537.jpg
ทำความรู้จักไวรัส HPV คืออะไร แล้วทำไมมันถึงน่ากลัวกว่าที่คิด

ทำความรู้จักไวรัส HPV คืออะไร แล้วทำไมมันถึงน่ากลัวกว่าที่คิด

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.43 น.

ไวรัส HPV ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่หลายคนเข้าใจ และปัจจุบันเชื้อนี้กำลังกลายเป็นภัยเงียบที่ผู้คนในสังคมยุคใหม่ต้องให้ความสำคัญเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากสามารถแพร่กระจายได้ผ่านการสัมผัสและการมีเพศสัมพันธ์โดยที่เจ้าตัวมักไม่รู้ตัวมาก่อน การทำความเข้าใจเกี่ยวกับที่มา อาการ และแนวทางป้องกันจึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงตามมา วันนี้ ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์ จึงขอพาผู้อ่านทุกท่านมาอัปเดตข้อมูลเจาะลึกเกี่ยวกับเชื้อไวรัสชนิดนี้ เพื่อให้ทุกคนสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที โดยมีรายละเอียดสำคัญที่ทุกคนควรรู้เพื่อให้ห่างไกลจากภาวะอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิด ซึ่งความรู้ในบทความนี้จะช่วยให้คุณรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมช่วงหลังๆ มานี้ ข่าวเรื่องมะเร็งปากมดลูกและการตรวจเชื้อ HPV ถึงถูกพูดถึงบ่อยมาก ทั้งที่จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ได้ไกลตัวอย่างที่คิด และไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับผู้หญิงเท่านั้น วันนี้เรามาอัปเดตข้อมูลให้เข้าใจง่ายๆ แบบไม่ต้องพึ่งศัพท์แพทย์ให้ปวดหัวกันครับ


HPV

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

HPV คืออะไร แอบร้ายกว่าที่คิดนะ

 HPV

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

HPV (Human Papillomavirus) หรือเชื้อไวรัสแปปิโลมา เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการติดเชื้อบริเวณเนื้อเยื่อบุผิว ซึ่งส่งผลได้ทั้งบริเวณอวัยวะเพศและทวารหนักครับ เชื้อนี้มีเยอะมาก... มากกว่า 100 สายพันธุ์ แต่ตัวที่น่ากลัวและเป็นบอสใหญ่ที่ต้องระวังคือ สายพันธุ์ 16 และ 18 ซึ่งเป็นตัวการหลักที่นำไปสู่มะเร็งนั่นเอง

ติดง่ายแค่ไหน ? ทำไมเราถึงอาจมีเชื้อโดยไม่รู้ตัว

 HPV

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

ความน่ากลัวของ HPV คือมันเงียบครับ หลายคนได้รับเชื้อมาโดยไม่มีอาการแสดงอะไรเลย โดยมี 3 ช่องทางดังต่อไปนี้

1. การมีเพศสัมพันธ์ (ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือออรัลเซ็กซ์)

2. เชื้อแพร่ผ่านรอยแผลหรือรอยขีดข่วนตามผิวหนังได้ หรือแม้แต่การสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ ก็อาจทำให้ได้รับเชื้อได้เช่นกัน

3. คุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีเชื้อ HPV ก็มีความเสี่ยงที่จะส่งต่อเชื้อสู่ลูกน้อยระหว่างคลอดได้

เช็กอาการ... แบบไหนที่เรียกว่าหูด ?

 HPV

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

โดยทั่วไปแล้วร่างกายเราเจ๋งตรงที่ระบบภูมิคุ้มกันมักจะจัดการเชื้อนี้ได้เองก่อนที่จะแสดงอาการ แต่ถ้าวันไหนร่างกายอ่อนแอ เชื้ออาจปรากฏตัวในรูปแบบหูดซึ่งแยกตามสายพันธุ์ได้ดังนี้

1. หูดทั่วไป ตุ่ม ๆ สีเนื้อหรือน้ำตาล ขึ้นตามมือ นิ้ว หรือข้อศอก ดูไม่ค่อยอันตรายแต่อาจจะกวนใจและเจ็บได้

2. หูดแบนราบ ตุ่มเล็ก ๆ ผิวเรียบ เจอได้ทุกส่วนของร่างกาย (สาว ๆ มักเจอที่ขา หนุ่ม ๆ เจอที่เครา)

3. หูดหงอนไก่ พระเอก (ร้าย) แห่งวงการอวัยวะเพศ! จะเป็นติ่งเนื้อคล้ายดอกกะหล่ำ ขึ้นบริเวณอวัยวะเพศหรือทวารหนัก คันแต่ไม่ค่อยเจ็บ

4. หูดฝ่าเท้า ตุ่มแข็งที่ส้นเท้าหรือเนินปลายเท้า เดินแล้วเจ็บเหมือนมีอะไรตำตลอดเวลา

แล้วใครกันล่ะที่เข้าข่าย กลุ่มเสี่ยง ? จริงอยู่ที่ใครก็สามารถได้รับเชื้อ HPV ได้ แต่ถ้าไลฟ์สไตล์หรือสุขภาพร่างกายของคุณเข้าข่ายเงื่อนไขเหล่านี้ ต้องบอกเลยว่าคุณควรเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นเป็นพิเศษ เพราะโอกาสที่คุณจะได้รับเชื้อหรือเกิดการแสดงอาการของโรคนั้นมีสูงกว่าคนทั่วไป โดยแบ่งออกมาเป็น 5 กลุ่มเสี่ยงหลัก ๆ ที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ดังนี้ครับ

