537.jpg
สกู๊ปพิเศษ : ม.มหิดลพร้อมประกาศความเป็นเลิศ ‘ความหลากหลายทางชีวภาพไทย’ เดินหน้าวิจัยให้ถึง‘ดาวอังคาร’

สกู๊ปพิเศษ : ม.มหิดลพร้อมประกาศความเป็นเลิศ ‘ความหลากหลายทางชีวภาพไทย’ เดินหน้าวิจัยให้ถึง‘ดาวอังคาร’

วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.
Tag :

อุปสรรคสำคัญต่อการ “รอดชีวิต” ของมนุษย์คือการ “ขาดแหล่งอาหาร” มาคอยหล่อเลี้ยงในวันที่โลกต้องพบกับ “ความขาดแคลน” ครั้งแล้วครั้งเล่า จนต้องขยายจุดหมายปลายทางของ “แหล่งที่พึ่งพิง” ไปยังดาวดวงอื่น

เริ่มจาก “ดวงจันทร์” ซึ่งเป็นดาวบริวารที่อยู่ไม่ไกลจากโลก แต่ “ไร้ซึ่งชั้นบรรยากาศ”ไปจนถึง “ดาวอังคาร” ที่ยังคงอยู่ใน “ระบบสุริยะชั้นใน” เช่นเดียวกับโลก แต่มีระยะทางที่มากกว่าจากโลกไปถึงดวงจันทร์ถึงประมาณ 5 เท่า


แต่นับจากมนุษย์ได้ค้นพบว่า “ดาวอังคาร” ซึ่งมีชั้นบรรยากาศ และแนวโน้มที่จะสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อการสร้างแหล่งอาหารที่สำคัญในอนาคตของมวลมนุษยชาติ ความท้าทายยังคงขยายต่อไปถึงการศึกษาความเป็นไปได้ในการดำรงชีวิตของมนุษย์บนดาวอังคาร ซึ่งอยู่แผนการสำรวจอวกาศของมวลมนุษยชาติในระยะหลายสิบปีต่อจากนี้

อาจารย์ ดร.ทัฏพงศ์ ตุลยานนท์ อาจารย์ประจำกลุ่มสาขาวิชาชีวนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ฐานชีวภาพอัจฉริยะ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล หัวหน้ากลุ่มวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพในอวกาศ ได้กล่าวถึงความสำเร็จจากความร่วมมือกับองค์การอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA) ในการส่ง “เมล็ดพันธุ์ข้าวไทย” จำนวน 5 สายพันธุ์ ไป “พัฒนาการของต้นกล้า” เพื่อประเมินความเป็นไปในได้ในการเติบโตและผลิตอาหารในสภาพแวดล้อมรุนแรงในวงโคจรกับโครงการวิจัยในอวกาศ ภายใต้ภารกิจ Shijian-19 ที่ผ่านมา

ก้าวต่อไปนับเป็น “Real World Impact” เพื่อการ “เอาชนะ” ข้อจำกัดในการส่งเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อนำไปสร้างแหล่งอาหารหล่อเลี้ยงมนุษย์โลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคัดกรองพืชเศรษฐกิจไทยที่มีศักยภาพ “ความทนทานต่อทุกสภาวะ” หากเป้าหมายต่อไปจะได้แก่ “ดาวอังคาร” หรือแม้แต่ดาวนพเคราะห์ชั้นนอกที่อยู่ไกลออกไปอีกนับเท่าทวีคูณ

โดย อาจารย์ ดร.ทัฏพงศ์ มองถึงความเป็นไปได้ จากลักษณะทางกายภาพและสิ่งแวดล้อมของ “ดาวอังคาร” ซึ่งมีแนวโน้มเหมาะต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์ แต่ยังคงต้องศึกษาถึงความเป็นไปได้อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งรอคอยการค้นพบด้วยต่อไป ซึ่งโครงการวิจัยทั่วโลกในปัจจุบันได้ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของมนุษยชาติ ที่จะเดินทางกลับไปสำรวจอวกาศอีกครั้งหลังจากการเหยียบดวงจันทร์ครั้งสุดท้ายของมนุษย์เมื่อกว่า 50 ปีที่ผ่านมา ภายใต้ภารกิจ Apollo 17 ในปี 2515

ในปัจจุบันประเทศไทยได้ลงนามความร่วมมือด้านการสำรวจอวกาศครั้งใหม่กับโครงการ Artemis และ ILRS ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อการสร้างสถานีวิจัยยังดวงจันทร์ และเตรียมความพร้อมเพื่อมุ่งหน้าสู่ดาวอังคาร และ “มหาวิทยาลัยมหิดล” ต้องเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรสำหรับ “ยุคเศรษฐกิจอวกาศ” ครั้งใหม่

“ตัวแปรสำคัญ” ที่จะต้องคำนึงถึงในการส่งเมล็ดพันธุ์ไปกับภารกิจดังกล่าว ได้แก่ ผลกระทบจาก “รังสีคอสมิก” ซึ่งอาจทำให้เกิด “การกลายพันธุ์” และความเสียหายต่อสายพันธุ์พืชที่ต้องใช้เวลาเดินทางไปในห้วงอวกาศที่ยาวนานมากขึ้นอีกมากมายหลายเท่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจส่งผลให้ “ผลผลิต” ที่ได้ไม่ตรงตามเป้าหมาย

และในขณะเดียวกันนับเป็นการ “ต่อยอดโอกาส” ให้นักศึกษาและนักวิจัยหลังปริญญาเอกจากห้องปฏิบัติการ PBA - Plant Biology Astrobotany ได้ดำเนินงานร่วมกับองค์กรอวกาศชั้นนำ เช่น ESA ของสหภาพยุโรป หรือ JAXA ของประเทศญี่ปุ่น รวมถึง CNSA แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

และในปี 2569 นี้ ทางห้องปฏิบัติการฯ ได้ลงนามเข้าร่วมภารกิจ Lunar Palace II เพื่อร่วมพัฒนาระบบปลูกพืชสำหรับดวงจันทร๋และเตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินการทดลองในสถานีอวกาศจีน Tiangong space station (CSS) ภายใต้การสนับสนุนทางวิชาการอย่างต่อเนื่องจาก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และหน่วยงานพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยที่สนใจด้านชีววิทยาอวกาศ (space biology) ได้สัมผัส “มิติใหม่ทางการศึกษา” ในศาสตร์ใหม่ที่จะเป็นที่ต้องการสำหรับยุคอนาคต

ซึ่งไม่จำกัดเพียง “วิทยาศาสตร์” เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านอวกาศที่นับวันจะยิ่งทวีความสำคัญต่อมวลมนุษยชาติ และรอคอยการสนับสนุนเพื่อให้ครอบคลุมต่อการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ สู่การตั้งถิ่นฐานบน “ดาวดวงใหม่” ที่อาจไม่ไกลเกินฝันได้ต่อไปในอนาคต

ด้วยความมุ่งมั่นสูงสุดจากมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวในประเทศที่มีห้องปฏิบัติการชีววิทยาอวกาศ พร้อมทุ่มเทเพื่อการศึกษาและวิจัยที่จะทำให้ประเทศไทยได้เข้าถึงโอกาสในการร่วมประกาศความเป็นเลิศในความหลากหลายทางชีวภาพ และภารกิจการสำรวจอวกาศ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้มวลมนุษยชาติยังคงดำรงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top