วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569
จากกรณีพิพาทที่ดินยืดเยื้อของ วัดป่าอดุลยาราม จังหวัดขอนแก่น จนกลายเป็นประเด็นที่ชาวบ้านและพุทธศาสนิกชนให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อเจ้าอาวาสได้หลั่งน้ำตากลางวงประชุมชี้แจงข้อเท็จจริง หลังถูกทายาทของเจ้าของที่ดินเดิมยื่นฟ้องร้องเพื่อทวงคืนพื้นที่วัดและสำนักชีรวมกว่า 21 ไร่ แม้ว่าที่ผ่านมาศาลฎีกาและศาลแพ่งจะมีคำพิพากษายกฟ้องไปแล้ว แต่ทางโจทก์ยังคงเดินหน้ายื่นอุทธรณ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้เจ้าอาวาสต้องฝากฝังให้ชุมชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาและปกป้องวัดแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินทำเลทอง ให้คงอยู่คู่พระพุทธศาสนาสืบไป และได้มีการไปออกรายการ โหนกระแส มาแล้วเมื่อวานนี้ 12 สิงหาคม 2569 กลายเป็นกระแสร้อนในสังคมกับกรณีข้อพิพาทดังกล่าว
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช หรือที่ใครหลายคนรู้จักกันในชื่อของ ทนายกระดูกเหล็ก โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวถึงกรณี วัดป่าอดุลยาราม ถูกทายาทเจ้าของที่ดินปิดทางเข้าออกและปิดประกาศห้ามเข้าวัด พร้อมข้อความทั้งหมดว่า "กรณีวัดอดุลยราม จังหวัดขอนแก่นที่ถูกทายาทเจ้าของที่ดินปิดทางเข้าออกและปิดประกาศห้ามเข้าวัด มูลนิธิทนายกองทัพธรรม ยินดีให้การช่วยเหลือ ติดต่อมาได้เลยครับ"
.jpg)
และเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ทนายอนันต์ชัย ยังได้โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องการยกที่ดินให้วัดด้วยปากเปล่ามีผลทางกฎหมายอย่างไร ด้วยข้อความทั้งหมดว่า "การยกที่ดินให้วัดด้วยปากเปล่า ถือว่า มีผลสมบูรณ์ทางศาสนาและกฎหมายทันทีที่มีการแสดงเจตนาถวายและวัดรับ ฎีกา 7638/2538,ฎีกา738/2557 ฎีกา 8377/2549 และฎีกา264/2555"
.jpg)
กระทั่งในเวลาต่อมา ทนายอนันต์ชัย ยังได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงป้าดากับเรื่องข้อพิพาทกับทางวัดป่าอดุลยาราม ด้วยข้อความว่า "ป้าครับ เมื่อยกที่ดินให้วัดแล้วแม้ด้วยวาจา ก็ตกเป็นของวัด เจ้าของที่ดินที่ยกให้จะมาเรียกคืนในภายหลังยังไม่ได้เลย แล้วป้าเป็นลูกหลานจะไปเรียกคืนที่ดินวัดได้อย่างไร อย่าเอาแต่ตัวเองถูก มันผิด"
.jpg)
และวันนี้ 13 สิงหาคม 2569 ทนายกระดูกเหล็ก ยังได้โพสต์ถึงกรณีดังกล่าวที่มี ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา หรือ มหาหมี จะไปให้ข้อคิดเห็นทางกฎหมายในรายการโหนกระแส วันนี้ โดยมีข้อความว่า "ข้อพิพาทเรื่องที่ดินระหว่างทายาทของนายเฮียงกับวัดป่าอดุลยาราม จังหวัดขอนแก่น ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา(มหาหมี) จะมาให้ข้อคิดเห็นทางกฎหมาย ในรายการโหนกระแส วันนี้"
.jpg)
ซึ่งเจ้าตัวยังได้โพสต์เฟซบุ๊กลงมาอย่างต่อเนื่องกับกรณีดังกล่าว เช่น "การที่ป้าอ้างว่า การสร้างวัดหรือการอุทิศที่ดินตกเป็นโมฆะ เพราะสร้างเสร็จหลังนายเฮียงผู้ให้เสียชีวิตนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะนิติกรรมการยกให้สมบูรณ์ตั้งแต่ยกให้ครับป้า อย่าแถเอามัน !"
.jpg)
และล่าสุดเมื่อเวลา 11.35 น. ของวันนี้ (13 ส.ค. 2569) โดยมีข้อความว่า "การที่ป้าพูดข่มขู่ว่า จะพังหรือทุบกำแพงวัด ทำให้พระสงฆ์หรือผู้ดูแลวัดเกิดความกลัวหรือตกใจ ! เข้าข่ายความผิดฐาน ทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจโดยการขู่เข็ญ ตาม ป.อาญา มาตรา 392"
.jpg)
หลังจากที่โพสต์ของ ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายกระดูกเหล็ก เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างก็พากันเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเหันกันเป็นจำนวนมากเช่น
"ท่านทนาย ผมความคิดผมน่าจะมีหลายคดี ท่านทนายอาจทราบและรวบรวมพยานหลักฐานอยู่ ตามความคิดผม ข่มขู่,กักขังหน่วงเหนี่ยว,พรบ.คอม(ความเท็จ), หมิ่นเบื่องสูง, หมิ่นประมาทเจ้าอาวาท ,แจ้งความเท็จ ฯ อาจตกหล่นครับ"
"พี่ทนายครับ แบบนี้ ฟ้อง ครอบครอง ปรปักษ์ อีกได้ ไหม ครับ เป็น อย่างเปิดเผย ผู้คน มาทำบุญ ตลอด กว่า 30ปีเอกสาร ราชการ ค่าน้ำ ค่าไฟ อื่น ๆ ก็ มี มากหมาย นะครับ"
"ติดตาม ทนายท่านนี้ แล้ว ได้ความรู้ดีมากครับ ทำให้ ประชาชน ได้ความรู้ กฏหมายไปในตัว."
"หลักชัย คือ พันล้าน..ท่องไว้ ท่องไว้"
"ความโลภ = คดีความ"
"สงสัยป้าไปฟังเพลงพี่อ้อม มาแน่ๆ"
"เครื่องพูดป้าแกไม่มีสะดุดไม่ให้โอกาสใครแทรกด้วยน๊าาาา"
"เอาหน่อยค่ะทนาย"
"สงสัยแกเตรียมลอยกระทง หาได้หลายกระทงแล้ว"
.jpg)
.jpg)
.jpg)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายกระดูกเหล็ก, เฟซบุ๊ก ข่าวสารงานพระพุทธศาสนา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี