542.jpg
ศ.กิตติคุณ ดร.วรศักดิ์ ถอดรหัสไฟไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว

ศ.กิตติคุณ ดร.วรศักดิ์ ถอดรหัสไฟไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว

วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 09.23 น.

วันนี้ 15 กรกฎาษคม 2569 ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย เป็นวิศวกรโครงสร้างชาวไทยที่มีชื่อเสียงในระดับสากล ปัจจุบันดำรงตำแหน่งราชบัณฑิต และผู้อำนวยการบริหารสถาบันนวัตกรรมปัญญาชีพ (AITSPIN) ท่านได้รับการยอมรับอย่างสูงในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้างและกลศาสตร์เชิงคำนวณ โพสต์ข้อความร่ายยาวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งข้อสันนิษฐานภาพรวมเกี่ยวกับกลไกการเกิดเพลิงไหม้ ณ โรงเบียร์ลาดพร้าว โดยเชื่อมโยงหลักฐานเชิงประจักษ์เข้ากับทฤษฎีพลศาสตร์ของไฟ ซึ่งมีข้อความทั้งหมดว่า "สันนิษฐานสุดท้าย: กลไกเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว (บทความยาว)

15 กรกฎาคม 2569


หลังจากติดตามข่าวสาร ภาพและคลิปเหตุการณ์ ตลอดจนผลการตรวจสอบภายในฝ้าเพดาน (เครดิตทีมวิศวกรป้องกันอัคคีภัยของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ กับกองพิสูจน์หลักฐาน) ซึ่งได้ช่วยยืนยันข้อสันนิษฐานเบื้องต้นของผมเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของไฟที่เกิดในช่องว่างเหนือฝ้า ดังนั้น ผมจึงขอสรุปข้อสันนิษฐานเป็นภาพรวม โดยการเชื่อมโยงหลักฐานเชิงประจักษ์ เข้ากับทฤษฎีพลศาสตร์ของไฟ เผื่อจะใช้เป็นกรอบสำหรับการตรวจสอบของผู้เกี่ยวข้องต่อไป

วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย

===========
หลักฐานที่สำคัญ
==========

1. ระบบไฟฟ้าและสายไฟจำนวนหนึ่งอยู่ภายในช่องเหนือฝ้าบริเวณเวที

2. ก่อนเกิดเพลิงไหม้มีรายงานเรื่องไฟฟ้าตก ไฟดับ และกลิ่นผิดปกติจากบริเวณฝ้า

3. การตรวจสอบพบแนวโน้มว่าไฟลุกลามอยู่ภายในช่องเหนือฝ้าก่อน

4. แผ่นฝ้ายิปซัมแตกในลักษณะคล้ายกันหลายจุด ก่อนที่ไฟจะทะลุลงสู่พื้นที่ด้านล่าง

5. หลังเกิดเหตุ ยังพบโต๊ะและเก้าอี้จำนวนมากในโถงด้านล่างยังคงรูป และไม่มีรอยไหม้จากเปลวไฟ

6. ในระหว่างเกิดไฟลุกแล้ว คนที่ติดในอาคารยังสามารถเคลื่อนที่เพื่อหาทางรอดอยู่

7. ลำไฟพุ่งออกทางประตูด้านหน้าที่ถูกคนอพยพไฟเปิดอ้าทิ้งไว้ มีลักษณะเหมือนมังกรพ่นไฟ ส่วนบนเป็นลำไฟที่ต่อเนื่อง ขณะที่ส่วนล่างยังเป็นช่องว่างให้อากาศภายนอกไหลเข้าอยู่
หลักฐานเหล่านี้ทำให้ผมให้น้ำหนักกับสมมติฐานว่า กระบวนการสำคัญของการจุดติดไฟ เกิดในช่องว่างเหนือฝ้า ไม่ได้เริ่มจากการลุกไหม้พร้อมกันทั่วทั้งโถงด้านล่างแบบ Flashover (ด้วยเหตุผลที่ผมให้ไว้ด้านล่าง)

=====================
ลำดับเหตุการณ์ที่ผมสันนิษฐาน
=====================

วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย

1. การจุดติดไฟเหนือฝ้า

การเกิดไฟต้องมีองค์ประกอบสามประการอยู่ร่วมกัน ได้แก่ แหล่งความร้อน ออกซิเจน และเชื้อเพลิง แหล่งความร้อนตามที่ได้รับรายงานคือ การอาร์กหรือประกายไฟ ที่เกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้า ส่วนเชื้อเพลิงได้แก่วัสดุที่อยู่ช่องเหนือฝ้าบริเวณลานเวที ซึ่งอาจประกอบด้วยฉนวนสายไฟ วัสดุหุ้มงานระบบ โฟม วัสดุซับเสียง หรือวัสดุสังเคราะห์อื่นๆ ทั้งนี้ ต้องรอผลตรวจยืนยันชนิดของวัสดุและจุดกำเนิดไฟอย่างเป็นทางการ

