542.jpg

บารมีวาจาสิทธิ์ ปราบสมิงเจ้าป่า (ฉบับพ่อท่านคล้าย เทวดาเมืองคอน)

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.12 น.
Tag :

ถ้าพูดถึง "เสือสมิง" หลายคนคงนึกถึงภาพสัตว์ร้ายที่น่าสยดสยอง ล่าคนด้วยความแค้น สัญชาตญาณดิบ และอาถรรพ์ลี้ลับกลางป่าลึก... แต่รู้ไหมครับว่า ในหน้าประวัติศาสตร์ของพรานเมืองใต้ มีเรื่องเล่าขานกันมานับสิบๆ ปี ที่เปลี่ยนความสยองขวัญให้กลายเป็นความอัศจรรย์ใจ

            มันคือเรื่องราวของ "พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์" หรือที่คนใต้เรียกท่านด้วยความเคารพสุดหัวใจว่า "เทวดาเมืองคอน" เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องผีหลอกวิญญาณหลอน แต่เป็นเรื่องของการ "ปราบพยศ" ด้วยบารมีและเมตตาธรรมที่แม้แต่เสือสมิงยังต้องยอมสยบกราบกราน


            ย้อนกลับไปในอดีต สมัยที่พ่อท่านคล้ายท่านยังเดินธุดงค์ บุกเบิกดงดิบเพื่อสร้างถนนหนทางในถิ่นทุรกันดารแถบจังหวัดนครศรีธรรมราช ว่ากันว่าครั้งหนึ่ง ขณะที่ท่านพร้อมคณะศิษย์กำลังเดินทางผ่านป่าลึกที่ขึ้นชื่อว่าอาถรรพ์แรงและเต็มไปด้วยไข้ป่า จู่ๆ บรรยากาศรอบข้างก็เงียบสงบลงอย่างผิดปกติ ลมป่าที่เคยพัดไหวกลับนิ่งสนิท ท้องฟ้ามืดครึ้มลงทันตา และมีกลิ่นสาบสางของสัตว์ร้ายโชยมาปะทะจมูกอย่างรุนแรงจนทุกคนเริ่มขวัญเสีย

          ทันใดนั้นเอง! เสือโคร่งขนาดมหึมาตัวหนึ่งปรากฏตัวขึ้นขวางทาง แววตาของมันเปล่งประกายสีแดงก่ำท่ามกลางความสลัว พรานป่าในคณะรู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่เสือธรรมดา แต่เป็น "เสือสมิง" เจ้าป่าที่มีกระแสจิตแห่งการล่าดุดัน มันย่อตัวหมอบราบแยกเขี้ยวเตรียมกระโจนเข้าใส่พระภิกษุที่อยู่ตรงหน้าเพื่อหวังขย้ำเป็นอาหาร

ในวินาทีเฉียดตายนั้น หากเป็นคนธรรมดาคงสติหลุด วิ่งหนีเอาชีวิตรอดไปแล้ว แต่สำหรับพ่อท่านคล้าย... ท่านกลับหยุดยืนอย่างสงบนิ่ง แม้ว่าสังขารของท่านจะไม่สมบูรณ์นัก แต่จิตใจของท่านกลับมั่นคงดั่งขุนเขา ท่านไม่ได้หยิบอาวุธ หรือแสดงอาการหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ท่านค่อยๆ วางบริขารลงอย่างช้าๆ หลับตาลง และแผ่เมตตาจิตอันทรงพลังมหาศาลออกไปครอบคลุมผืนป่า

          ท่านลืมตาขึ้นมองเสือร้ายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูสงสาร แล้วจึงกล่าววาจาสิทธิ์ด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิทแต่ทรงพลังก้องไปทั่วดงลึกว่า... "เจ้าอย่ามาเบียดเบียนกันเลย ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างทำหน้าที่เถิดนะ"

            น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก พอสิ้นประโยคของเทวดาเมืองคอน เสือสมิงที่กำลังบ้าคลั่งกลับค่อยๆ ลดความดุร้ายลง เสียงคำรามในลำคอเงียบหายไป แววตาที่แข็งกร้าวกร้าวกลับหม่นแสงลงคล้ายยอมจำนน มันค่อยๆ คลานสี่เท้าเข้าหาพ่อท่านคล้ายอย่างนอบน้อม แล้วหมอบราบหัวถึงพื้นตีนขนานกัน เหมือนสุนัขเชื่องๆ ที่มาขอพึ่งพิงร่มเงาบารมี

          ตำนานยังเล่าต่อกันอีกว่า พ่อท่านคล้ายท่านทรงเมตตาหยิบข้าวก้นบาตรที่เหลือจากการบิณฑบาต วางส่งให้เสือสมิงตัวนั้นกิน และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เสือสมิงร้ายตัวที่เคยสร้างความหวาดกลัวให้คนทั้งป่า ก็ไม่เคยไปอาละวาดทำร้ายใครอีกเลย แต่จิตใจของมันกลับถูกฟอกด้วยความเมตตา กลายเป็น "เสือเจ้าที่" คอยดูแลปกปักรักษาพื้นที่เขตวัด และอารักขาเส้นทางตัดถนนที่พ่อท่านคล้ายเดินทางไปสร้างบารมีจนปลอดภัย

          นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมคนใต้ถึงรักและศรัทธาพ่อท่านคล้ายอย่างสุดจิตสุดใจ เพราะบารมีของท่านไม่ได้มีไว้แค่ปัดเป่าทุกข์ให้มนุษย์ แต่ยังสามารถเปลี่ยนจิตใจสัตว์ร้ายที่ดุที่สุดให้กลับใจได้ เรื่องนี้เป็นเครื่องเตือนใจเราเสมอว่า "ความดุร้ายมักพ่ายแพ้ต่อความเมตตา" และวาจาสิทธิ์ที่แท้จริง ไม่ใช่คำสาปแช่งให้ใครวิบัติ แต่คือคำกล่าวที่สร้างความสงบหรือสันติสุขให้แก่ทุกชีวิต

            หากใครมีโอกาสไปกราบไหว้สรีระจำลองของพ่อท่านคล้าย ลองระลึกถึงเรื่องเล่าเรื่องนี้ดูนะครับ เพราะเรื่องของเสือสมิงเจ้าป่าตัวนี้ ยังคงเป็นตำนานที่เล่าขานเพื่อยืนยันว่า บารมีเทวดาเมืองคอนนั้น... ยิ่งใหญ่และร่มเย็นเกินกว่าที่อาถรรพ์อันมืดมิดใดๆ จะต้านทานได้จริงๆ ครับ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top