542.jpg
ไม่มีวันฟ้องกลับคนที่เคยรัก ทนายตั้ม ร่ายยาวเปิดใจถึง พี่อ้อย หลังได้อิสรภาพ

ไม่มีวันฟ้องกลับคนที่เคยรัก ทนายตั้ม ร่ายยาวเปิดใจถึง พี่อ้อย หลังได้อิสรภาพ

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.06 น.

กลายเป็นประเด็นที่โลกโซเชียลต่างให้ความสนใจกันอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ ทนายตั้ม หรือ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา หลังถูกคุมขังนานกว่า 1 ปี 7 เดือน

ล่าสุดวันนี้ 23 มิถุนายน 2569 ทนายตั้มได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวด้วยการโพสต์ข้อความร่ายยาวเปิดใจถึง พี่อ้อย โดยระบุว่าไม่มีโอกาสได้สื่อสารกัน จึงขออนุญาตใช้พื้นที่นี้ในการบอกเล่าความรู้สึกและปรับความเข้าใจ โดยมีข้อความว่า "ข้อความถึงพี่อ้อย ผมไม่รู้จะคุยเพื่อปรับความเข้าใจกับพี่ทางไหน เลยขอ อนุญาตบอกผ่านความรู้สึกผ่านข้อความนี้นะครับ


ทนายตั้ม

นานมากแล้วที่ไม่มีโอกาสได้คุย และบอกความรู้สึกกับพี่อ้อย ตั้งแต่ก่อนจะมีเรื่องมีราว พี่อ้อยเคยให้ผมไปคุยปรับความเข้าใจกับพี่น้อย แต่ผมไม่ได้ทำ จนเกิดเรื่องราวมีคนบอกว่าผมเอารถไปให้จีนเทาเช่า และอีกหลายเรื่องทำให้พี่อ้อยไม่ชอบผมไปเรื่อยๆ จนพี่อ้อยไปเจอ 2 ผัวเมียคู่นี้ พี่อ้อยเห็นแล้วใช่ไหม ว่าคู่นี้ออกสื่อโกหกได้เป็นเรื่องเป็นราวแค่ไหน ต่อหน้าพูดให้น่าสงสาร ลับหลังเรียกพี่อ้อยว่า 3 ล้อ ไม่ต่างจากที่ผมโดน ยุให้ผมฟ้องบอกว่าตัวเองเสียหาย ผมถามหาใบเสร็จก็ไม่เคยมี พอผมไม่ฟ้องให้ ก็ไปบอกพี่อ้อยอีกแบบทำให้พี่อ้อยยิ่งโมโหผมไปอีก

สื่อใหญ่ที่บอกว่าไม่รับเงิน แต่ก็ขอเงิน ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง ค่าทนายบ้าง บริจาคเข้ามูลนิธิบ้าง เค้าได้ใช้คดีพี่อ้อย เล่นงานผม แถมยังได้โปรโมทช่องที่แทบจะไม่มีคนดูแล้ว เพราะคนดูรู้ว่าสื่อนี้รับงาน ต้องหาเงินจากทางอื่นต่างกับช่องอื่นๆที่มีรายได้เป็นของตัวเอง แบบนี้เหรอที่บอกช่วยคนอย่างจริงใจ แล้วเห็นสิ่งที่เค้าทำกับพี่น้อยไหม พี่น้อยเป็นคนเลวในชั่วพริบตา สื่อใหญ่ทำลายชีวิตคนเพื่อเรตติ้งและความสะใจ ไม่มีคุณธรรม หรือจริยธรรมอะไรทั้งนั้น

ทนายตั้ม

คดีที่พี่อ้อยเกลียดผมที่สุดคือเรื่องเงิน 39 ล้านบาท ผมได้พิสูจน์แล้ว ว่าผมก็โดนนุกับสาหลอกเหมือนกัน ตามที่ผมได้ส่งอีเมล และแชทที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนเลยให้กับศาล และทนายของพี่อ้อยได้ตรวจดูหมดแล้ว

คดี 71 ล้านบาท เรื่องนี้มีแค่ พี่อ้อย พี่น้อย และผม ที่รู้ว่าจริงๆเรื่องราวเป็นอย่างไร ผมรู้ว่าพี่อ้อยเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม ถ้าผมไม่ได้ทำผิดแล้วผมต้องติดคุกเพราะเรื่องนี้ บาปกรรมมันจะติดตัวกันไปอีกกี่ชาติไม่รู้ ตลอดระยะเวลา 1 ปี 7 เดือน ที่ผมอยู่ในคุก ผมคิดมาตลอดว่าถ้าพี่อ้อยหายโกรธวันนึงพี่อ้อยก็คงจะทำอะไรซักอย่าง แล้วพี่อ้อยไม่ต้องห่วงว่าถ้าวันนึงหากผมชนะคดี ผมจะฟ้องกลับหรือทำอะไรนะครับ ผมพูดตรงนี้เลยว่าผมไม่มีวันทำอย่างนั้นกับพี่อ้อย ที่เคยรักผมและครอบครัวผมมาก ผมแค่ต้องการพิสูจน์ความจริงว่าผมไม่ได้หลอกลวงเงินพี่อ้อยแค่นั้น ถ้าผมได้รับความยุติธรรมก็จบ ไม่ต้องไปเชื่อคนยุยงนะครับ พี่อ้อยรู้จักผมดีกว่าคนพวกนั้น

ทนายตั้ม

ปล.โพสนี้ไม่เกี่ยวกับการสู้คดีในศาล สืบพยานเสร็จแล้ว จะไม่มีการเอาโพสนี้ไปยื่นชั้นอุทธรณ์ ผมเปิดเพจมาแค่ 24 ชม. จะปิดและจะเปิดอีกครั้งเมื่อผมพิสูจน์ตัวเองได้แล้ว"

ซึ่งโพสต์ดังกล่าวของ ทนายตั้ม ได้รับความสนใจจากชาวเน็ตเป็นจำนวนมาก โดยมีแฟนคลับและประชาชนที่ติดตามข่าวเข้ามาแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม เช่น

"เป็นกำลังใจ ให้ทนายตั้มนะคะ หวังว่าความจริง จะกระจ่าง ในเร็ววันค่ะ"

"ขอให้ผ่านพ้นเรื่องราวปัญหาอุปสรรคต่างๆไปได้ด้วยดีนะครับท่าน ขอให้กลับมาเป็นทนายเพื่อประชาชนอีกครั้งได้ในเร็ววันนะครับ"

"เป็นกำลังใจให้ครับ พี่อ้อย"

"ความจริงก็คือความจริง.เป็นกำลังใจให้ค่ะ"

"เป็นกำลังใจไห้ค่ะ ส่วนใหญ่คนจะผิดใจกันเพราะเสียงจากคนที่3-4-5 คุยกันจริงใจต่อกันดีที่สุดค่ะ"

"ถ้าทนายพูดดีๆ แบบน่ารัก ถ่อมตัว แบบนี้ มันก็ดีไปอีกแบบนะคะ"

"เราคือประชาชนคนหนึ่ง ที่ดูข่าวนี้ และเรารู้สึกเชื่อทนายตั้มนะ มองแบบชาวบ้านธรรมดานะ เพราะตอนดีกันก็ให้ได้หมดแต่พอไม่ถูกใจกัน ก็ทวงคืน มันเป็นธรรมดาของมนุษย์ สู้เขานะทนายตั้มเป็นกำลังใจให้"

ทนายตั้ม

ทนายตั้ม

ทนายตั้ม

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top