วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569
วันที่ 13 มิถุนายน 2569 นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ภาพพร้อมเฟซบุ๊ก ระบุว่า สันติภาพจะเกิดขึ้นได้ต้องมีความยุติธรรม : ผลงานของพระองค์ภาที่คนไทยไม่รู้
คนไทยทราบว่าพระองค์ภาทรงเป็นนักกฎหมายจบคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ทรงมีพระราชกรณียกิจที่สำคัญด้านความยุติธรรมในหลายๆ ประการ แต่อาจจะไม่ทราบกันมากนักโดยเฉพาะคนในรุ่นหลังว่า พระองค์ภาทรงงานด้านความยุติธรรมเพื่อช่วยเหลือคนอย่างจริงจัง ถึงกับทรงเลือกที่จะเป็นอัยการมากกว่าเป็นผู้พิพากษา เพราะทรงเห็นว่าจะช่วยคนได้มากกว่า โดยทรงช่วยเหลือทางคดีและให้คำปรึกษากฎหมายให้ประชาชนด้วยพระองค์เองอยู่เนืองๆ และผลงานโดดเด่นที่สุดของพระองค์ภาคือ การยกระดับสิทธิผู้ต้องขังหญิง จนกระทั่งเกิดเป็น Bangkok Rules หรือ ‘ข้อกำหนดกรุงเทพ’ ที่สหประชาชาติให้การรับรองในปี พ.ศ. 2553
แต่สิ่งที่คนไทยอาจจะไม่รู้กันเลยคือ พระองค์ภาทรงมีผลงานที่ส่งผลในระดับสากลยิ่งกว่า Bangkok Rules คือการผลักดันให้ ‘ความยุติธรรม‘ เป็นส่วนหนึ่งของ ‘การพัฒนาอย่างยั่งยืน’ ผมมาทราบเรื่องนี้ตอนที่พระองค์ภาทรงเสด็จมาเปิดอาคารอุทยานการเรียนรู้ป๋วย 100 ปี วันนั้นคือวันที่ 17 ธันวาคม 2662 ตอนนั้นผมเป็นรองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต และเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ จึงมีหน้าที่รับเสด็จพร้อมกับอธิการบดีในขณะนั้นคือรองศาสตราจารย์เกศินี วิฑูรย์ชาติ โดยผมมีหน้าที่ต้องพาพระองค์ภาชมอาคารพร้อมกับบรรยายสรุปให้ทรงทราบเรื่องการสร้างอาคารอุทยานเรียนรู้ป๋วย 100 ปี ให้เป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้เรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน
“อาจารย์สนใจเรื่องเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยหรือคะ” พระองค์ภาทรงถามผมอย่างเป็นกันเองในระหว่างผมพาเสด็จ สีหน้าดูแปลกพระทัยที่นักกฎหมายโดยเฉพาะนักกฎหมายที่สอนวิชารัฐธรรมนูญและกฎหมายมหาชนดังเช่นผม มาสนใจเรื่องเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ SDG (Sustainable Development Goals)
.jpg)
ผมจึงทูลตอบว่าในฐานะรองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืน ผมจึงทำงานในเรื่องนี้โดยตรง และความจริงแล้วนักกฎหมายก็ควรต้องสนใจเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยโดยเฉพาะข้อ 16 คือ สันติภาพและความยุติธรรม ”ในฐานะนักกฎหมายผมชอบข้อ 16 มากที่สุดครับ เพราะสันติภาพยากจะเกิดขึ้นได้ถ้าไม่มีความยุติธรรม ผมจึงทึ่งและดีใจมากที่สหประชาชาติเข้าใจเรื่องนี้ และนำเรื่องความยุติธรรมมาใส่ไว้ในข้อ 16 คู่กับสันติภาพครับ“
เมื่อพระองค์ภาฟังผมก็ทรงพระสรวลเบาๆ แล้วก็บอกสิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจที่สุด ”ภาเป็นคนผลักดันเรื่องนี้เองค่ะ“ จากนั้นก็ทรงเล่าว่าเป็นผู้ผลักดันเรื่องนี้เองในตอนที่เป็นทูตประจำสหประชาติที่เวียนนา ตอนนั้นคือปี พ.ศ. 2557 สหประชาชาติกำลังร่างเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งทีแรกข้อ 16 นี้มีแค่เรื่องสันติภาพเท่านั้น พระองค์ภาเห็นว่าต้องมีความยุติธรรมคู่กันในข้อนี้ด้วย จึงทรงผลักดันจนสำเร็จ “เพราะสันติภาพจะเกิดขึ้นได้ต้องสร้างความยุติธรรมค่ะ”
ผมแปลกใจมากเมื่อได้ฟังจากพระองค์ภา ที่แท้เรื่องนี้เป็นผลงานของพระองค์ภาเองหรือนี่ นี่คนไทยไม่รู้กันเลยนะครับ ว่าการที่ความยุติธรรมเป็นเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของทุกประเทศทั่วโลกเป็นเพราะพระองค์ภา และนี่คือมรดกอันยิ่งใหญ่ที่ท่านได้มอบไว้กับมนุษยชาติ
ผมตั้งใจว่าจะจัดสัมมนาเรื่องความยุติธรรมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนและทูลเชิญพระองค์ภาเป็นองค์ปาฐกเพื่อจะขยายความและผลักดันเรื่องนี้ต่อ แต่น่าเสียดายหลังจากนั้นเกิดการแพร่ระบาดของโควิด 19 ขึ้น ทำให้ความตั้งใจดังกล่าวไม่มีโอกาสทำให้เกิดขึ้น
ดังนั้นหลังจากนั้นเมื่อผมได้รับผิดชอบในการดูแลเนื้อหานิทรรศการถาวรเรื่องพระองค์ภาที่หอประชุม ‘กิตติยาคาร‘ ที่ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ผมจึงได้นำเรื่องนี้ไปเล่าไว้ในนิทรรศการด้วยเพื่อให้มีการบันทึกเอาไว้และให้ทราบว่ากันว่าการที่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนข้อ 16 มีความยุติธรรมคู่กับสันติภาพเป็นมีผลงานของพระองค์ภา
แม้ว่าจะคาดหมายได้จากแถลงการณ์สำนักพระราชวังฉบับก่อนหน้านี้ แต่เมื่อเวลานั้นมาถึงผมก็ยังใจหาย ไม่ใช่เพราะเคยสอนท่าน แต่เพราะอัธยาศัยความไม่ถือพระองค์ และที่สำคัญผมใจหายกับการที่เราได้สูญเสียนักกฎหมายที่ทรงเป็นกำลังสำคัญเรื่องความยุติธรรมของประเทศไทยอย่างไม่มีวันกลับ ..
ขอเราทั้งหลายโดยเฉพาะนักกฎหมาย ไม่ว่าจะเคยเป็นอาจารย์สอนท่าน เป็นรุ่นพี่ เป็นพระสหายร่วมรุ่น หรือเป็นรุ่นน้อง หรือไม่ว่าจะเป็นนักหมายจบจากสถาบันใด ขอให้ช่วยกันสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในประเทศไทยดังที่พระองค์ภาได้ทรงงานไว้ และขอให้กุศลในเรื่องความยุติธรรมจงดลบันดาลให้ท่านทรงประสบแต่สันติสุขในสวรรคาลัยไปตลอดกาลนานเทอญ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี