วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569
542.jpg
'ใช้จริงๆ นะคะ ดีจริงๆ' เปิดเรื่องเล่าสุดประทับใจ 'พระองค์ภา' กับลิปมันกลิ่นเกรปฟรุต

'ใช้จริงๆ นะคะ ดีจริงๆ' เปิดเรื่องเล่าสุดประทับใจ 'พระองค์ภา' กับลิปมันกลิ่นเกรปฟรุต

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.47 น.

เฟซบุ๊ก Chachapon Jayaphorn  ดร.ชัชพล ไชยพร  ผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการพระพุทธศาสนา ไม่รู้จะเขียนเรื่องไหนก่อนดี เสียดาย เสียใจ และเสียขวัญ การที่ทูลกระหม่อมภาเสด็จจากไปจริงๆ แม้ต่อให้ทุกคนพยายามทำใจมาหลายปีแล้ว เป็นความรู้สึกที่บรรยายยากกว่าความสูญเสียครั้งใดๆ เพราะครั้งนี้ไม่ใช่ความสูญเสียเจ้านายพระองค์หนึ่ง

แต่เป็นเสมือนภาวะมืดมน อันเกิดแต่เหตุที่ความหวังใจของคนไทยทั้งชาติ ได้ถูกมัจจุมารพร่ากระชากแสงแห่งความหวัง


อันที่จริง แสงนั้นกำลังค่อยเรืองรองขึ้นๆ ส่องสว่างเฉิดฉายขึ้นๆ เหมือนตะเกียงค่อยๆ เติมน้ำมันและหมุนไส้ให้สูงขึ้น สว่างขึ้นอย่างมั่นคง แล้วเหมือนมีใครแกล้งหมุนไส้ให้ดับวูบลงไปเสียดื้อๆ ไม่ใช่ค่อยๆ หรี่ลงตามลำดับเวลาและภาวะ

เราไม่ใช่ข้าในพระองค์โดยตรง แต่ชีวิตของเราได้มีโอกาสได้เฝ้า สนองพระเดชพระคุณในหลายบทบาท ในบทนักกฎหมายบ้าง ในบทชาววังรื่นฤดีบ้าง ในบทชาววัดบ้าง ในบทศิษย์อาจารย์ผู้ใหญ่ที่ถวายงานบ้าง ในบทผู้หาเครื่องเสวยที่โปรดส่งไปถวายบ้าง วันนี้จะขออนุญาตเล่าสักเรื่องสองเรื่อง

“วังรื่นฤดี” ได้ไปร่วมโดยเสด็จพระกุศลในงานเพื่อนพึ่งภาฯ ต่อเนื่องเป็นประจำนับสิบปี การได้เฝ้าแหนพระองค์ภา หรือทูลกระหม่อมภาในเวลาต่อมา จึงเป็นเรื่องปกติของพวกเรา ที่เกิดขึ้นได้ทุกบ่อย

แต่ทุกบ่อยนั้นก็ยังความชุ่มชื่นใจได้ทุกครั้ง

ครั้งหนึ่ง ทูลกระหม่อมเสด็จเข้ามาที่ซุ้มวังรื่นฤดี ทรงพระกรุณาทักทายเราด้วยพระเมตตาตามเคย รับสั่งถามขึ้นว่า

“ไหนปีนี้มีผลิตภัณฑ์อะไรใหม่บ้าง มีอะไรอยากให้ช่วยโฆษณาคะ” กราบทูลตอบไปทันทีว่าปีนี้มีลิป… ยังไม่ทันขาดคำ รับสั่งพระสุรเสียงดังสดใสว่า

“อ้อใช่ ลิปมัน ภาได้ใช้แล้ว” เรายังงงๆ ว่าทรงใช้แล้วได้อย่างไร ว่าตามความสัจจริง ตัวเราเองทำท่าจะอวดโฆษณาใครๆ แต่นี่งานวันแรก ปรากฏว่าเราเองยังไม่ได้ซื้อไว้เลย นึกได้ว่า วานนี้เสด็จมาตรวจความเรียบร้อยแล้วหนหนึ่ง เพื่อเตรียมรับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ พวกเราได้ผูกกระเช้าของขวัญรวมผลิตภัณฑ์ถวาย

กระเช้าของถวายจากหน่วยงานต่างๆ มีตั้งเป็นร้อยๆ ใบในแต่ละครั้งของการถวาย ของเรามีลิปกลอสโดยอภัยภูเบศร หลอดเท่าปลายนิ้วก้อยบรรจุรวมๆ กระเช้า ที่มีของอีกสารพัดสิ่ง สักสิบอย่างได้ ใครจะนึกว่าเสด็จกลับวังไปแล้ว

สมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์นั้นจะทรงเอาพระทัยใส่ สังเกตตรวจตราสิ่งของถวายอย่างละเอียด แถมยังทรงจำได้ และทรงเลือกหยิบมาใช้ทันที รับสั่งจบ ทันใดนั้นก็ทรงเปิดกระเป๋าทรงถือเพื่อหา

ต้องใช้คำว่า “ทรงคุ้ย” หาๆๆๆ หาไม่เจอ ก็ทรงบ่นอุบอิบ เอ๊ อยู่ไหนนะ อยู่ไหน ไม่ได้ติดมาเหรอ..ไม่สิ เราเอาติดมาน้าาา หรืออยู่อีกใบ.. ไม่ทรงลดละความพยายาม เพื่อให้เราได้ปลื้มใจจนได้ หลังจากทรงคุ้ย แทบจะเทกระเป๋าออกต่อหน้าเรา

ก็เจอหลอดลิปกลอสสีแสดสดใสหลอดนิดเดียว พิมพ์รูปนกโรบินที่สมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ โปรด “นี่!… ใช้จริงๆ นะคะ ดีจริงๆ” ทรงชูหลอดลิปมันนั้นขึ้น 

จากนั้น ก็ทรงทำพระกิริยา “อย่างเป็นธรรมชาติ“ น่ารักน่าชม คือทรงเปิดฝาแล้วบีบลิปมันนั้น ออกจากหลอด แต้มปลายพระดัชนีหน่อยหนึ่ง แล้วลงพระหัตถ์สีริมฝีพระโอษฐ์อย่างจริงจัง
อวดผู้คนจำนวนมากที่รายล้อมชมพระบารมีอยู่ตรงนั้น ชีวิตนี้เพิ่งได้เห็นพระบรมวงศ์ทรงขี้ผึ้งสีพระโอษฐ์ ต่อหน้าต่อตาก็วันนี้แหละ 

คนโบราณอาจเคยเห็นบ้างเพราะเจ้านายเสวยพระศรี ต้องมีสีผึ้งในพานพระศรีหรือหีบพระศรี แต่ยุคนี้ เอาล่ะ! บุญตาเราแล้ว  กราบทูลถามว่า ทรงทราบไหมว่ารสอะไร? รับสั่งตอบทันทีว่า “เกรปฟรุต” 

“สมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ โปรดเสวยเกรปฟรุตมาก แต่ข้าพุทธเจ้าเกลียดมากกกก เพราะมันขม ทรงได้กลิ่นเกรปฟรุตไหมพุทธเจ้าข้า“

”ได้ค่ะ เกรปฟรุตจริงๆ (ทรงพยักพระพักตร์ยืนยันหนักแน่น ว่าลิปนี้เขาทำมาได้กลิ่นดีแล้ว) …แต่ภาทานได้นะ ตอนไปอยู่อังกฤษ ต้องซื้อเกรปฟรุตมาแทน เวลาอยากกินส้มโอ เพราะรู้สึกคล้ายๆ กัน“

จากนั้น จึงมีรับสั่งซื้อเพิ่มเติมไปอีกนับสิบหลอด เพื่อทรงใช้สอยและพระราชทานเป็นการอุดหนุนและช่วย “โฆษณา” ผลิตภัณฑ์เพื่อการกุศล ตามที่ทรงตั้งพระทัย

อีกครั้งหนึ่ง ที่ประทับใจในพระสติปัญญามากๆคือเมื่อมีโอกาสได้กราบทูลเล่าถึงเหตุการณ์ ในประวัติศาสตร์เหตุการณ์หนึ่ง โดยเราได้ชวนพระองค์สนทนาเรื่องเก่าๆ กราบทูลเล่าโดยยกย่องอัธยาศัยของบุคคลสำคัญ ในประวัติศาสตร์ท่านหนึ่งว่าเป็นคนใจเย็น ต่อให้สูญเสียสิ่งที่รักไป ก็กลับพูดตอบมาในมุมบวกได้ ไม่แสดงว่าเสียใจ เกรี้ยวโกรธ หรือเคียดแค้นคิดมากอะไร 

