533.jpg
รายงานพิเศษ : ฟุตบอลไทยจะไปฟุตบอลโลก ทำได้ชาตินี้ไม่ต้องรอชาติหน้า

รายงานพิเศษ : ฟุตบอลไทยจะไปฟุตบอลโลก ทำได้ชาตินี้ไม่ต้องรอชาติหน้า

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

ข่าวการปฏิเสธการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับเสียงตอบรับจากพี่น้องประชาชนเจ้าของเงินภาษีเป็นอย่างดี แม้แต่ตัวนายกรัฐมนตรีก็ออกมาพูดชัดเจน “รัฐบาลไม่มีนโยบายที่จะซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลโลก ในราคาที่ค่อนข้างสูงมาก” เป็นราคาลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลโลกในวงเงิน 1,300 ถึง 1,700 ล้านบาท ถือว่าเป็นวงเงินที่สูงมาก

มีเสียงเรียกร้องจำนวนไม่น้อยที่อยากให้รัฐบาลนำวงเงินดังกล่าวมาสร้างทีมฟุตบอลทีมชาติไทยให้แข็งแกร่งเพียงพอที่จะไปฟุตบอลโลกในปี 2030 ได้ เมื่อมีเงิน 1,300 ล้าน ที่พร้อมซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกได้ก็น่าที่จะนำเงินจำนวนดังกล่าวมาสร้างทีมชาติไทยให้ไปฟุตบอลโลกให้ได้ในชาตินี้ไม่ต้องรอชาติหน้าเหมือนที่แฟนบอลชาวไทยรอคอยกันอยู่อย่างไร้ความหวัง


ภายใต้รัฐบาลที่มีเสียงเป็นเอกภาพได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ภายใต้นายกรัฐมนตรีนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มีพื้นฐานทางการบริหารธุรกิจ เป็นอย่างดีมีประสบประการทางการเมืองมายาวนานอีกทั้งเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ในการทำงานทางการเมืองดีมากคนหนึ่ง หากท่านจะมีวิสัยทัศน์ที่จะสร้างทีมฟุตบอลทีมชาติไทยร่วมกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ในยุคที่มี “มาดามแป้ง” คุณนวลพรรณ ล่ำซำ เป็นนายกสมาคมฯในปัจจุบัน ที่มีความสนิทสนมเป็นที่ชื่นชอบของประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่าอีกทั้งเป็นที่ชื่นชมของวงการฟุตบอลนานาชาติในฐานะที่เป็นผู้นำกีฬาฟุตบอลที่เป็นสุภาพสตรี มี “ครูใหญ่” อย่างคุณเนวิน ชิดชอบ ผู้มีความรู้ในเรื่องฟุตบอลเป็นอย่างดีและมีประสบประการณ์ ในทางการเมืองด้วย วงการฟุตบอลมีกลุ่มธุรกิจจากค่ายทรูคอร์ปอเรชั่น ค่ายซีพี ค่ายสิงห์คอร์ปอเรชั่น เรามีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา นายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล ที่เคยเป็นเจ้าของทีมอยุธยายูไนเต็ด รวมถึงมีนักการเมืองที่มีความชื่นชอบกีฬาฟุตบอลเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลอาชีพอยู่มากมายหลายทีม ไม่ว่าจะเป็นสิงห์เชียงรายยูไนเต็ด ราชบุรีเอฟซี ประจวบเอฟซี สุโขทัยเอฟซี มันจึงเป็นโอกาสที่เหมาะมากที่รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีคุณอนุทินจะตัดสินใจแสดงวิสัยทัศน์ร่วมกับพี่น้องประชาชนสร้างทีมฟุตบอลทีมชาติไทยให้ไปฟุตบอลโลกให้ได้ภายใน 4-8 ปีนี้

ผมเชื่อแน่ว่ากระแสสนับสนุนของประชาชนในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้จะสนับสนุนแนวคิดนี้อย่างมากมายแตกต่างจากกระแสต่อต้านนโยบายโครงการสร้าง แลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร หลายเท่าตัว

