วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
542.jpg
จากดรามาสู่ข้อเท็จจริง เอ็ดดี้ ตอกกลับพวกแซะ ศุภจี ผลงานพิสูจน์ได้ ไม่ใช่แค่การเมือง

จากดรามาสู่ข้อเท็จจริง เอ็ดดี้ ตอกกลับพวกแซะ ศุภจี ผลงานพิสูจน์ได้ ไม่ใช่แค่การเมือง

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 07.17 น.

วันนี้ 23 กรกฎาคม 2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวตีแผ่กรณีการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายส่งออกทุเรียนของ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยมีข้อความทั้งหมดว่า  "จาก “คอนเทนต์การเมือง” ถึงทุเรียนหนึ่งล้านตัน เมื่อคำพิพากษาล่วงหน้าแพ้ข้อเท็จจริง #อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ

“ตอนเห็นไลฟ์ขายทุเรียน ก่อนนโยบายเห็นผล พวกเขาตัดสินว่าเป็นคอนเทนต์การเมือง แต่เมื่อทุเรียนส่งออกทะลุหนึ่งล้านตัน กลับไม่ยอมให้ข้อเท็จจริงตัดสินคำวิจารณ์ของตนเอง” เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ถูกตั้งคำถามและโจมตีอย่างหนักจากกรณีการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์และอินฟลูเอนเซอร์ช่วยจำหน่ายทุเรียน มีทั้งข้อกล่าวหาว่าเป็นเพียง “คอนเทนต์การเมือง” เป็นการสร้างภาพ และอาจทำลายกลไกราคา เพราะมีการพูดถึงโปรโมชันทุเรียนลูกละ 100 บาท ทั้งที่ราคาทุเรียนบางเกรดหน้าสวนอยู่ในระดับสูงกว่านั้น


เอ็ดดี้

คำวิจารณ์บางส่วนเป็นคำถามที่ตั้งได้ แต่บางส่วนข้ามจากการตรวจสอบนโยบายไปสู่การตัดสินเจตนาทางการเมืองล่วงหน้า ทั้งที่ในเวลานั้นโครงการยังไม่ได้ดำเนินการจนเห็นผล และยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะสรุปว่ามาตรการดังกล่าวจะทำให้ราคาทุเรียนเสียหายจริง

วันนี้ผลลัพธ์ส่วนหนึ่งปรากฏออกมาแล้ว ระหว่างวันที่ 1 มกราคมถึง 19 กรกฎาคม 2569 ไทยส่งออกทุเรียนสดไปจีนได้ 1,000,763.66 ตัน คิดเป็นมูลค่า 114,818.15 ล้านบาท บรรลุเป้าหมายหนึ่งล้านตันก่อนสิ้นปี ทั้งที่ปีนี้ประเทศไทยต้องรับมือกับผลผลิตทุเรียนที่เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 30–33 ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่า คุณศุภจีเป็นผู้สร้างความต้องการทุเรียนหนึ่งล้านตันขึ้นมาด้วยตัวคนเดียว ความสำเร็จย่อมเกิดจากเกษตรกร ผู้ส่งออก ล้ง ผู้ประกอบการขนส่ง ความต้องการของผู้บริโภคจีน คุณภาพของทุเรียนไทย ตลอดจนการทำงานของหน่วยงานรัฐหลายหน่วยงานร่วมกัน

แต่ในทางการประเมินนโยบาย เราไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่ารัฐมนตรีคนหนึ่งเป็น “สาเหตุทั้งหมด” จึงจะยอมรับผลงานได้ หลักการที่เรียกว่า contribution analysis พิจารณาว่า นโยบายหรือมาตรการของรัฐมีส่วนสนับสนุนให้เกิดผลลัพธ์ที่สังเกตเห็นได้หรือไม่ โดยตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงอย่างสมเหตุสมผลระหว่างปัญหา การดำเนินงาน และผลลัพธ์ รวมทั้งพิจารณาปัจจัยอื่นประกอบ ไม่ใช่คิดแบบง่าย ๆ ว่า ทุกอย่างต้องเกิดจากรัฐมนตรีเพียงคนเดียว หรือไม่เกี่ยวกับรัฐมนตรีเลย

เมื่อนำหลักนี้มาดูกรณีทุเรียน จะพบลำดับเหตุการณ์ที่ชัดเจน

ประการแรก คุณศุภจีและกระทรวงพาณิชย์ ประเมินล่วงหน้าว่า ผลผลิตทุเรียนปี 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 2.071 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 33 โดยผลผลิตภาคตะวันออกจะออกสู่ตลาดมากที่สุดในเดือนพฤษภาคม

ประการที่สอง คุณศุภจีและกระทรวงพาณิชย์ ประกาศเป้าหมายล่วงหน้าว่า จะผลักดันการส่งออกทุเรียนไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านตัน พร้อมตั้งเป้าระบายผลผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่า 450,000 ตัน ผ่านตลาดกลาง โมเดิร์นเทรด ไปรษณีย์ ช่องทางออนไลน์ และ Live Commerce

ประการที่สาม มีการส่งทีมไปประสานด่านขนส่งในลาว เวียดนาม และจีน มอบหมายทูตพาณิชย์ประสานผู้นำเข้า กระตุ้นตลาดทั้งเมืองหลักและเมืองรองของจีน รวมถึงขยายช่องทางจำหน่ายในประเทศและส่งเสริมการแปรรูป

ประการสุดท้าย ผลที่เกิดขึ้นคือ ยอดส่งออกไปจีนทะลุเป้าหมายหนึ่งล้านตันเร็วกว่าที่กำหนด

เมื่อมีทั้งการคาดการณ์ปัญหา เป้าหมายที่ประกาศไว้ล่วงหน้า มาตรการที่สอดคล้องกับเป้าหมาย และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นภายหลัง จึงสมเหตุสมผลที่จะกล่าวว่า นโยบายของกระทรวงพาณิชย์ “มีส่วนสำคัญ” ต่อผลลัพธ์นี้นี่ต่างหากคือการประเมินอย่างมีหลักวิชา

ไม่ใช่เห็นรัฐมนตรีปรากฏตัวในไลฟ์หรือยืนอยู่กับอินฟลูเอนเซอร์ แล้วสรุปทันทีว่าเป็นเพียงการสร้างภาพ ความผิดพลาดของคำวิจารณ์เดิม ความผิดพลาดประการแรก คือ การนำ “ราคาโปรโมชัน” ไปเทียบกับ “ราคาตลาดทั่วไป” แล้วสรุปว่ากำลังทำลายกลไกราคา ราคาโปรโมชันเป็นเครื่องมือกระตุ้นยอดขายที่มีเงื่อนไข จำกัดเวลา จำกัดจำนวน หรืออาจใช้กับสินค้าคนละเกรด ไม่ได้มีสถานะเป็นราคาดุลยภาพใหม่ของตลาดทั้งหมด การนำราคาทุเรียนลูกละ 100 บาทในกิจกรรมส่งเสริมการขาย ไปเปรียบเทียบโดยตรงกับราคาทุเรียนเกรดส่งออกต่อกิโลกรัม จึงเป็นการเปรียบเทียบสินค้าคนละเกรด คนละช่องทาง และคนละวัตถุประสงค์
ความผิดพลาดประการที่สอง คือ การใช้ภาพหน้าฉากแทนภาพของนโยบายทั้งระบบ

คนจำนวนหนึ่งมองเห็นเพียงการไลฟ์ขายทุเรียน แต่ไม่มองเห็นงานหลังฉาก ได้แก่ การหาคำสั่งซื้อล่วงหน้า การประสานด่าน การบริหารโลจิสติกส์ การรักษาคุณภาพ การขยายตลาดจีน การเชื่อมโยงห้างค้าปลีก ตลาดกลาง แพลตฟอร์มออนไลน์ และอุตสาหกรรมแปรรูป ความผิดพลาดประการที่สาม คือ การตัดสินผลของนโยบายก่อนนโยบายสร้างผล การวิจารณ์ก่อนดำเนินการเป็นเรื่องทำได้ แต่ข้อวิจารณ์ในช่วงนั้นควรมีสถานะเป็น “ข้อสมมติฐาน” ว่าอาจเกิดผลเสีย ไม่ใช่ “คำพิพากษา” ว่านโยบายล้มเหลวหรือรัฐมนตรีมีเจตนาสร้างภาพแน่นอนแล้ว หากตอนทุเรียนยังไม่ออกสู่ตลาด ใช้ความกังวลเป็นหลักฐานโจมตีรัฐมนตรี แต่เมื่อยอดส่งออกทะลุหนึ่งล้านตันกลับปฏิเสธว่าตัวเลขไม่เกี่ยวกับนโยบายเลย นั่นไม่ใช่การตรวจสอบอำนาจ แต่เป็นการตั้งมาตรฐานที่ออกแบบมาเพื่อให้ฝ่ายที่ตนไม่ชอบผิดได้ทุกกรณี

ผู้วิจารณ์มีสิทธิ์ตั้งคำถามต่อรัฐบาล แต่เมื่อคำตอบปรากฏออกมาเป็นตัวเลขหนึ่งล้านตัน ผู้วิจารณ์ก็มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบต่อข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน เพราะการตรวจสอบที่ดีไม่ใช่การหาทางทำให้คนที่เราไม่ชอบผิดอยู่เสมอ แต่คือการกล้าบอกว่าเขาผิด เมื่อเขาผิด และกล้ายอมรับว่าเขาทำสำเร็จ เมื่อข้อเท็จจริงแสดงว่าเขาทำสำเร็จ"

หลังจากที่โพสต์ของ เอ็ดดี้ เผยแพร่ลงมาสู่โลกโซเชียล ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น 

"สุดยอดครับ คุณศุภจี / เป็นกำลังใจให้ครับ"

"เป็นกำลังใจให้นะคะ"

"เป็นกำลังใจให้คุณศุภจีครับ"

"คนกลุ่มเดิมๆ พฤติกรรมเดิมๆ วนซ้ำไป"

"พอขายได้ตามเป้าหมาก็ไม่ออกมาเห่าเลยฃักตัว"

"เป็นกำลังใจให้คุณศุภจีค่ะ ใครไม่รักเรารัก"

"ผู้วิจารณ์ที่เคยวิจารณ์พลาดควรออกมาแสดงความผิดชอบ ในการวิจารณ์แบบมันส์ยกร่องอย่างเดียวด้วยครับ"

"ค่าของคนอยู่ที่ผลของงานค่ะ เป็นกำลังใจให้คุณศุภจีและกระทรวงพาณิชย์ค่ะ"

เอ็ดดี้

เอ็ดดี้

เอ็ดดี้
 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก เอ็ดดี้ อัษฎางค์

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top