วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569
538.jpg
อวสานยุคผ่อนของ แบงก์ชาติ จ่อสั่ง แบน ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง สกัดสึนามิหนี้เสีย

อวสานยุคผ่อนของ แบงก์ชาติ จ่อสั่ง แบน ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง สกัดสึนามิหนี้เสีย

วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.59 น.

ใครที่เป็นสายผ่อนแล้วจ่ายที่หลังงานนี้มีสะดุ้งกันเป็นทิวแถว ที่ไม่ว่าจะเป็นสายกินที่ชอบกดซื้อเครื่องดื่มยอดนิยมของคนไทยอย่าง ชานมไข่มุก สายช้อป ที่ไม่วายเห็นของลดราคา 50% ทีไรเป็นต้องกดจัดหนักตลอด หรือเหล่ามนุษย์เงินเดือนที่คุ้นชินกับการกดเลือกแบบผ่อนชำระกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ผ่านแอปพลิเคชันเดลิเวอรีและผู้ประกอบอีคอมเมิร์ซต่าง ๆ ในยามก่อนที่จะสิ้นเดือน เผลอ ๆ บางทีช่วงเวลาต้นเดือนเหล่ามนุษย์เงินเดือนยุคใหม่ก็กดกันแล้ว เพราะล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เตรียมประกาศกฎเหล็กคุมเข้มบริการ ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง หรือที่เรียกกันว่า Buy Now Pay Later (BNPL) ครั้งใหญ่ที่สุด หลังพบข้อมูลสุดช็อกว่าคนรุ่นใหม่กำลังเสพติดการผ่อนจนสร้างหนี้เสียพุ่งกระฉูดถึง 27% งานนี้แบงก์ชาติไม่ได้มาเล่น ๆ เพราะเตรียมที่จะแจกยาแรงล้างไพ่ระบบสินเชื่อรายย่อยใหม่หมด เพื่อสกัดสึนามิหนี้เสียที่กำลังถาโถมเข้าใส่ชีวิตการเงินของคนไทยก่อนที่ปัญหาจะลุกลามไปไกลกว่านี้

โดยในวันนี้ ทีมงานแนวหน้าออนไลน์ จะพาไปไขคำตอบว่าทำไม การผ่อนสินค้าหลักสิบหลักร้อย ถึงกำลังกลายเป็นชนวนเหตุของปัญหาหนี้ครัวเรือนระดับชาติ และมาตรการที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นจะส่งผลกระทบต่อไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายของเราอย่างไรบ้าง เตรียมตัวให้พร้อมเพราะอีกไม่นานเกินรอ เราอาจไม่ได้กดผ่อนของชิ้นเล็กกันอีกต่อไป


ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเคยชินกับการกดสั่งของกินหรือสินค้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยในแอปฯ แล้วกดเลือกผ่อนชำระ 3-4 เดือนแบบชิล ๆ โดยคิดว่าเป็นแค่ช่องทางจ่ายเงินที่สะดวกสบาย แต่รู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมผ่อนไปกินไปแบบนี้ กำลังกลายเป็นกับดักทางการเงินที่น่ากลัวที่สุดสำหรับคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม First Jobber และนักศึกษาอายุ 20-35 ปี ที่ตอนนี้กลายเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนเป็นหนี้สูงถึง 52.7% ของผู้เป็นหนี้ทั่วประเทศ

ลองนึกภาพตามนะครับ ข้าวมันไก่ราคา 50 บาท หรือชานมไข่มุก 106 บาท ที่เรากินหมดไปในเวลาไม่กี่นาที แต่ระบบการผ่อนชำระกลับทำให้หนี้ก้อนนี้ต้องติดตัวเราไปอีกหลายเดือน แถมหากพิจารณาดี ๆ การผ่อนสินค้าเหล่านี้มักแฝงมาด้วย ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม ที่ถ้านำมาคำนวณเป็นรายปีแล้ว อาจพุ่งสูงถึง 18% เลยทีเดียว ที่สำคัญกว่านั้นหากวันหนึ่งเราเผลอจ่ายไม่ตรงงวด ข้อมูลเหล่านี้อาจถูกส่งเข้าเครดิตบูโร กลายเป็นประวัติเสียที่ส่งผลต่อการกู้ซื้อบ้านหรือรถในอนาคตโดยไม่รู้ตัว

ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

เพื่อเป็นการตัดวงจรหนี้ที่ไม่จำเป็น แบงก์ชาติเลยเตรียมงัดเกณฑ์ใหม่มาใช้ในช่วงปลายปี 2569 นี้ ซึ่งสายผ่อนทั้งหลายต้องเช็กให้ดี เพราะชีวิตการกดจ่ายจะเปลี่ยนไปแน่นอน โดยอันดับแรกคือการเลิกผ่อนของกิน เพราะต่อไปเราจะใช้สิทธิ์ผ่อนไม่ได้แล้วกับพวกอาหาร เครื่องดื่ม หรือชานมไข่มุก ที่ใครหลายคนเห็นแล้วต้องอดใจไม่ไหวทุกทีเผลอกดสั่งทุกครั้งไป เนื่องจากของพวกนี้กินเข้าไปไม่กี่นาทีก็หมด แต่ตัวเลขหนี้ยังอยู่ให้เราต้องตามจ่ายยาว ๆ แบงก์ชาติเลยจะสั่งแบนการผ่อนสินค้ากินดื่มจุกจิกพวกนี้แบบถาวร

นอกจากนี้ยังเตรียมแก้ปัญหาเรื่องปุ่ม ผ่อน ที่มักจะคอยยัดเยียดให้เรากดโดยไม่รู้ตัว ด้วยการสั่งคุมเข้มห้ามแอปฯ ตั้งค่าเริ่มต้นเป็นผ่อนชำระมาให้เสร็จสรรพแบบมัดมือชกอีกต่อไป ต่อไปนี้การเลือกผ่อนต้องมาจากการที่เราเป็นคนตั้งใจกดกดยินยอมเองเท่านั้น รวมถึงจะมีการกำหนดเพดานดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมให้ชัดเจน ไม่ให้มีตัวเลขแฝงที่แพงหูฉี่เหมือนที่ผ่านมา พร้อมเข้มงวดเรื่องการเช็กอายุคนสมัครเพื่อไม่ให้เยาวชนเข้าถึงวงเงินสินเชื่อได้ง่ายเกินไปจนคุมไม่อยู่ และสุดท้ายคือการปรับระบบใหม่ให้ผู้ให้บริการผ่อนสินค้าต้องเข้ามาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของแบงก์ชาติ มีการเชื่อมโยงข้อมูลเครดิตเพื่อดูความสามารถในการผ่อนจริงของเรา ไม่ใช่ให้วงเงินกันง่าย ๆ จนสุดท้ายกลายเป็นหนี้ท่วมตัวแบบที่ผ่านมา

ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

โดยในขณะนี้ ธปท. กำลังอยู่ในช่วงทำ Public Hearing หรือ การรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 5-6 เดือน ก่อนจะเริ่มบังคับใช้กฎเหล็กนี้จริงในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2569 และสำหรับใครที่เคยชินกับการกดผ่อนของชิ้นเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่เป็นประจำ ถึงเวลาแล้วครับที่จะต้องหันมาปรับวินัยการเงินใหม่ เพราะเมื่อกฎนี้มีผลบังคับใช้เมื่อไหร่ การกดผ่อนข้าวมันไก่มื้อเที่ยงอาจจะกลายเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้อีกต่อไป ส่วนใครที่ทำธุรกิจด้านนี้อยู่ก็ต้องเตรียมรับแรงกระแทกและปรับตัวครั้งใหญ่ตามทิศทางของ Responsible Lending หรือการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบที่แบงก์ชาติกำลังผลักดันอย่างจริงจัง

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top