ทูลกระหม่อมทรงแสดงทัศนะตอบเราในมุมกลับที่ชาญฉลาดและลึกซึ้งมากทรงพระเชาวนปฏิภาณเป็นเลิศสะท้อนน้ำพระทัยละเอียดที่ทรงสัมผัสได้ถึง “หัวจิตหัวใจของผู้คน” ที่ทรงเพ่งมอง อย่างเข้าใจลึกซึ้งในหัวใจเขาเสมอ จนเราเองก็ลืมคิดในมุมนี้ไปเลย พระองค์มีรับสั่งว่า “แม้ว่าจะพูดออกมาในมุมบวก แต่ไม่ใช่ว่าในใจเขาจะไม่มีความรู้สึกเป็นลบ หรือไม่ได้มีความรู้สึกเสียใจอะไรเลย เป็นไปไม่ได้ …เพราะถ้าเขาพูดออกมาเป็นบวกได้ ในสถานการณ์ที่น่าเสียใจ แปลว่าเขารู้สึกไปแล้ว และคิดไปแล้ว จึงพูดออกมาโดยผ่านกระบวนการคิดแล้ว แต่จะมองว่าเขาไม่รู้สึกคงไม่ได้“

นับเป็น “พระโอวาท” ที่สอนเราให้มีความนึกคิด ที่ละเอียดประณีตขึ้น และทำให้เราฟังและพิจารณาอะไรๆอย่างตรึกตรองหลายๆ ชั้นให้ถึงจิตใจของคนสื่อไม่ใช่คิดแค่ชั้นเดียวเพียงจากตัวหนังสือหรือเพียงจากเสียงของสารที่ถูกสื่อมากระทบตาหรือหูเรา ทรงใช้ “ใจ” ในการทรงงานเช่นนี้เอง เพราะพระอัธยาศัยประณีตสมสุขุมาลชาต

จึงทรงอุทิศพระองค์เพื่อบำเพ็ญ “อภัยทาน” ได้อย่างมากมายมหาศาลพ้นที่จะประมาณ แม้ในชั่วเวลาพระชนมายุเพียงน้อยนัก เพื่อชุบชีวิตผู้คน แม้คนที่ตกอยู่ที่ที่ทุกข์ทรมาน หรือถูกประณามหยามเหยียดในมุมมืดที่สุด เกินกว่าที่สายตาคนทั่วไปจะสอดส่องไปถึง

สำหรับเรา ทูลกระหม่อมทรงเป็น “มนุษย์” ที่เข้าถึงได้ สัมผัสได้ รู้สึกได้ถึงความจริงใจ แต่มนุษย์ผู้นี้มีจิตใจสูงส่งเหลือประมาณ มีน้ำใจละเอียดอ่อน เอาใจใส่ สายตาสอดส่องและมีพระอัธยาศัยประณีต จากที่เคยสดับพระกระแสรับสั่งหลายครั้ง ทรงมีสัมผัสต่อความรู้สึกนึกคิดของผู้คน “ไว” มาก อย่างที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า “Sensitivity” สูง จึงทรงมี “Empathy” สูงมาก เป็นพื้นฐานแห่งพระกรุณา ทรงเป็นพัชร เป็นเกียรติ เป็นอาภา สมพระนาม พระองค์เสด็จสว่างมาแล้ว และเสด็จสว่างไปแล้ว สมความหมายของ “โชติ โชติปรายโน”

“เทพยวดี” พระองค์นี้ ทรงพิสูจน์ศักยภาพของความเป็นมนุษย์ ที่อาจสามารถเชิดชูตนให้กลายเป็นเทพได้ ก็เพราะความมี “มนุษยธรรม” เป็นพื้นฐานความประณีตสูงส่งของใจ
ทำให้บุคคลกลับกลายเป็นเทพได้โดยสมควรนิยามแห่งคำว่าสมมติเทพ ทั้งที่พระบาททั้งสองสัมผัสอยู่บนแผ่นดิน [????????] ขอพระราชทานกราบถวายบังคม

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top