542.jpg
ไม่ใช่แค่พนักงานถูกจับ เอ็ดดี้ ชี้ คดีแอร์ขนยาออสซี่ อาชญากรรมข้ามชาติ จ้องใช้ช่องโหว่ความมั่นคงบินไทย

ไม่ใช่แค่พนักงานถูกจับ เอ็ดดี้ ชี้ คดีแอร์ขนยาออสซี่ อาชญากรรมข้ามชาติ จ้องใช้ช่องโหว่ความมั่นคงบินไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 07.26 น.

วันนี้ 2 กรกฎาคม 2569  นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับกรณีอื้อฉาวของลูกเรือสายการบินแห่งชาติที่ถูกจับกุมคดียาเสพติดที่ประเทศออสออสเตรเลีย โดยระบุว่าคดีนี้กำลังยกระดับจากเรื่องส่วนบุคคลไปสู่ปัญหาระดับโครงสร้างความมั่นคง พร้อมข้อความทั้งหมดว่า  "คดีแอร์การบินไทย กำลังเปลี่ยนจาก “พนักงานคนหนึ่งถูกจับ” เป็น “บททดสอบระบบความมั่นคงการบินของไทย”
#อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ

สิ่งที่ “พีค” จริง คือถ้อยคำของฝั่งออสเตรเลีย เขาไม่ได้พูดแค่เรื่องจับยา แต่พูดชัดว่าอาชญากรรมข้ามชาติพยายามใช้ “trusted insiders” หรือคนในระบบที่มีสถานะน่าเชื่อถือ เช่น ลูกเรือสายการบิน เป็นช่องทางลักลอบนำเข้ายาเสพติด และ ABF ย้ำว่าจะเฝ้าระวังภัยจากคนในระบบต่อไป(ABF = Australian Border Force “กองกำลังพิทักษ์พรมแดนออสเตรเลีย” เป็นหน่วยงานที่ผสมกันระหว่าง “ศุลกากรและตรวจคนเข้าเมืองของออสเตรเลีย”)
เพราะถ้ามีคนต้นทาง มีคนส่งของ มีคนโอนค่าจ้าง และมีคนปลายทางรอรับ นั่นแปลว่าเครื่องบินไม่ได้ถูกใช้แค่เป็นพาหนะเดินทาง แต่ถูกพยายามใช้เป็น “เส้นทางลำเลียง” ของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

เอ็ดดี้


และคำถามที่หนักที่สุดไม่ใช่แค่ว่า “แอร์รู้หรือไม่รู้” แต่คือ เครือข่ายนี้มองเห็นช่องโหว่อะไรในระบบไทย จึงกล้าเลือกใช้ลูกเรือของสายการบินแห่งชาติเป็นช่องทางขนยาเข้าออสเตรเลีย?

ล่าสุด ป.ป.ส. ระบุว่า รู้ตัวกลุ่มบุคคลปลายทางที่รอรับพัสดุที่เมลเบิร์นแล้วหลังหารือกับเจ้าหน้าที่ออสเตรเลียประมาณ 2 ชั่วโมง และรายละเอียดจาก ป.ป.ส. ทำให้เห็นว่า ผู้ต้องหาแจ้งกับเจ้าหน้าที่ออสเตรเลียว่า มีกระเป๋าของผู้อื่นมาด้วย 12 ใบ และยินยอมให้ตรวจ ก่อนพบเฮโรอีนซุกซ่อนในกระเป๋า

ด้านนายกฯ อนุทินสั่งประชุมด่วนวันที่ 3 ก.ค. กับ ป.ป.ส., ทอท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันการลักลอบขนยาเสพติดผ่านสนามบิน โดยมีแนวคิดเพิ่มการวิเคราะห์ความเสี่ยง และนำสุนัข K9 กลับมาตรวจผู้โดยสาร ลูกเรือ และสัมภาระขาออกมากขึ้น

การพิจารณาคดีในออสเตรเลียมีขั้นตอนอย่างไรต่อจากนี้

โดยทั่วไป คดีอาญาแบบนี้ในออสเตรเลียจะเริ่มจากการขึ้นศาลขั้นต้นก่อน แล้วค่อยไปสู่การพิจารณาเต็มรูปแบบหรือการรับสารภาพตามความพร้อมของพยานหลักฐาน
ขั้นตอนต่อจากนี้

1. ศาลจะมีการนัดหมายเพื่อยืนยันข้อหาและกำหนดวันต่อไปของคดี โดยในคดีอาญาร้ายแรงมักเริ่มใน Magistrates’ Court (ศาลชั้นต้น) ก่อน

2. ถ้าจำเลยรับสารภาพ ศาลอาจข้ามไปขั้นตอนการลงโทษได้เลย หรือส่งเรื่องไปศาลที่มีอำนาจพิจารณาโทษต่อ

3. ถ้าจำเลยไม่รับสารภาพ จะมีขั้นตอนคัดกรองพยานหลักฐานเพื่อดูว่าพอส่งขึ้นพิจารณาคดีจริงหรือไม่ ซึ่งเรียกว่าขั้น committal ในระบบดั้งเดิมของคดีร้ายแรง

ถ้าพยานหลักฐานพอ ถ้าศาลเห็นว่าหลักฐานเพียงพอ คดีจะถูกส่งต่อไปศาลชั้นสูงกว่า เช่น County Court หรือ Supreme Court เพื่อพิจารณาคดีโดยผู้พิพากษาและ/หรือคณะลูกขุน ขึ้นกับประเภทคดีและเขตอำนาจศาล
จากนั้นฝ่ายอัยการและฝ่ายจำเลยจะเตรียมพยาน เอกสาร และข้อโต้แย้งก่อนเข้าสู่การพิจารณาคดีจริง

ถ้ารับสารภาพ ถ้าจำเลยรับสารภาพในชั้นต้น ศาลอาจเข้าสู่การพิพากษาโทษเร็วขึ้น โดยจะพิจารณาปัจจัยอย่างปริมาณยา บทบาทของจำเลย ประวัติอาชญากรรม และการให้ความร่วมมือ
ในคดียาเสพติดระดับนี้ การรับสารภาพเร็วอาจมีผลต่อการลดโทษ แต่ไม่ทำให้คดีจบโดยอัตโนมัติ

สำหรับคดีนี้ ในรายงานข่าวระบุว่าจำเลยถูกควบคุมตัวและมีกำหนดขึ้นศาลที่เมลเบิร์นวันที่ 14 กันยายน 2026 ดังนั้นสิ่งที่น่าจะเกิด “ต่อจากนี้” คือการขึ้นศาลตามนัดเพื่อพิจารณาว่าจะรับสารภาพหรือสู้คดี และศาลจะเดินขั้นตอนต่อไปตามนั้น เพราะคดีนี้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดปริมาณมาก จึงมีแนวโน้มว่าจะเป็นคดีร้ายแรงที่ต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นก่อนถึงคำพิพากษาสุดท้าย

ในคดียาเสพติด ศาลออสเตรเลียมักดูหลายปัจจัยเพื่อลดหย่อนโทษ เช่น ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ การรับสารภาพเร็ว ความเป็นคนรับจ้างปลายทางมากกว่าตัวการหลัก และประวัติอาชญากรรมที่มีหรือไม่มี

เอ็ดดี้

ปัจจัยที่มักช่วยลดโทษ

•มีรับสารภาพเร็ว

เพราะช่วยประหยัดเวลาศาลและมักสะท้อนการยอมรับผิดฃ

• ให้ความร่วมมือกับตำรวจหรืออัยการ

เช่น เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่ายหรือเส้นทางยา[gov]

• บทบาทในขบวนการเป็นระดับล่าง

เช่น เป็นผู้ขนส่งหรือคนรับของ มากกว่าผู้วางแผนหลัก[gov]

• ไม่มีประวัติอาชญากรรม หรือมีประวัติน้อย, โดยเฉพาะคดียาเสพติดหรือคดีรุนแรง

• แสดงความสำนึกผิดและมีพฤติการณ์ดีหลังถูกจับ, เช่น ปฏิบัติตามเงื่อนไขประกันหรือฝากขัง

สิ่งที่ศาลยังต้องดู

ศาลจะชั่งน้ำหนัก “โทษที่เหมาะสม” กับความร้ายแรงของคดีด้วย ดังนั้นแม้จะมีเหตุลดหย่อน ก็ไม่ได้แปลว่าจะลดได้มากเสมอไป โดยเฉพาะคดีนำเข้าเฮโรอีนปริมาณมาก[gov +1] ถ้าปริมาณยาเยอะ วางแผนมาเป็นระบบ หรือมีผลกระทบต่อชุมชนสูง ศาลมักให้ความสำคัญกับการลงโทษเพื่อยับยั้งมากขึ้นในคดีนี้

จากรายงานข่าว คดีนี้เกี่ยวข้องกับการนำเข้าเฮโรอีนมากกว่าหนึ่งกิโลกรัม ซึ่งเป็นคดีร้ายแรง จึงอาจมีข้อโต้แย้งเรื่องบทบาทของจำเลย ความตั้งใจ และการให้ความร่วมมือเป็นตัวแปรสำคัญต่อโทษสุดท้าย แต่ถ้ามีหลักฐานว่าผู้ต้องหาเป็นเพียงผู้รับจ้างปลายทาง ศาลอาจพิจารณาลดโทษได้มากกว่าคนที่เป็นผู้จัดการขบวนการฃนยาเสพติด"

เอ็ดดี้

หลังจากที่โพสต์ของ เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ถูกเผยแพร่ออกไป ทำเอาชาวเน็ตและผู้คนในโซเชียลต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์และแสดงความคิดเห็นกันอย่างดุเดือด โดยมีเสียงแตกออกเป็นหลายมุมมอง เช่น

"สนามบินไทยด้วยค่ะ"

"ถ้าไม่รู้จริง ก็คือ น่าสงสาร หมดอนาคตแล้ว ไม่น่าพลาด ได้ทำงานที่ดี แต่ขาดรอบคอบและขาดระมัดระวัง *ถ้ารู้แล้วยังทำ ก็ต้องรับโทษไป รับชะตากรรมไป ติดคุก 25 ปี กว่าจะออกมาก็อายุกว่า 50 ปี = ใช้เวลาในคุก โดยอาศัยธรรมะช่วยสร้างสติ และความสงบในใจ ฝึกฝนหาความรู้เพื่อประโยชน์ต่อชีวิตในวันข้างหน้า เพื่อวันที่ได้พ้นคุก วันเวลาสำคัญ ไม่ย้อนกลับ ต้องรีบเดินหน้าอย่างเดียว ดีกว่าเสียเวลาไปมากกว่านี้ รับสารภาพตามความจริง คดีนี้ส่งผลกระทบหลายด้าน หนักหนาจริงๆ ประเทศไทยโดยรัฐบาลต้องเร่งแก้ไขและแสดงความตระหนักรู้ รับผิดชอบให้ประจักษ์ต่อคนทั้งในชาติและต่อต่างประเทศ"

"สนามบินหล่ะหลามค่ะ รมต.พูดตรวจแค่วัตถุระเบิด ใช้ได้ที่ไหน. อายจัง"

"20ปี+แน่นอน"

"ควรจะรับโทษไปเลยไม่ค้องเสียเวลาไม่ต้องเสียเงินสู้คดียืดเยื้อ หลักฐานคาตาแล้วอ่ะ

"ถ้าเรื่องนี้เกิดในประเทศสิงคโปร์มีหนาวกฎหมายคือกฎหมายมีกฎต้องทำตามกฎประเทศถึงอยู่สงบและมีระเบียบประชากรมีคุณภาพ"

"เสียหายทั้งประเทศ"

"หกนี้กยศ แอร์จ่ายไม่หมดจริงไหม ขนาดเพื่อนเป็นกัปตันมันยังถาม แค่หิ้วไร ทุกอาทิตย์"

"เห็นขาออกหลายๆ ที่ก็ไม่ตรวจเข้มงวดนะครับ ถ้าเข้มมากๆ ผดส.นี่คงต้องมาแสตนบายเร็วขึ้นอีกเท่าตัว"

"คนดีๆต้องหลบมุมอยู่อย่างเงียบๆไม่มีชื่อเสียงหรือหน้าตาในสังคม ในขณะที่คนชั่วหลงระเริงอยู่ในอำนาจ ยศศักดิ์ชื่อเสียง เกียรติยศจอมปลอม เป็นกลียุคในแผ่นดินไทย คนชั่วครองเมืองทำอะไรก็ได้ไม่ผิดกฎหมายไทย แต่ไปฉาวโฉ่ประจานความเน่าเฟะอยู่ต่างประเทศ เช่นนี้แล"

เอ็ดดี้

เอ็ดดี้

เอ็ดดี้

เอ็ดดี้

เอ็ดดี้

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก เอ็ดดี้ อัษฎางค์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top