกทางศีลธรรม” ที่เปลี่ยนไป
 
นอกจากนี้ ในมิติของธุรกิจระดับชาติ คู่ค้า พันธมิตรระดับโลก และนักลงทุน ย่อมต้องประเมินความเสี่ยงด้าน ESG (Environmental, Social, and Governance) โดยเฉพาะในหมวดบรรษัทภิบาล (Governance) และความรับผิดชอบต่อสังคม (Social) หากมาตรฐานตรงนี้ถูกตั้งคำถาม ย่อมส่งผลกระทบถึงความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว
 
ห้า: กลยุทธ์ความเงียบ (Silence Strategy) ที่หมดอายุ
ในอดีต ตระกูลใหญ่หรือองค์กรขนาดใหญ่มักรับมือกับวิกฤตด้วย “ความเงียบ” เพื่อปล่อยให้กาลเวลาพัดพาความสนใจของสังคมให้จางหายไป แต่ในยุคที่โซเชียลมีเดียเป็นผู้กำหนดวาระสังคม กลยุทธ์ความเงียบมักถูกตีความว่าเป็นการเพิกเฉย ปัดความรับผิดชอบ หรือซ่อนเร้นอำนาจ การไม่ออกมาจัดการหรือกำหนดจุดยืนอย่างโปร่งใส อาจยิ่งสุมไฟให้วิกฤตศรัทธาลุกลามเร็วยิ่งขึ้น
______________________________________________
ผมมองว่า สังคมไม่ได้เรียกร้องให้คนทั้งตระกูลต้องมารับโทษแทนผู้ถูกกล่าวหา เพราะ “ความผิดเป็นเรื่องของบุคคล” ที่ต้องพิสูจน์กันด้วยพยานหลักฐานตามกระบวนการยุติธรรม
แต่สังคมกำลังเฝ้ามองว่า ตระกูลใหญ่ที่มีอำนาจทางสังคม จะพิสูจน์มาตรฐานทางศีลธรรมของตนอย่างไรในวันที่ชื่อเสียงถูกทดสอบ
นี่คือบททดสอบสำคัญว่า ตระกูลใหญ่ที่มีอำนาจทางสังคม จะพิสูจน์มาตรฐานทางศีลธรรมของตนอย่างไรในวันที่ชื่อเสียงถูกท้าทาย และพวกเขาจะยังสามารถใช้ชื่อเสียงเก่าแก่เป็น “เกราะกำบัง” ได้หรือไม่ ในยุคที่คนตัวเล็กๆ ในบ้านกล้าที่จะนำความเจ็บปวดออกมาตีแผ่กลางแสงสว่างของสาธารณชน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top