 HPV

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

1. ผู้ที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย นี่คือปัจจัยหลักที่เพิ่มโอกาสการสัมผัสเชื้อสูงที่สุด โดยเฉพาะการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน จะยิ่งทำให้ความเสี่ยงในการรับเชื้อ HPV ทั้งทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือช่องปากพุ่งสูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

2. เด็กและวัยรุ่น กลุ่มนี้ถือเป็นวัยที่มีความเสี่ยงสูงเนื่องจากภูมิคุ้มกันของร่างกายยังพัฒนาไม่เต็มที่ อีกทั้งยังเป็นช่วงวัยที่เริ่มมีความสนใจและเข้าสู่เรื่องเพศสัมพันธ์ ทำให้มีโอกาสสัมผัสเชื้อได้ง่ายหากขาดความรู้ความเข้าใจในการป้องกันที่ถูกต้อง

3. ผู้ที่มีแผลหรือรอยขีดข่วนตามผิวหนัง เชื้อ HPV นั้นแพร่กระจายผ่านรอยแยกของผิวหนังได้เป็นอย่างดี ดังนั้นหากคุณมีแผลเปิด รอยถลอก หรือผิวหนังที่อักเสบอยู่แล้ว เชื้อไวรัสจะสามารถอาศัยช่องทางเหล่านี้บุกรุกเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายดายกว่าผิวหนังปกติ

4. สายลุยที่ชอบใช้พื้นที่สาธารณะ หากคุณเป็นคนที่เข้าใช้ห้องน้ำสาธารณะ สระว่ายน้ำ หรือโรงยิมบ่อยๆ ต้องระวังให้มาก เพราะสถานที่เหล่านี้มักเป็นแหล่งสะสมของเชื้อไวรัสที่ตกค้างตามพื้นเปียกชื้นหรือสิ่งของที่ใช้ร่วมกัน ซึ่งหากคุณสัมผัสโดยตรงโดยไม่สวมรองเท้าหรือป้องกันไว้ ก็อาจได้รับเชื้อติดมาได้โดยไม่รู้ตัว

5. ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ร่างกายที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องจะจัดการกับเชื้อไวรัสได้ยากกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ที่ต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกันเป็นเวลานาน ผู้ที่ผ่านการปลูกถ่ายอวัยวะ หรือแม้แต่ผู้ที่พักผ่อนน้อยและเครียดสะสม จนระบบป้องกันร่างกายทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ กลุ่มคนเหล่านี้เมื่อได้รับเชื้อเข้าไปแล้ว มีโอกาสสูงที่เชื้อจะเบ่งบานและแสดงอาการออกมาได้เร็วกว่าคนที่มีสุขภาพแข็งแรงครับ

แล้วเราจะป้องกันตัวเองอย่างไรดี ก่อนสายเกินแก้

 HPV

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

จริง ๆ แล้วการป้องกัน HPV ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดครับ หากเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและใส่ใจสุขภาพมากขึ้นตามคำแนะนำเหล่านี้

1. วัคซีนคือทางออก สำหรับใครที่อยู่ในช่วงอายุ 9 – 26 ปี วัคซีนคือ โล่ป้องกัน ชั้นดีที่ควรมีครับ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อฉีดวัคซีน HPV ไว้ก่อน ซึ่งจะช่วยลดโอกาสติดเชื้อสายพันธุ์หลักที่เป็นตัวการก่อมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ตรวจคัดกรองเป็นประจำ สำหรับสาว ๆ ที่อยู่ในช่วงอายุ 21 – 65 ปี การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นสิ่งที่ ห้ามละเลย ครับ การตรวจเป็นประจำทุกปีจะช่วยให้เราพบความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งถ้าเจอไว โอกาสรักษาก็จะยิ่งง่ายขึ้นมาก

3. ป้องกันให้ถูกวิธี ถุงยางอนามัยยังคงเป็น Must-have ไอเทมที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ดีที่สุด รวมถึงการดูแลความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดโอกาสเสี่ยงลงได้มหาศาล

4. สุขอนามัยต้องเป๊ะ หากพบตุ่มหรือความผิดปกติบนผิวหนังห้ามแกะหรือเกาเด็ดขาด เพราะนั่นคือการเปิดโอกาสให้เชื้อลามไปจุดอื่นได้ง่ายขึ้น และเมื่อต้องใช้สถานที่สาธารณะอย่างสระว่ายน้ำหรือห้องน้ำรวม อย่าลืมสวมรองเท้าแตะเสมอเพื่อป้องกันเชื้อที่อาจตกค้างอยู่บนพื้นครับ

 HPV

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

ถ้าแจ็กพอตติดเชื้อขึ้นมา การรักษาก็ขึ้นอยู่กับอาการครับ ถ้าเป็นหูดก็มักจะใช้ยาแต้มหรือรักษากันไป แต่ถ้าถึงขั้นเป็นเซลล์ผิดปกติหรือมะเร็ง ก็ต้องอาศัยการผ่าตัดหรือฉายรังสี ยิ่งรู้เร็วโอกาสหายก็ยิ่งสูงมาก

สำหรับคุณผู้หญิงยุคใหม่ เดี๋ยวนี้เขามี HPV Self–Collected Test หรือชุดเก็บตัวอย่างด้วยตัวเองแล้ว เป็นนวัตกรรมที่ออกแบบมาให้เราเก็บสิ่งตรวจที่ปากมดลูกชั้นในได้เองที่บ้าน ผ่านมาตรฐาน US-FDA แล้วค่อยส่งไปให้ห้องแล็บวิเคราะห์ผลอีกที สะดวกและลดความเขินอายไปได้เยอะเลยครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก โรงพยาบาลกรุงเทพ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top