วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
วันนี้ 20 พฤษภาคม 2569 นายถาวร เสนเนียม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเปิดปมข้อสงสัยกรณีการเสียภาษีจากการขายหุ้นชินคอร์ปของคุณทักษิณ ชินวัตร โดยระบุว่ามีความไม่ชอบมาพากลในการปฏิบัติหน้าที่ของกรมสรรพากร โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า "กรณีสืบเนื่องจากคุณทักษิณต้องจ่ายภาษี 17,600 ล้านบาทอันเนื่องมาจากการขายหุ้นชินคอร์ปยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่ ผมถาวร เสนเนียม ต้องการกระตุ้นต่อมความคิดของสังคมเพื่อช่วยกันในการตรวจสอบคือ
เมื่อคุณทักษิณยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 30 เมื่อปี 2560 หลังจากถูกแจ้งการประเมินภาษีแล้วกฎหมายกำหนดไว้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 31 ว่า การยื่นอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการบังคับชำระภาษี นั่นหมายความว่า แม้จะยื่นอุทธรณ์ก็ตามกรมสรรพากรก็มีมีอำนาจยึดอายัดทรัพย์เพื่อบังคับชำระค่าภาษีได้ ตามอำนาจที่กำหนดไว้ในมาตรา 12

แต่มีข้อยกเว้นว่าถ้าคุณทักษิณยื่นขอทุเลาการบังคับชำระค่าภาษีและอธิบดีกรมสรรพากรอนุญาตก็สามารถทุเลาการบังคับชำระภาษีไว้ก่อนได้ ซึ่งปกติการที่อธิบดีกรมสรรพากรจะอนุญาตให้ทุเลาได้ผู้ยื่นอุทธรณ์คือคุณทักษิณจะต้องวางหลักประกันค่าภาษีและอาจใช้บุคคลอื่นค้ำประกันไว้ด้วย แต่ปรากฏว่าทางกรมสรรพากรไม่ได้ดำเนินการใดๆ เพื่อให้มีการขอทุเลาและวางหลักประกันค่าภาษีเลยทั้งๆที่ควรมีหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของรัฐอย่างยิ่งและในทางปฏิบัติของกรมสรรพากรแม้แต่ค่าภาษีจำนวนเล็กน้อยของผู้เสียภาษีรายย่อยเมื่อจะมีการดำเนินการให้ขอทุเลาจะต้องวางหลักประกันเสมอซึ่งสามารถตรวจสอบได้แต่รายนี้มีค่าภาษีถึง 17,000 กว่าล้าน กลับละเลยเพิกเฉยไม่ดำเนินการเลยเรื่องนี้ผมขอเรียกร้องไปยัง ปปช ให้ดำเนินการ ไต่สวนผู้ที่ส่อกระทำความผิดแต่ ปปช ยังไม่สามารถตั้งเรื่องได้เพราะยังไม่มีใครร้องต่อ ปปช เห็นแล้วหดหู่จริงๆ
พวกเราประชาชนต้องเสียภาษีกันทุกบาททุกสตางค์ขณะนี้เงินภาษีของรัฐก็ยิ่งเก็บได้น้อยลงไม่เพิ่มขึ้นเลยกรมสรรพากรก็กลับปล่อยประละเลยรายใหญ่ให้ลอยนวลถ้าเรื่องนี้ได้มีการขอทุเลาและวางหลักประกันไว้ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 31 ตั้งแต่ปี 2560 เมื่อศาลพิพากษาในปี 2568 ก็สามารถบังคับกับหลักประกันได้เลย รัฐไม่เสียหายแน่นอนการที่อธิบดีกรมสรรพากรและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ทุกๆคนที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในส่วนนี้จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 154 และ 157 จึงอยากให้มีการดำเนินการในเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด เรื่องนี้ผมนายถาวร เสนเนียม ขอร้องเรียนไปยัง ปปช ผ่านเพจของผมและสื่อต่างๆหรือ ท่านใดจะหยิบยกเรื่องนี้ไปร้องต่อ ปปช ก็จะเป็นประโยชน์ต่อกระบวนการยุติธรรม ประเทศชาติและประชาชน ครับ
.jpg)
หมายเหตุ ขอเรียนว่าเรื่องการขอทุเลาการชำระค่าภาษีเป็นบทบัญญัติพิเศษที่จะดำเนินการได้เฉพาะตามประมวลรัษฎากรมาตรา 31 เท่านั้นไม่ใช่กระบวนการขอทุเลาในชั้นศาลได้เหมือนคดีแพ่งตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ครับ"
หลังโพสต์ของ นายถาวร เสนเนียม ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง โดยมีทั้งฝ่ายที่สนับสนุนให้ตรวจสอบและฝ่ายที่ออกมาปกป้องผลงานในอดีต เช่น
"ท่านถาวรก็จัดการเองแหละครับ"
"ของเราเก็บทุกบาททุกสตางค์ ที่ดิน 40 ตารางวาก็ต้องจ่าย"
"หากโครงการรับจำนำข้าว,โครงการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบและโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงยังมีอยู่สำเร็จบรรลุตามวัตถุประสงค์ วันนี้ประเทศไทยคงจะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความมั่นคงทางอาหารสูงเป็นลำดับต้นๆของโลกแล้ว รักตลอดไป "เพื่อไทย" ตลอดกาล..."
"เรียนให้สนุกเล่นให้มีความรู้มุ่งสู่อนาคตที่สดใสหนึ่งคำขวัญหนึ่งวันเด็ก,หนึ่งกองทุนหนึ่งหมู่บ้าน,หนึ่งการพักชำระหนี้หนึ่งราคาพืชผลทางการเกษตร,หนึ่งSMLหนึ่งรัฐวิสาหกิจชุมชน,หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์,หนึ่งอำเภอหนึ่งทุนการศึกษา,หนึ่งจังหวัดหนึ่งกีฬาหนึ่งผู้ว่าCEO,หนึ่งการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด,หนึ่งสวัสดิการถ้วนหน้าหนึ่งสามสิบบาทรักษาทุกโรค,หนึ่งการใช้หนี้IMF,หนึ่งสุวรรณภูมิหนึ่งไทยคมหนึ่งสนามบินหนึ่งดาวเทียมเชื่อมโลกและประเทศไทยเกือบจะได้เป็นหนึ่งในเสือตัวที่ห้าของเอเซีย หากรัฐบาลภายใต้การนำของไทยรักไทยและพลังประชาชนไม่ถูกปฏิวัติรัฐประหารในวันนั้น วันนี้ประเทศไทยคงจะเป็นหนึ่งในลำดับประเทศต้นๆของโลกแล้ว ราชาอาจจะไม่ใช่ราชันและสำหรับราชันก็คือราชันอยู่วันยังค่ำ"


.jpg)
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ถาวร เสนเนียม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี