เซฟไว้สอนพ่อแม่ รูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐง่ายๆ ไม่ต้องใช้สมาร์ทโฟน
วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.52 น.
ในยุคปัจจุบันที่นโยบายและสวัสดิการต่างๆ ของภาครัฐได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบไปสู่ระบบดิจิทัลมากยิ่งขึ้น การผูกสิทธิสวัสดิการเข้ากับแอปพลิเคชันหรือการสแกนใบหน้าบนสมาร์ทโฟนอาจสร้างความกังวลใจให้กับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน
วันนี้ แนวหน้าออนไลน์ จึงตั้งใจรวบรวมข้อมูลและจัดทำเป็นคู่มือฉบับเข้าใจง่าย เพื่อให้ลูกหลานสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการดูแล และสอนผู้ใหญ่ในบ้านให้เข้าถึงสิทธิ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ได้อย่างครบถ้วน โดยใช้เพียงบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดใบเดียว ให้ท่านสามารถพึ่งพาตนเองและเดินไปซื้อสินค้าในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ไร้ข้อกังวลเรื่องเทคโนโลยี และช่วยรักษาสิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับอย่างเต็มที่ โดย จะเปิดให้ลงทะเบียนแล้ว ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2569
การเตรียมตัวและวิธีรับสิทธิ (ทำครั้งเดียวจบ ไม่ต้องใช้แอปพลิเคชัน)
การเริ่มต้นรับสิทธิสำหรับผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนนั้น ขั้นตอนแรกถือว่ามีความสำคัญที่สุด ซึ่งลูกหลานสามารถพาผู้สูงอายุไปดำเนินการให้เสร็จสิ้นได้ในครั้งเดียว โดยไม่ต้องอาศัยโทรศัพท์มือถือเข้ามาร่วมในกระบวนการ
- การเตรียมบัตรประชาชน สิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อมคือ บัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด (Smart Card) ของผู้ได้รับสิทธิ ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าตัวบัตรยังไม่หมดอายุ แถบแม่เหล็กและชิปสีทองบนหน้าบัตรยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่ลอกหรือมีรอยขีดข่วนจนดำ
- สถานที่ติดต่อยืนยันตัวตน สถานที่ติดต่อเพื่อยืนยันตัวตนคือ สาขาของธนาคารหลัก 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน หรือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาใดก็ได้ที่สะดวก โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันใดๆ ลงในโทรศัพท์ สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล สามารถติดตามประกาศจุดให้บริการเคลื่อนที่ของกระทรวงการคลังในพื้นที่ของท่านได้ (ที่นี่)
- ขั้นตอนการเสียบบัตรและตั้งรหัส ขั้นตอนสำคัญที่ธนาคารคือ การเสียบบัตรประชาชนที่เครื่องของธนาคารเพื่อยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) ที่สำคัญคือ "การตั้งรหัส PIN 6 หลัก" รหัสนี้เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญที่จะใช้แทนแอปพลิเคชันไปตลอดการใช้งาน ขอแนะนำให้ลูกหลานช่วยผู้ใหญ่คิดรหัสที่เป็นตัวเลขใกล้ตัวและจดจำได้ง่ายที่สุด เช่น เลขท้ายเบอร์โทรศัพท์ของลูก หรือบ้านเลขที่ พร้อมทั้งจดรหัสนี้ใส่กระดาษเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ และตัวลูกหลานเองควรบันทึกรหัสนี้เก็บไว้ด้วยเพื่อป้องกันกรณีผู้สูงอายุหลงลืม
วิธีใช้สิทธิรูดซื้อสินค้าหน้าร้าน
เมื่อดำเนินการตั้งรหัสที่ธนาคารเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการสอนให้ผู้สูงอายุคุ้นเคยกับการนำสิทธิไปใช้ซื้อสินค้าด้วยตนเองที่ร้านค้า ซึ่งมีขั้นตอนที่สามารถทำความเข้าใจและปฏิบัติตามได้ง่ายๆ ดังนี้
- เลือกร้านที่มีสัญลักษณ์รองรับ เริ่มจากการสอนให้สังเกตป้ายหน้าร้าน โดยต้องเลือกซื้อสินค้าจากร้านที่มีสัญลักษณ์ "ร้านธงฟ้าประชารัฐ" หรือร้านค้าในชุมชนที่มีป้ายระบุชัดเจนว่ารับชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันถุงเงิน
- ยื่นบัตร ปชช. แทนเงินสด เมื่อเลือกสินค้าครบแล้ว ในขั้นตอนการชำระเงิน ผู้ใช้สิทธิเพียงแค่ยื่นบัตรประจำตัวประชาชนให้กับเจ้าของร้าน โดยร้านค้าจะนำบัตรไปเสียบเข้ากับเครื่องรูดบัตร (เครื่อง EDC) หรือในบางกรณี ร้านค้าอาจใช้แอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือของทางร้านสแกนหน้าบัตรประชาชนของเราแทน
- กดรหัส PIN 6 หลัก จากนั้น ร้านค้าจะยื่นแป้นกดตัวเลขมาให้ ขั้นตอนนี้ให้ผู้ใช้สิทธิทำการกดรหัส PIN 6 หลักที่ได้ตั้งไว้จากธนาคารเพื่อยืนยันการชำระเงิน (ในบางร้านค้าอาจใช้วิธีการสแกนใบหน้าของผู้ใช้สิทธิผ่านกล้องโทรศัพท์ของร้านค้าแทนการกดรหัส ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระบบของแต่ละร้าน)
- เช็กยอดคงเหลือทันที เนื่องจากผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนจะไม่สามารถตรวจสอบยอดเงินคงเหลือผ่านแอปพลิเคชันได้ จึงควรแนะนำให้ผู้สูงอายุสอบถามยอดเงินสวัสดิการที่เหลืออยู่จากเจ้าของร้านทันทีหลังจากการรูดซื้อสินค้าเสร็จสิ้น หรือขอดูรายละเอียดจากสลิปกระดาษที่เครื่องพิมพ์ออกมา เพื่อให้ทราบวงเงินที่สามารถใช้ได้ในครั้งต่อไป
ข้อควรระวังและวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้น
ในการใช้งานจริง อาจเกิดปัญหาเฉพาะหน้าขึ้นได้ การเตรียมพร้อมและรู้แนวทางแก้ไขจะช่วยให้สิทธิสวัสดิการไม่สูญเปล่า และลดความตื่นตระหนกของผู้สูงอายุได้
- ลืมรหัส PIN 6 หลัก ทำอย่างไร? หากเกิดกรณีลืมรหัสผ่าน จะไม่สามารถทำการกู้คืนรหัสผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ตได้ ลูกหลานจำเป็นต้องนำผู้สูงอายุพร้อมบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง ไปติดต่อที่สาขาของธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน หรือ ธ.ก.ส. เพื่อยื่นเรื่องขอตั้งรหัสผ่านใหม่กับเจ้าหน้าที่ธนาคารเท่านั้น
- ทางออกสำหรับผู้ป่วยติดเตียงที่เดินไปร้านไม่ได้ สำหรับกรณีของผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ หรือผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว ภาครัฐได้เตรียมทางออกไว้ให้โดยไม่จำเป็นต้องพาผู้ป่วยเดินทางไปที่ร้าน เพียงแค่ดำเนินการทำ "หนังสือมอบอำนาจ" (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มที่ถูกต้องได้จากเว็บไซต์หลักของกระทรวงการคลัง คลิก) เมื่อกรอกข้อมูลและลงนามครบถ้วนแล้ว สามารถมอบหมายให้ลูกหลาน ญาติ หรือผู้ดูแล นำหนังสือมอบอำนาจฉบับดังกล่าว พร้อมด้วยบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ได้รับสิทธิ และรหัส PIN 6 หลัก ไปใช้สิทธิรูดซื้อสินค้าที่ร้านค้าแทนได้ทันที