ในฟุตบอลโลก 2002 ที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ก่อนหน้านั้นเรามีทีมฟุตบอลทีมชาติไทยชุดดรีมทีมในยุคของคุณธวัชชัย สัจจกุล เป็นผู้จัดการทีมมีนักฟุตบอลในยุคของเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ตะวัน ศรีปาน ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ฯลฯ ที่มีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะพัฒนาขึ้นไปลุ้นแข่งขันฟุตบอลโลกได้ โดยในช่วงนั้นการแข่งขันฟุตบอลเอเชี่ยนเกมส์ 1998 ผลงานทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติเกาหลีใต้ ซึ่งในขณะนั้นผมเองได้เสนอให้สมาคมฟุตบอลในยุคของนายกฯวิจิตร เกตุแก้ว และมีคุณวรวีร์ มะกูดี เป็นเลขาธิการฯ ซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารฟีฟ่าอยู่ด้วย คำตอบในขณะนั้น นายวรวีร์ ให้ความเห็นว่าการสร้างทีมชาติไปฟุตบอลโลกลำพังสมาคมฟุตบอลฯ ไม่สามารถที่จะสร้างได้เพราะต้องใช้งบประมาณจำนวนมากหลายร้อยล้านบาท ซึ่งนั้นสมาคมไม่มีงบประมาณมากเพียงพอ การสร้างทีมชาติให้ไปฟุตบอลโลกจะต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลด้วย ซึ่งในยุคนั้นประเทศอยู่ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำ แต่ในวงการกีฬากลับมีความเจริญรุดหน้าไปมาก

“เชียร์ฟุตบอลไทย ไปฟุตบอลโลก 2006” ที่เยอรมนี คือแคมเปญ ที่ผมสร้างขึ้นมา ในยุคที่ทีมชาติไทยชุดเยาวชน ที่มี “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย สุริยะ อมตะเวทย์ ดัสกร ทองเหลา ที่จะมารับช่วงทีมชาติต่อจากทีมชาติชุด ดรีมทีม ซึ่งมาเป็นกำลังใจ ให้กับวงการฟุตบอล ให้กับแฟนบอล ที่ลุ้นเชียร์ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยกันต่อไป ในขณะที่ส่วนตัวผมพอรู้แล้วว่า หากวงการฟุตบอล ยังอยู่กันแบบนี้ อย่าว่าแต่ชาตินี้ ตายแล้วเกิดอีก 2 ชาติ เราก็ไม่ได้ดูฟุตบอลไทย ในฟุตบอลโลกได้หรอก

ต่อมาในปี 2552 คณะกรรมาธิการการกีฬาของวุฒิสภาซึ่งมี ซึ่งมีประธานคณะกรรมาธิการในขณะนั้นคือ นายวรวุฒิ โรจนะพานิช เจ้าของอมตะวาจา “ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกแบบไม่มีโฆษณา” และมีผู้ทรงคุณวุฒิในวงการกีฬาทั้งระดับชาติและระดับนานาชาติรวมตัวกันอยู่ในคณะกรรมาธิการมากมาย ได้มีการศึกษาความเป็นไปได้ที่จะเสนอตัวให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2026 ซึ่งกระทรวงกีฬาในขณะนั้นมี นายชุมพล ศิลปอาชาก็ให้ความเห็นชอบ รัฐบาลในขณะนั้นมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯที่มีฟุตบอล อยู่ในหัวใจ เป็นนายกรัฐมนตรีได้นำเรื่อง ประเทศไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2026 เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี

ซึ่ง ครม.ก็ให้การสนับสนุนเช่นเดียวกัน การเตรียมตัวเพื่อเสนอตัวให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2026 ก็ได้ริเริ่มขึ้น ภายใต้การสนับสนุนของนายวรวีร์ มะกูดี กรรมการบริหารสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ในขณะนั้น แต่น่าเสียดายทุกอย่างได้ยุติลงเพราะปัญหา ความขัดแย้งทาง การเมือง อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามในยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ได้มีวิสัยทัศน์ในที่ประชุมอาเซียนโดยมีแนวคิดเสนอให้อาเซียนเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2034 เรียกว่า “อาเซียนเวิลด์คัพ” แต่น่าเสียดายที่ผู้นำอาเซียนคนต่อๆ มาไม่ได้สานต่อวิสัยทัศน์ดังกล่าว

ทำให้โอกาสของทีมชาติไทยและชาติในอาเซียนที่จะได้ไปร่วมแข่งขันฟุตบอลโลกจึงไร้โอกาส กระทั่งวงการฟุตบอลอาเซียนมาตื่นตัวอีกครั้งหนึ่งเมื่อทีมชาติเวียดนามเอาชนะทีมชาติไทยการแข่งขันซีเกมส์ 2025 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพและเวียดนามยังสามารถผ่านเข้าไปในรอบสี่ทีมสุดท้ายในการแข่งขันฟุตบอลยู-23 ชิงแชมป์เอเชียด้วยการเอาชนะทีมชาติเกาหลีใต้ไปได้

พร้อมกันนั้นข่าวการสร้างสนามกีฬายักษ์บรรจุผู้ชม 100,000 ที่นั่งที่ประเทศเวียดนามก็เกิดขึ้น โดยล่าสุด ทีมชาติเวียดนาม ยู-17 สามารถพาทีมผ่านเข้าไปแข่งฟุตบอลเยาวชน ยู-17 ชิงแชมป์โลกได้อีกด้วย เรื่องดังกล่าวของทีมชาติเวียดนามโครงสร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอลชาวไทยไม่น้อยว่าเมื่อทีมชาติเวียดนามทำได้ทำไมทีมชาติไทยถึงจะทำไม่ได้ จากการบอกกล่าวของโค้ชซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทยใช้ชีวิตอยู่กับวงการฟุตบอลเวียดนามมายาวนานบอกว่าหลายปีที่ผ่านมาเวียดนามได้วางแผนพัฒนาทีมชาติทุกชุดตั้งแต่ชุดเยาวชนไปจนถึงทีมชาติชุดใหญ่ซึ่งเป็นการยากที่ชาติใดๆ ในอาเซียนจะพัฒนาได้ทัน โดยเฉพาะทีมชาติไทย ถ้าไม่เริ่มต้นโดยทันทีในอนาคตก็ยากที่จะสู้ทีมชาติเวียดนามได้เช่นกัน

ผมจึงมีความคิดว่า เรื่องของฟุตบอลมันไม่ใช่เรื่องของความเป็นกีฬาเหมือนอย่างกีฬาอื่นๆ บางชาติเค้าคิดว่าฟุตบอลเปรียบเหมือนศาสนามีความคลั่งไคล้ บางชาติมองว่าฟุตบอลคือจุดศูนย์รวมของคนในชาติฟุตบอลสร้างความสุขสร้างชื่อเสียงสร้างเกียรติยศให้กับประเทศชาติได้เป็นอย่างดี

ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ควรที่จะแสดงความกล้าหาญแสดงวิสัยทัศน์ร่วมกับพี่น้องประชาชนเริ่มต้นสร้างทีมฟุตบอลทีมชาติไทยให้ไปฟุตบอลโลกให้ได้โดยเร็วที่สุดซึ่งหากจะทำกันอย่างจริงจังโอกาสที่เราจะได้ไปในสี่ปีหรือแปดปีข้างหน้ามีโอกาสเป็นไปได้สูงมาก ประชาชนเรียกร้องให้นำเงินที่เตรียมซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกในครั้งนี้มาพัฒนาฟุตบอลเยาวชนในต่างจังหวัดวิธีการง่ายที่สุดคือการซื้อลูกฟุตบอลแจกจ่ายไปยังหมู่บ้านโรงเรียนตำบลต่างๆ ทั้ง 70,000 กว่าหมู่บ้านอีกไม่นานเราจะมีนักฟุตบอลเกิดขึ้นโดยธรรมชาติอย่างมากมาย รัฐบาลอาจจะจัดงบประมาณส่วนหนึ่งไปสนับสนุนการแข่งขันฟุตบอลลีกระดับดิวิชั่นสองและดิวิชั่นสาม เหมือนในยุคนายวรวีร์ มะกูดี ได้เปิดโอกาสให้ทุกจังหวัดสร้างสโมสรฟุตบอลอาชีพขึ้นมา

ในช่วงปี 2009 โดยใช้ชื่อรายการแข่งขันว่า “ฟุตบอลอาชีพลีกภูมิภาค” ซึ่งในขณะนั้นได้มีสโมสรฟุตบอลอาชีพเกิดขึ้นทันที 74 สโมสรทั่วประเทศ จนกระทั่งต้องเรียกฟุตบอลรายการดังกล่าวว่า “ลีกแห่งชาติ” โอกาสที่ทีมชาติไทยจะมีนักฟุตบอลขึ้นมาทดแทนและเป็นนักฟุตบอลที่มีความสามารถจากทั่วประเทศได้มามาถึงแล้วแต่ก็น่าเสียดายโครงการดังกล่าวไม่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงตัวนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ในขณะนั้น

ในโอกาสที่ พี่น้องประชาชนชาวไทยออกมาเชียร์รัฐบาล ของนายอนุทินอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ถ้าราคาลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลโลกแพงก็อย่าดูมันเลย สิ่งที่รัฐบาล นายอนุทินควรจะตอบแทนพี่น้องประชาชนหากเชื่อผมสร้างทีมฟุตบอลไทยให้ได้ไปฟุตบอลโลกกันเถอะ เหมือนอย่างที่แบดมินตันเขาไปชิงแชมป์โลก รถยนต์ Formula ทุกวันนี้ก็มีนักแข่งไทยไปแข่งขันชิงแชมป์โลก สนุ้กเกอร์ กอล์ฟหญิง เราก็เป็นแชมป์แชมป์โลกเราเคยจัดสรรงบประมาณมากถึง 4 พันล้าน เพื่อจัดการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลก กีฬาประเภททีมที่ว่ายาก อย่างวอลเลย์บอลหญิง เราก็ไปชิงแชมป์โลกมาแล้วหลายครั้ง ทำไมฟุตบอลไทยจะไปฟุตบอลโลกไม่ได้ขอเพียงแต่รัฐบาลให้การสนับสนุนสมาคมกีฬาฟุตบอลอย่างจริงจังทดลองจัดสรรเงิน 1,300 ล้าน ที่จะใช้ซื้อลิขสิทธิ์ในครั้งนี้พัฒนากีฬาฟุตบอลพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่ระดับเยาวชน ในทุกอำเภอในต่างจังหวัดไปจนถึงทีมชาติไทยชุดเยาวชนไปจนถึงทีมชาติชุดใหญ่ “เชื่อผม” เงิน 1,300 ล้าน ครั้งนี้จะทำให้ “ฟุตบอลไทยจะได้ไปฟุตบอลโลกชาตินี้ไม่ต้องรอไปจนถึงชาติหน้า”

เมื่อถึงวันนี้ราคาลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกจะแพงเท่าไหร่ มันก็คุ้มค่าถ้าได้ดูทีมชาติไทยในฟุตบอลโลก

อย่างไรก็ตามการที่รัฐบาลหยุดข่าวซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกได้เร็วก็เป็นการหยุดการกระตุ้น การพนันฟุตบอล ในช่วงฟุตบอลโลกได้ด้วยเช่นกัน สุดท้ายก็ขอฝากไปยังแฟนบอลทุกๆ ท่าน “ดูฟุตบอลโลกให้สนุก อย่าให้ครอบครัวเป็นทุกข์เพราะพนันฟุตบอล”

ดร.สุเมต สุวรรณพรหม

ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการจัดการการกีฬา

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top