วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
13 กรกฎาคม 2569 ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า มีอาจารย์ผู้ใหญ่จำนวนหนึ่งบอกให้ผมหยุดตามเรื่องวิทยานิพนธ์
ถามผมว่า “ไชยันต์ เธอจะเอาอะไร ?”
“ไชยันต์ เธอสร้างปัญหาให้จุฬาฯ”
——-
เมื่อพวกท่านอาจารย์ผู้ใหญ่ไม่สนใจปัญหาวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ และรวมทั้งหนังสือที่ตีพิมพ์เผยแพร่การบิดเบือน กุเรื่องจากวิทยานิพนธ์นั้น
มันก็เป็นเรื่องของท่านครับ
ผมไม่เคยไปอ้อนวอนขอร้องให้ท่านช่วยเลย
ทำไม ท่านจะต้องมาเดือดเนื้อร้อนใจไปกับการที่ผมเดินหน้าตามทวงเรื่องนี้มาตลอดหลายปี
ผมยังนึกขำ เวลา จุฬาฯจัดสัมมนาอบรมเรื่อง จริยธรรมการวิจัย !!??
รวมทั้งมหาวิทยาลัยอื่นๆด้วย
และรวมไปถึง กระทรวง อว.
และ ราชบัณฑิต
—
ยังไม่ตาย ก็อยู่กันไป ครับ
กำลังจะยกระดับการติดตามผล ตามที่มิตรสหายใน FB แนะนำและให้กำลังใจมาครับ
ขอบคุณมากครับ
.jpg)
ทั้งนี้ ศ.ดร.ไชยันต์ ยังได้โพสต์เพิ่มเติมในคอมเมนต์ ระบุว่า เรียน นายกสภา และ อธิการบดี จุฬาฯ (จะพยายามโพสต์ถึงท่านทุกวัน จนกว่าท่านจะดำเนินการ)
ผมได้รับข้อมูลมาว่า ในเอกสารประกอบการบรรยายของ อ.ณัฐพล ใจจริง ที่มาสอนที่ธรรมศาสตร์ ในหลักสูตร ปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ เมื่อ 29 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา
อ ณัฐพล ได้เผยแพร่ความเข้าใจผิดในสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่ตนเองเชื่อและเขียนวิทยานิพนธ์ฉบับที่มีปัญหา อย่างต่อเนื่อง
หากทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้รับรองวิทยานิพนธ์ของณัฐพล ใจจริง ไม่เปิดเผยผลตรวจสอบวิทยานิพนธ์
การเผยแพร่ข้อมูลตามวิทยานิพนธ์ดังกล่าว ก็จะดำเนินต่อไปและกว้างขวางมากขึ้น
จึงเรียนมาเพื่อให้ท่านเร่งดำเนินการ เพราะ อ ณัฐพล มิได้หยุดเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว
#saveความจริง
#saveเยาวชน
https://www.facebook.com/share/p/1H1F2Ksjji/?mibextid=wwXIfr
.jpg)
สำหรับลิงค์ด้านบน (https://www.facebook.com/share/p/1H1F2Ksjji/?mibextid=wwXIfr) คือโพสต์ที่ ศ.ดร.ไชยันต์ โพสต์ไว้เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 โดยมีเนื้อหาระบุว่า โพสต์ ครั้งที่ 21
ท่านนายกสภาฯ ท่านอธิการบดี ท่านประธานสภาฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เคารพ
ข้อความต่อไปนี้ ท่านก็เห็น ผมก็เห็น คนที่เข้ามาดู FB นี้ ก็เห็น
ท่านไม่ห่วงเยาวชน + ประชาชนที่รับข้อมูลที่ผิดพลาดในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้หรือครับ ?
…..
เชิญท่านพิจารณากันเองครับ
#saveความจริง เพื่อ #saveเยาวชน
……
หนึ่งในข้อผิดพลาดจำนวนมาก
ในวิทยานิพนธ์ของ ณัฐพล ใจจริง หน้า 147-148 กล่าวว่า “การไม่ยอมลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้พระราชบัญญัติที่มุ่งปฏิรูปที่ดินของรัฐบาล (2496) ซึ่งจะมีผลกระทบต่อผลประโยชน์ของสถาบันพระมหากษัตริย์ และ ‘กลุ่มรอยัลลิสต์’ ซึ่งถือครองที่ดินจำนวนมากในประเทศไทย”
และในเชิงอรรถอ้างอิงที่ 15 หน้า 148 ของวิทยานิพนธ์ ระบุว่า “โปรดดูในประเด็นบทบาทพระมหากษัตริย์ในช่วงเวลาดังกล่าวเพิ่มเติมใน Kobkua Suwannathat-Pian, King, Country and Constitution: Thailand’s Political Development 1932-2000”
------------
ผลการตรวจสอบ:
จากสำเนาเอกสารของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการพิจารณาร่างกฎหมายปฏิรูปที่ดินในช่วงปี พ.ศ. 2497 พบว่า กฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปที่ดินนั้นมีวัตถุประสงค์มุ่งช่วยเหลือคนจน และพระมหากษัตริย์ (ในหลวงรัชกาลที่ 9) ไม่เคยทรงยับยั้งและไม่เคยทรงปฏิเสธกฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูปที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นร่างกฎหมายเกี่ยวกับการจัดรูปที่ดิน พ.ศ. 2497 และร่างประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2496 มีแต่เพียงว่า พระองค์ทรงมีพระราชบันทึกทรงพระราชวิจารณ์ไม่ทรงเห็นด้วยกับบทบัญญัติบางมาตราของร่างกฎหมายตามบทบาทของพระองค์ท่าน แต่พระองค์ทรงลงพระปรมาภิไธยในกฎหมายดังกล่าวทุกฉบับ
และเมื่อตรวจสอบหนังสือ King, Country and Constitution: Thailand’s Political Development 1932-2000 ของ Kobkua Suwannathat-Pian หน้า 152-153 ที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่ง ณัฐพล ใจจริง ใช้อ้างอิงในเชิงอรรถที่ 15 หน้า 148
พบว่า Kobkua Suwannathat-Pian กลับระบุชัดเจนว่า “His Majesty did sign it” แปลเป็นไทยคือ พระองค์ได้ทรงลงพระปรมาภิไธย
.jpg)
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี