542.jpg
ถึงเวลาปิดช่องโหว่กฎหมาย ดร.สามารถ ชี้ ความปลอดภัยวัดที่ การใช้งานจริง ไม่ใช่ ชื่อบนใบอนุญาต

ถึงเวลาปิดช่องโหว่กฎหมาย ดร.สามารถ ชี้ ความปลอดภัยวัดที่ การใช้งานจริง ไม่ใช่ ชื่อบนใบอนุญาต

วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 08.12 น.

วันนี้ 15 กรกฎาคม 2569 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความแสดงความเสียใจพร้อมวิเคราะห์ข้อกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยของอาคาร โดยมีข้อความว่า "โรงเบียร์... ขออนุญาตเป็นร้านอาหาร แต่ทำไมจึง "เหมือนผับ"?

เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก สร้างความสะเทือนใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ หลังเหตุการณ์หลายคนตั้งคำถามว่า เหตุใดสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายผับหรือสถานบริการ จึงสามารถเปิดให้บริการในพื้นที่นอกโซนนิ่งได้? และเมื่อเปิดได้แล้ว เหตุใดจึงไม่ต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยเดียวกับสถานบริการ?  บางคนจึงสรุปทันทีว่า กฎหมายไทยมีช่องโหว่ แต่ผมคิดว่า ก่อนจะสรุปเช่นนั้น เราควรทำความเข้าใจว่า กฎหมายกำหนดเรื่องนี้ไว้อย่างไร


สามารถ ราชพลสิทธิ์

1. กฎหมายแบ่ง "ร้านอาหาร" กับ "สถานบริการ" อย่างไร?

พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 กำหนดให้สถานบริการบางประเภท เช่น ผับ ไนต์คลับ หรือสถานบันเทิง ต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการสถานบริการ และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด และโดยหลักต้องตั้งอยู่ในพื้นที่ที่กฎหมายกำหนด ซึ่งในกรุงเทพฯ มี 3 พื้นที่ ได้แก่ พัฒน์พงษ์ RCA และรัชดาภิเษก พื้นที่เหล่านี้เรียกว่า โซน (Zone) สำหรับสถานบริการ หากอยู่นอกโซนดังกล่าวจะไม่สามารถขออนุญาตเป็น "สถานบริการ" ได้ แต่คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2558 เปิดช่องให้สถานประกอบการที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมการแสดงดนตรี เต้นรำ สามารถดำเนินกิจการได้ หากปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น ปิดไม่เกินเวลา 24.00 น. จึงเกิดสิ่งที่เรียกว่า "สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ"

กล่าวคือ แม้รูปแบบการให้บริการจะใกล้เคียงกับผับหรือไนต์คลับ แต่ในทางกฎหมายกลับได้รับอนุญาตในฐานะ "ร้านอาหาร" จึงไม่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดเฉพาะที่ใช้กับสถานบริการ นี่คือช่องโหว่ที่สังคมควรถกเถียง!

2. ประเด็นสำคัญอาจไม่ใช่ชื่อของใบอนุญาต

ในฐานะวิศวกร ผมมองว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเรียกชื่อกิจการว่า "ร้านอาหาร" หรือ "สถานบริการ" แต่อยู่ที่คำถามว่า หากอาคารสองแห่งมีลักษณะการใช้งานและความเสี่ยงใกล้เคียงกัน เหตุใดมาตรฐานด้านความปลอดภัยจึงแตกต่างกัน? ในทางวิศวกรรมความปลอดภัย สิ่งที่กำหนดระดับความเสี่ยงของอาคาร ไม่ใช่ป้ายหน้าร้าน แต่คือข้อเท็จจริง เช่น มีผู้ใช้บริการพร้อมกันจำนวนมากเพียงใด มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือไม่ มีการแสดงดนตรี แสง สี เสียง ที่อาจกระทบต่อการรับรู้เหตุฉุกเฉินหรือไม่ มีทางหนีไฟ ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ระบบควบคุมควัน และการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินที่เหมาะสมหรือไม่

เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ปัจจัยเหล่านี้ต่างหากที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ

สามารถ ราชพลสิทธิ์

3. ถึงเวลาทบทวนแนวคิดการกำกับดูแลสถานประกอบการ

ผมเห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยควรทบทวนหลักคิดในการกำกับดูแลสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย ไม่ควรพิจารณาเพียงว่า ขอใบอนุญาตประเภทใด อยู่ในโซนใด และปิดเวลาใด แต่ควรพิจารณาจาก "ลักษณะการใช้งานจริงของอาคาร" และ "ระดับความเสี่ยง" เป็นสำคัญ

4. ถึงเวลาปิดช่องโหว่ของกฎหมาย

ผมไม่ได้เสนอให้ร้านอาหารทุกแห่งต้องถูกปฏิบัติเสมือนสถานบริการ แต่หากสถานประกอบการแห่งใดมีลักษณะการใช้งานที่มีความเสี่ยงใกล้เคียงกับสถานบริการ ก็ควรถูกกำกับดูแลด้านอาคารและอัคคีภัยในระดับที่ใกล้เคียงกับสถานบริการ หากสถานที่ที่มีความเสี่ยงใกล้เคียงกัน ยังใช้มาตรฐานความปลอดภัยคนละระดับ เพียงเพราะชื่อของใบอนุญาตแตกต่างกัน ก็ถึงเวลาที่เราควรทบทวนกฎหมายอย่างจริงจัง กฎหมายควรทำให้ทุกสถานที่ที่มีความเสี่ยงใกล้เคียงกัน ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยที่ใกล้เคียงกัน เพราะกฎหมายที่ดี คือกฎหมายที่ช่วยรักษาชีวิตผู้คนได้มากที่สุด"

สามารถ ราชพลสิทธิ์

หลังจากที่โพสต์ของ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ ทำเอาชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น

"กฏหมายที่กำหนดให้สถานประกอบการที่ขายสุรา ต้องตั้งห่างจากวัดและโรงเรียนไม่ต่ำกว่า 3 กม. ยังใช้ได้สำหรับเมืองไทยไหมครับ"

"เงินซื้อ​ได้​"

"ที่แยกรัชโยธินก็มีแบบนี้ครับอาจารย์"

"ตำรวจไม่รับส่วยแน่นะ"

"อย่างที่เคยนำเรียนท่านครับ แม้นจะมีกฏหมายใหม่ แต่สุดท้ายก็เรื่องของคน การหาช่องโหว่กฏหมาย เลี่ยงกฏหมาย ความมักง่ายและเห็นแก่ตัวของผู้ประกอบการและการขาดความตระหนักถึงอันตรายและลืมเรื่องร้ายๆ โดยง่ายของผู้ใช้บริการ ยังเป็นเหตุสำคัญแฝงที่จะทำให้เกิดเรื่องร้ายได้ การมีระเบียบวินัย รวมถึงการมีสามัญสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคมีของคนจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง"

สามารถ ราชพลสิทธิ์

สามารถ ราชพลสิทธิ์

สามารถ ราชพลสิทธิ์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ - Dr.Samart Ratchapolsitte

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top