วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569
วันที่ 4 มิถุนายน 2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ โพสต์ร่ายยาววิพากษ์วิจารณ์ประเด็นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความย้อนแย้งเชิงนโยบายของรัฐบาลดิจิทัลไทย โดยมีข้อความว่า "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่: ความจนที่ต้องพิสูจน์ซ้ำ #อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ จากบัตรสวัสดิการถึง AI Passport: ความย้อนแย้งของรัฐบาลดิจิทัลไทย
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่: ความจนที่ต้องพิสูจน์ซ้ำ คลังเปิดลงทะเบียนและยืนยันสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ระหว่าง 4-21 มิถุนายน 2569 ผ่าน 5 ช่องทาง โดยกำหนดคุณสมบัติรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี และเริ่มใช้สิทธิได้ 1 สิงหาคม 2569 “รัฐมีฐานข้อมูลประชาชนจำนวนมหาศาล แต่คนจนยังต้องพิสูจน์ซ้ำว่าตัวเองจนพอจะได้รับความช่วยเหลือ นี่สะท้อนปัญหาของรัฐสวัสดิการไทยที่ยังเป็นระบบสงเคราะห์ มากกว่าระบบสิทธิ” เรื่องระบบเทคโนโลยีสารเทศพื้นฐานง่ายๆ ยังทำให้ยุ่งยากและซ้ำซ้อนแบบนี้ แต่ตอนนี้ข้ามช็อตจะไปทำเรื่อง AI Passport ซึ่งข้ามไปอีกแล้ว แล้ว AI Passport จะยุ่งยากและซ้ำซ้อนคงไม่ต้องรอหาคำตอบเลยมั้ง
การที่รัฐบาลพยายามจะก้าวกระโดดไปสู่เทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง AI Passport ในขณะที่ ระบบฐานข้อมูลพื้นฐานเพื่อสวัสดิการประชาชน ยังเต็มไปด้วยความซ้ำซ้อน ถือเป็นความย้อนแย้งเชิงนโยบายที่สร้างคำถามตัวโตๆ ให้กับสังคม
.jpg)
1. ความจนที่ต้องพิสูจน์ซ้ำ: ภาพสะท้อน "รัฐสงเคราะห์" การที่ประชาชนยังคงต้องเดินสายลงทะเบียน ยืนยันตัวตน และยื่นเอกสารเพื่อ "พิสูจน์ความจน" ทุกครั้งที่มีการเปิดรอบใหม่ ทั้งที่ปัจจุบันรัฐมีทั้งระบบบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ด ฐานข้อมูลภาษี (สรรพากร) ฐานข้อมูลที่ดิน และข้อมูลทะเบียนราษฎร์ สะท้อนให้เห็นปัญหาหลัก 2 ประการ: รัฐยังมองสวัสดิการเป็น "เงินช่วยเหลือ" ที่ต้องคัดกรองอย่างเข้มงวดเพื่อไม่ให้แจกผิดคน แทนที่จะมองเป็น "สิทธิขั้นพื้นฐาน" ที่ประชาชนควรได้รับโดยอัตโนมัติเมื่อเข้าเงื่อนไข แม้รัฐจะมีข้อมูลมหาศาล แต่แต่ละหน่วยงานยังเก็บข้อมูลแยกกัน ขาดการทำ Data Integration ที่สมบูรณ์แบบ ทำให้เกิดภาระตกอยู่กับประชาชนที่ต้องกลายเป็นผู้แบกเอกสารไปเชื่อมข้อมูลให้รัฐเสียเอง
2. ข้ามช็อตไป AI Passport: นวัตกรรมหรือการหลงทาง? โครงการ AI Passport (หรือการนำ AI มาใช้ในกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง การทำหนังสือเดินทาง หรือการเชื่อมโยงข้อมูลอัตลักษณ์บุคคลระดับสากล) ถือเป็นเทคโนโลยีระดับสูงที่รัฐบาลพยายามผลักดันเพื่อสร้างภาพลักษณ์ "รัฐบาลดิจิทัล"
เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับระบบสวัสดิการแห่งรัฐ จะเห็นความลักลั่นอย่างรุนแรง
• โครงสร้างพื้นฐานยังไม่แน่น แต่จะสร้างยอดตึก ระบบหลังบ้าน (Backend) ในการจัดการข้อมูลพื้นฐานเพื่อปากท้องประชาชนยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ แต่รัฐกลับเลือกทุ่มงบประมาณและทรัพยากรไปกับระบบหน้าบ้าน (Frontend) ที่ดูทันสมัยและได้หน้าตาในเวทีสากล

• ความยุ่งยากและซ้ำซ้อนที่อาจตามมา หากระบบพื้นฐานอย่าง "การดึงข้อมูลรายได้และสินทรัพย์" ยังทำให้อัตโนมัติไม่ได้ การเอา AI มาจับกับระบบ Passport ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดปัญหาเดจาวู เช่น ระบบล่ม, ข้อมูลไม่ซิงค์, ประชาชนต้องไปยืนยันตัวตนซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่เคาน์เตอร์ หรือการปฏิเสธการให้สิทธิ/การเดินทางโดยความผิดพลาดของอัลกอริทึม (AI Error)
บทสรุป ตราบใดที่รัฐบาลยังไม่สามารถจัดการ "เทคโนโลยีพื้นฐาน" เพื่อตอบโจทย์ความเหลื่อมล้ำและปากท้องของคนในประเทศได้อย่างไร้รอยต่อ การข้ามช็อตไปทำเรื่อง AI เทคโนโลยีหรูหรา ก็อาจเป็นเพียงการสร้างภาพลักษณ์ที่ซ่อนความไร้ประสิทธิภาพไว้ข้างหลัง และคำตอบของคำถามที่ว่า "จะยุ่งยากและซ้ำซ้อนไหม?" คงเห็นภาพชัดเจนอยู่แล้วโดยไม่ต้องรอให้ระบบเปิดใช้งาน"
หลังจากที่โพสต์ของ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ ถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนมุมมองกันอย่างกว้างขวาง เช่น
"บัตรนี้เคยเห็นเพื่อนที่ทำงานได้ก็งงนี้ทั้งมีบ้านมีรถได้ทั้งครอบครัวงง ตรรกะใช้อะไรคิดสมควรได้เช็คแบบผ่านๆไปคนรวยสวมสิทธิ์แทนคนจน"
"ประเทศเรากำลังเดินถอยหลังลงคลองแล้วจริงๆ "
"เห็นด้วยค่ะ ขัดเจนมากค่ะ ประชาชนบางคน มีทั้งบตรประชาชน บัตรคนพิการ รายได้ก็ไม่มีเข้าบัญชี รัฐก็ไม่ทราบสถานะ ยังคงต้องไปรอลงทะเบียนรับสิทธิ์ค่ะ หรือเป็นเพราะบ้านเรามีการคอรัปชั่นมากมายเช่นการสวมสิทธิบัตรประชาชนคนตายเป็นต้น"
"ระบบรัฐ ในประเทศนี้ ซ้ำซ้อน ซ้ำซาก มากปริมาณ แต่ขาดคุณภาพ ระบบห่วย บุคคลากร ไม่อัพเลเวล ปปช.เลยต้องทนยอม อดทน ต่อระบบราชการไทย"
"ระบบหรอจะสู้คนใช้เล่ย์เหลี่ยมขอนอกเรื่องหน่อยค่ะอาจารย์ตอนพทแจกเงินหมื่นคนที่เรารู้จักทำเรื่องขอมีตั้งหลายคนไม่เห็นได้แต่มีหลายคนคุยให้ฟังว่าเขาไม่ต้องขอเงิยก็โอนเข้าบัญชีให้คนกลุ่มนี้สีอะไรไม่ต้องบอกคงรู้กัน"


.jpg)
.jpg)
.jpg)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก เอ็ดดี้ อัษฎางค์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี