วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 นายปฏิพล อภิญญาณกุล นักเขียนชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Padipon Apinyankul ระบุว่า เกาะภูเก็ต กับสารพัดปัญหาที่แก้ไม่ทัน
ข่าวเกี่ยวกับกรมอุทยานแห่งชาติ ถือเอาคำสั่งศาลให้โรงแรมรีสอร์ท รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำที่ดินหลวง ออกไป . นั้นเป็นเพียงตัวอย่างที่ 10 หรือตัวอย่างที่ 80 ก็ไม่รู้
เพราะการรุกล้ำที่ดินกรมอุทยานแห่งชาติ ที่ดินริมชายหาด ที่บนเขา . ล้วนเป็นลักษณะของเมืองภูเก็ตทั้งสิ้น
ขับรถมองไปที่ไหน ๆ จะไม่เห็นภูเขาและต้นไม้อีกแล้ว จะเห็นแต่โรงแรม รีสอร์ท ขึ้นเหมือนดอกเห็ดขึ้นในฤดูฝน
ปัญหาพวกนี้ เริ่มต้นมาไม่ต่ำกว่า 30 กว่าปีก่อน . พอที่ดินมีราคา ชาวบ้านคนที่ 1 ก็รุกล้ำและแจ้งสิทธิครอบครองที่ดินที่ไม่ใช่ของตน
เจ้าหน้าที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับที่ดิน ก็เล่นด้วย ออกเอกสารปลอมบ้าง จงใจผิดบ้าง ให้กับคนมาขอ แล้วรอรับเงินค่าปิดหูปิดตา .
จากนั้นชาวบ้านคนที่ 1 นำไปสู่การขายต่ออีกทอดให้คนที่ 2 . แล้วจึงไปอีกทอดสู่นิติบุคคลที่เป็นบริษัท โรงแรม
ถ้ารัฐบาลเอาจริงเอาจังกับนโยบาย "ภูเก็ตโมเดล" ทวงคืนผืนป่าและสิทธิของหลวง . ต้องรื้อกันทั้งเกาะ .
ตรวจให้เข้ม สั่งฟ้องทันที รื้อมันเลย . กล้าไหม .
ลองขับรถวนรอบเกาะ ..
ตั้งแต่สนามบิน วิ่งทางขวามือ เข้าอ่าวบางเทา ผ่านหาดสุรินทร์ หาดกมลา ยาวไปหาดป่าตอง หาดกะตะ สุดหาดในหานและแหลมพรหมเทพ
แล้วเงยหน้าขึ้นไปตรงเนินเขาต่าง ๆ ของเส้นทางดังกล่าว . จะเห็นโรงแรมและรีสอร์ท สร้างขึ้นตั้งแต่ตีนเขา กลางเขา และยอดเขา . มีถูกกฎหมายอยู่กี่แห่ง ?
ที่ดิน ส.ป.ก. ในภูเก็ต ถูกแปรสภาพไปสร้างโรงแรม บ้านพักตากอากาศ แบบผิดกฎหมาย มากกว่า 200 แห่ง
ไม่มีรัฐบาลไหนหาญกล้า ที่จะล้างเกาะภูเก็ตแห่งนี้ให้มีความบริสุทธิ อยู่ในตัวบทกฎหมายอย่างเท่าเทียม .
มีเพียงทำเป็นยุค ๆ แบบประปรายเป็นแห่ง ๆ เพราะอะไร ?
เพราะนักการเมืองและรัฐมนตรี หรือผู้เกี่ยวข้องต่าง ๆ ล้วนมีที่ดิน หรือเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์บางส่วนบนเกาะแห่งนี้หรือไม่ ?
ภูเก็ตสมัยนี้ ไม่เหมือนภูเก็ตสมัยก่อน .
วันก่อนเห็นเพจหนึ่งของภูเก็ต โปรยคำถามประมาณว่า
ภูเก็ตยังคงน่าเที่ยวไหม ตอนนี้ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเลย ชวนคนไทยมาเที่ยวภูเก็ตกันเถอะ !
ถ้าในส่วนตัวผม . ภูเก็ตก็งั้น ๆ ความน่าเที่ยวน้อยลง เป็นเพราะพื้นฐานการบริการของโรงแรม ร้านค้า ในภูเก็ตเอง
ประหนึ่งไม่ต้อนรับคนไทยเอาซะเลย .
หลายปีก่อน มีคนรู้จักคนหนึ่งเป็นคนภูเก็ต ขายที่ดินได้ในราคา 45 ล้าน เล่าให้ฟังว่า
- จะหลบไปพักในโรงแรม 4 ดาวซะหน่อย . แค่เปิดเข้าไปในห้องอาหารเพื่อหาอะไรหรู ๆ กิน พนักงานรีบมาถามเลยว่า เป็นคนไทยหรือ
ผมถามเพื่อน "เป็นคนไทยแล้วทำไม เขาลดราคาให้พิเศษหรือ ?"
เพื่อนคนนั้นตอบว่า "มันบอกว่า ในนี้แพงนะ มีเงินจ่ายหรือ กูเลยไม่กินและไม่เช็คเอ้าท์เข้าพัก นอนตากแอร์ที่บ้านก็ได้ว่ะ . เสียอารมณ์"
นี่ขนาดเป็นคนภูเก็ตนะ . ยังถูกบริการแบบนี้เลย
แค่ตัวอย่างเดียว . เอาอีกตัวอย่างก็ได้ . ในยุคหนึ่ง ธุรกิจสปาในภูเก็ตดังมาก นวดขานวดตัวด้วยน้ำมันอะไรต่าง ๆ นี้แหละ ซึ่งผมก็ไม่รู้จักชื่อน้ำมันนวดเหล่านั้นหรอก
จำได้ว่าราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 2,000 - 7,000 บาท . ขึ้นอยู่กับความหรูหราตกแต่งสถานที่
ผมขับรถพาเศรษฐีคนหนึ่งเข้าไป เธอแต่งตัวธรรมดา หน้าตาแบบคนไทยใต้แท้ ๆ ผิวคล้ำ หน้าเข้ม . พนักงานสปาแทบไม่ต้อนรับเลย
ลูกค้าคนอื่นเข้ามา จะมีน้ำส้ม น้ำแดง มาวางเสริฟ์ให้ , แต่เศรษฐีคนที่ผมพาไป ไม่ใส่เครื่องประดับอะไร กลับถูกปล่อยให้นั่งเฉย ๆ น้ำเปล่าสักแก้วก็ไม่มี จนผมต้องถามพนักงานว่า
"วันนี้ปิดให้บริการหรือครับ ถึงไม่มาถามลูกค้าว่าจะมาใช้บริการอะไร" .. นั้นแหละพนักงาน 3-4 คนที่ยืนอยู่ ถึงได้ขยับตัว
แถมบางคนปากไม่มีหูรูด พูดเบา ๆ ขึ้นว่า นึกว่ามารอแขกที่นวดอยู่ .. ถ้าเป็นผม ผมออกจากร้านสปานี้ทันที .. 6 -7,000 บาท ที่น่าเสียดาย
นี้เป็นตัวอย่างเล็ก ๆ เท่านั้น .
ยามที่ฝรั่งเต็มเมือง คนไทยที่หวังจะไปใช้บริการ กลับตกเป็นพลเมืองชั้นสอง .
ปัจจุบันภูเก็ต กลับกลายเป็นดินแดนฝรั่งเกรด 2 หรือเกรด 3-4-5 เข้ามาฝึกขี่มอเตอร์ไซค์ครั้งแรก วิ่งวุ่นไร้ระเบียบจนแทบจะชกต่อยกัน
ภูเก็ตเก็บเกี่ยวผลโยชน์จากธรรมชาติได้สร้างเป็นทุนเดิมไว้ให้ มานานแล้ว . ผู้ให้บริการการท่องเที่ยวได้กำไรมานานแล้ว ส่วนธรรมชาติมีแต่ขาดทุน
☆ น่าจะจัดโปรโมชั่นให้ "ครอบครัวคนไทย" บ้าง น่าจะเป็นการสร้างสายสัมพันธ์ภาพพจน์ในทางบวกนะ
เมื่อก่อน ผมขับรถไปภูเก็ต พอผ่านสะพานสารสินผมจะรู้สึกถึงบรรยาศที่สดชื่นทุกครั้ง มีต้นไม้ ต้นยาง ต้นมะพร้าว อยู่ตลอด 2 ข้างทาง
แต่ปัจจุบันนี้ พอขับรถข้ามสะพานสารสิน ผมกลับรู้สึกว่า กำลังเข้ามาในย่านสีลม เยาวราช หรือสุขุมวิท ทองหล่อ - ขึ้นเขาก็เห็นตึก ลงเขาก็เห็นตึก สูงระฟ้าไปหมด
และคราวใดที่พาเพื่อนมาเที่ยว มักคิดเสมอว่า ต้องเตรียมตังค์ไว้เท่าไรน่ะ คำว่าแพงคงใช้ไม่ได้ มันเกินกว่าคำว่า แพง
ได้แต่รำพึงรำพันกับตัวเองเบา ๆ ว่า
เป็นการเดินเข้ามาให้ถูกปล้นอีกแล้ว
จากใจคนไทยคนหนึ่งครับ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี