542.jpg
TSPCA สรุปผลการหารือเครือข่าย ในการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ที่ถูกทอดทิ้งเพราะเจ้าของต้องโทษอาญา

TSPCA สรุปผลการหารือเครือข่าย ในการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ที่ถูกทอดทิ้งเพราะเจ้าของต้องโทษอาญา

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.05 น.

TSPCA สรุปผลการหารือเครือข่ายในการจัดสวัสดิภาพสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งเพราะเจ้าของต้องโทษอาญา

7 กรกฎาคม 2569 สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) สรุปผลการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเครือข่ายผู้รักสัตว์ ครั้งที่ 14  จากการระดมความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมสัมมนากว่า 48 องค์กร ในประเด็นการจัดสวัสดิภาพสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งเพราะเจ้าของต้องโทษอาญา 


ดร.สาธิต ปรัชญาอริยะกุล เลขาธิการและผู้อำนวยการสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) เปิดเผยว่าการจัดสัมมนา จัดขึ้นเพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและระดมข้อเสนอจากผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ องค์กรสวัสดิภาพสัตว์ ภาคเอกชน และภาคประชาชน  ในปีนี้เป็นประเด็นที่เกี่ยวกับแนวทางการจัดสวัสดิภาพสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งเนื่องจากเจ้าของต้องโทษอาญา ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความซับซ้อนทั้งในด้านกฎหมาย การบริหารจัดการ และการคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์

จากการระดมความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมสัมมนา 48 องค์กร พบว่าประเด็นปัญหาดังกล่าวยังขาดกลไกการดำเนินงานที่ชัดเจน ส่งผลให้สัตว์จำนวนหนึ่งไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาแนวทางการดำเนินงานที่เป็นระบบ และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สัตว์ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ สำหรับ ผลการสรุปประเด็นสำคัญ เช่น 

1. กฎหมายและนโยบาย ผู้เข้าร่วมสัมมนามีความเห็นสอดคล้องกันว่ากฎหมายที่ใช้บังคับในปัจจุบันยังไม่มีมาตรการเฉพาะสำหรับการจัดการสัตว์เลี้ยงที่เจ้าของต้องโทษอาญา แต่มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกันหลายฉบับ เช่น ประมวลกฎหมายอาญา กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พระราชบัญญัติการสาธารณสุข เป็นต้น จึงเสนอให้มีการจัดทำคู่มือแนวทางปฎิบัติในการช่วยเหลือกรณีสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งในคดีอาญา และให้ทำหนังสือ พร้อมแนบแบบฟอร์มให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานีตำรวจ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ หรือแม้แต่องค์กรภาคเอกชน เพื่อนำมาใช้ในการช่วยเหลือสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งและ ใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติ เพื่อกำหนดอำนาจหน้าที่ของหน่วยงาน แนวทางการเข้าช่วยเหลือสัตว์ การโอนสิทธิในการดูแลสัตว์ และการคุ้มครองผู้ที่เข้าให้ความช่วยเหลืออย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการพัฒนาระบบทะเบียนสัตว์เลี้ยงและฐานข้อมูลกลาง เพื่อใช้ในการติดตามความเป็นเจ้าของ การประสานงาน และการวางแผนช่วยเหลือสัตว์ในกรณีฉุกเฉิน รวมถึงกำหนดมาตรฐานการเลี้ยงสัตว์ให้เหมาะสมกับประเภทและพื้นที่ เพื่อป้องกันปัญหาการทอดทิ้งในอนาคต

2. การพัฒนาระบบบริหารจัดการและการบูรณาการหน่วยงาน ข้อเสนอส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการกำหนดหน่วยงานหลักในการประสานงาน และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรมปศุสัตว์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ องค์กรสวัสดิภาพสัตว์ ภาคเอกชน และภาคประชาชน

ผู้เข้าร่วมเสนอให้มีศูนย์ประสานงานกลางหรือระบบส่งต่อข้อมูลที่สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วเมื่อพบกรณีสัตว์ถูกทอดทิ้ง รวมทั้งกำหนดแนวปฏิบัติ (Standard Operating Procedure: SOP) ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. การจัดสวัสดิภาพสัตว์ ผู้เข้าร่วมเห็นว่าการช่วยเหลือสัตว์ควรคำนึงถึงทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิตและสภาพแวดล้อมของสัตว์ โดยต้องมีการประเมินสวัสดิภาพสัตว์โดยสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ ก่อนกำหนดแนวทางการดูแลที่เหมาะสม

ข้อเสนอประกอบด้วยการพัฒนาสถานสงเคราะห์สัตว์ให้ได้มาตรฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557  การขึ้นทะเบียนสัตว์ที่ได้รับการช่วยเหลือ การคัดกรองผู้รับอุปการะ การติดตามผลภายหลังการส่งต่อ ตลอดจนการสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านอาหาร การรักษาพยาบาล และการทำหมัน เพื่อให้สัตว์มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างต่อเนื่อง

4. การสร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วมของสังคม ผู้เข้าร่วมเสนอให้สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรสวัสดิภาพสัตว์ สถาบันการศึกษา และภาคประชาชน โดยเฉพาะการพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครในระดับพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือสัตว์และการเฝ้าระวังปัญหา

นอกจากนี้ ควรส่งเสริมการสื่อสารสาธารณะและการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับความรับผิดชอบในการเลี้ยงสัตว์ หลักสวัสดิภาพสัตว์ และบทบาทของแต่ละภาคส่วนในการป้องกันปัญหาการทอดทิ้งสัตว์ รวมถึงบูรณาการองค์ความรู้ด้านสวัสดิภาพสัตว์เข้าสู่ระบบการศึกษา เพื่อสร้างจิตสำนึกในระยะยาว

5. การสนับสนุนด้านงบประมาณและทรัพยากร การดำเนินงานด้านสวัสดิภาพสัตว์จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณอย่างเพียงพอ ผู้เข้าร่วมเสนอให้มีการจัดตั้งกองทุนหรือกลไกทางการเงินเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือสัตว์ รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและประชาชนผ่านการบริจาคหรือมาตรการจูงใจทางภาษี

นอกจากนี้ ยังควรพัฒนาระบบสนับสนุนผู้รับอุปการะสัตว์ ทั้งด้านองค์ความรู้ เวชภัณฑ์ อาหารสัตว์ และการรักษาพยาบาล เพื่อเพิ่มโอกาสให้สัตว์ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตลอดช่วงชีวิต

ข้อเสนอเชิงนโยบาย จากข้อคิดเห็นของผู้เข้าร่วมสัมมนา สามารถสรุปข้อเสนอเชิงนโยบายได้ 5 ประการ ได้แก่

1. พัฒนากฎเกณฑ์และระเบียบที่รองรับการจัดการสัตว์เลี้ยงเมื่อเจ้าของต้องโทษอาญา พร้อมกำหนดบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน
2. จัดทำระบบฐานข้อมูลและทะเบียนสัตว์เลี้ยง รวมทั้งกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) สำหรับการช่วยเหลือสัตว์ในทุกพื้นที่
3. พัฒนาสถานสงเคราะห์สัตว์ให้มีคุณภาพ มีระบบส่งต่อ และการติดตามผล เพื่อให้สัตว์ได้รับการดูแลตามหลักสวัสดิภาพสัตว์อย่างต่อเนื่อง
4. ส่งเสริมการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรสวัสดิภาพสัตว์ และภาคประชาชน ภายใต้แนวคิด One Health และ One Welfare เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
5. สนับสนุนการจัดตั้งกองทุนและมาตรกามาตรการทางการเงินเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือสัตว์ รวมถึงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคเอกชน

ดังนั้นผลการสัมมนาเครือข่ายผู้รักสัตว์ครั้งที่ 14 นี้ เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าการจัดสวัสดิภาพสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งเนื่องจากเจ้าของต้องโทษอาญาเป็นประเด็นที่ต้องอาศัยการดำเนินงานแบบบูรณาการ ทั้งในด้านกฎหมาย นโยบาย การบริหารจัดการ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การพัฒนากลไกการช่วยเหลือที่มีมาตรฐานและมีความต่อเนื่อง จะช่วยให้สัตว์ได้รับการคุ้มครองตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ ลดปัญหาการทอดทิ้ง และสนับสนุนการบริหารจัดการสวัสดิภาพสัตว์ของประเทศให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top