2. ไฟลุกซ่อนอยู่ในช่องเหนือฝ้าที่มีอากาศจำกัด (โดยผู้คนด้านล่างไม่ระแคะระคาย เนื่องจากเสียงดนตรี แม้บางคนจะได้กลิ่น)

เมื่อไฟลุกอยู่ในช่องเหนือฝ้าซึ่งมีปริมาตรจำกัดและระบายอากาศไม่ดี ออกซิเจนจะถูกใช้ไปเรื่อย ๆ จนการเผาไหม้เข้าสู่สภาวะ Ventilation-limited เปลวไฟอาจอ่อนกำลังจนดับหรือคุกรุ่นลง เพราะขาดออกซิเจน แต่วัสดุยังคงมีอุณหภูมิสูงจัดและเกิดกระบวนการ Pyrolysis หรือการสลายตัวด้วยความร้อนโดยปราศจากเปลวเพลิง ปล่อยไอและก๊าซเชื้อเพลิงออกมาอย่างต่อเนื่อง เหนือฝ้าจึงมีส่วนผสมของก๊าซเชื้อเพลิง ผลิตภัณฑ์จากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ควัน เขม่า และก๊าซพิษล่องลอยสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก

3. เกิดช่องเปิดและมีอากาศใหม่ไหลเข้า

เมื่อแผ่นฝ้าแตกร้าว หลุด หรือเกิดช่องทางใหม่ระหว่างโถงด้านล่างกับช่องเหนือฝ้า อากาศที่มีออกซิเจนจากโถงอาจไหลเข้าสู่พื้นที่เหนือฝ้า

• กรณีที่ 1 หากขณะนั้นช่องเหนือฝ้าอยู่ในสภาวะร้อน ขาดออกซิเจน และมีก๊าซเชื้อเพลิงสะสม การนำอากาศใหม่เข้าไปอย่างรวดเร็วอาจทำให้ก๊าซเหล่านั้นลุกไหม้แบบ Deflagration และเกิดแรงดันเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน ซึ่งเป็นกลไกของ Backdraft ตามนิยามทางวิศวกรรมอัคคีภัยของ NIST [1]

• กรณีที่ 2 หากก๊าซเชื้อเพลิงเหนือฝ้าได้ผสมกับอากาศจนอยู่ในช่วงที่ติดไฟได้อยู่ก่อนแล้ว และต่อมาถูกจุดติดโดยเปลวไฟหรือพื้นผิวร้อน เหตุการณ์จะจัดเป็น Fire Gas Ignition หรือ Smoke Explosion มากกว่า Backdraft

ดังนั้น ข้อเท็จจริงที่ต้องพิสูจน์ต่อไปคือ ฝ้าแตกเป็นช่องเปิด ก่อนหรือหลังการปะทุ และมีอากาศใหม่ไหลเข้าไปก่อนการลุกติดไฟอย่างรวดเร็วหรือไม่

4. แรงดันและความร้อนทำให้ไฟทะลุลงสู่โถง

การลุกติดไฟอย่างรวดเร็วของก๊าซเหนือฝ้าอาจทำให้แรงดันและอุณหภูมิเพิ่มขึ้น จนแผ่นฝ้ายิปซัมแตกหรือหลุดหลายจุด เปลวไฟ ก๊าซร้อน และเศษวัสดุที่กำลังลุกไหม้จึงทะลุลงมายังพื้นที่ด้านล่าง เปลวไฟและรังสีความร้อนจึงลามจุดติดวัสดุตกแต่ง วัสดุซับเสียง และวัสดุสังเคราะห์ใต้ฝ้า จึงทำให้ไฟลุกลามต่อเนื่องอย่างรวดเร็วไปทั่วบริเวณ

5. ลำไฟพุ่งออกทางประตูหลัก

เมื่อผู้อพยพเริ่มเปิดประตูหน้าค้างไว้ ลำไฟและควันร้อนที่เกิดจากการประทุ ก็จะวิ่งสวนทิศทางที่ออกซิเจนไหลเจ้ามา ลำไฟจะสสิ่งออกทางส่วนบนของประตูหลัก ขณะที่ส่วนล่างยังเปิดให้อากาศภายนอกไหลเข้าสู่อาคาร ลักษณะนี้สอดคล้องกับ Bidirectional Flow Path คือ อากาศเย็นและมีความหนาแน่นมากกว่าไหลเข้าด้านล่างเพื่อป้อนการเผาไหม้ ขณะที่ก๊าซร้อนและก๊าซเชื้อเพลิงไหลออกด้านบน เมื่อก๊าซที่ยังเผาไหม้ไม่หมดออกมาผสมกับอากาศภายนอก จึงเกิดการเผาไหม้ต่อเนื่องเป็นลำไฟยาวและแหงนขึ้นตามแรงลอยตัว

ลำไฟที่เห็นในช่วงนี้เรียกว่า Venting Flames หรือ External Flaming ซึ่งอาจเกิดตามหลัง Backdraft หรือ FGI อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ จึงไม่ควรนำ Venting Flames มาใช้เพื่อปฏิเสธ Backdraft เพราะ Venting Flames บรรยายสิ่งที่มองเห็น ส่วน Backdraft อธิบายกลไกก่อนการปะทุ ไฟที่ถูกจำกัดด้วยปริมาณอากาศสามารถเผาไหม้รุนแรงบริเวณช่องเปิด ซึ่งเป็นจุดที่ก๊าซเชื้อเพลิงได้รับออกซิเจนเพิ่มเติมได้ [2]

6. ควันพิษแพร่ลงสู่ระดับคน

ก่อนที่ฝ้าจะพังทั้งหมด ควันและก๊าซจากเหนือฝ้าอาจรั่วลงมาตามรอยต่อ ช่องโคมไฟ ช่องลำโพง ช่องเดินสาย และระบบปรับอากาศ เมื่อฝ้าเปิดหรือแตก ควันปริมาณมากจึงแพร่ลงมาปกคลุมโถงอย่างรวดเร็ว การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของวัสดุที่มีคาร์บอนสามารถสร้างคาร์บอนมอนอกไซด์ ส่วนวัสดุที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ เช่น โฟมพอลิยูรีเทนบางชนิด อาจสร้างไฮโดรเจนไซยาไนด์ร่วมด้วย ก๊าซทั้งสองชนิดมีผลทำให้ร่างกายไม่สามารถรับและใช้ออกซิเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถทำให้สับสน อ่อนแรง หรือหมดสติได้อย่างรวดเร็ว [3]
ดังนั้น ความสูญเสียที่เกิดขึ้นอย่างมากมาย จึงไม่ได้มีสาเหตุเปลวไฟเท่านั้น แต่เกิดจากควันหนาทึบ การสูญเสียทัศนวิสัย และพิษจากก๊าซ ทำให้หลายคนหมดความสามารถในการอพยพ อย่างไรก็ตาม สมควรที่จะมีการชันสูตรทางพิษวิทยาว่า ผู้เสียชีวิตรายใดเสียชีวิตจาก CO, HCN หรือสาเหตุอื่น

วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย

==============================
หมายเหตุ ทำไมผมจึงไม่ได้ให้น้ำหนักกับ Flashover
==============================

Flashover เป็นปรากฏการณ์ที่เพลิงไหม้ภายในห้องพัฒนาไปสู่จุดที่เชื้อเพลิงทั้งหมดภายในห้อง ลุกติดไฟพร้อมกันเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านความร้อนและการแผ่รังสีของก๊าซร้อน ต่อพื้นผิวเชื้อเพลิงภายในห้องทึบ (Compartment) จนทำให้วัสดุทั่วทั้งห้องเกิด Pyrolysis และติดไฟเกือบพร้อมๆกัน ทั้งห้องทึบจึงถูกไฟครอบคลุมทั้งหมดภายในเวลาอันสั้น [4] ในเชิงวิศวกรรมอัคคีภัย Flashover ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ห้องทั้งห้องเข้าสู่สภาวะ Fully Developed Fire โดยทั่วไปจะสัมพันธ์กับอุณหภูมิชั้นก๊าซร้อนประมาณ 500–600°C และฟลักซ์ความร้อนที่ระดับพื้นประมาณ 20 kW/m² ตามงานวิจัยของ NIST ด้วยนิยามดังกล่าว หากเกิด Flashover ครอบคลุมทั้งโถงจริง เราควรคาดว่าจะพบหลักฐานเชิงประจักษ์หลายประการ เช่น

• เชื้อเพลิงที่เปิดรับอยู่ทั่วทั้งโถงลุกไหม้เกือบพร้อมกัน

• เปลวไฟครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของห้อง

• ความเสียหายจากความร้อนกระจายอย่างค่อนข้างสม่ำเสมอทั่วพื้นที่

• ผู้ที่ยังอยู่ในระดับพื้นแทบไม่มีโอกาสเคลื่อนที่หรือหลบหนีได้ ทุกชีวิตน่าจะต้องเสียชีวิตพร้อมๆกันทันทีเนื่องจากฟลักซ์ความร้อนสูงมาก

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่ปรากฏในปัจจุบัน ผมยังไม่เห็นหลักฐานที่สนับสนุนว่าโถงด้านล่างทั้งโถงเข้าสู่ภาวะดังกล่าว โดยมีข้อสังเกตสำคัญดังนี้

ประการแรก ในคลิปก่อนเกิดลำไฟขนาดใหญ่ ยังเห็นผู้คนสามารถเคลื่อนที่อยู่ในระดับพื้นของโถงได้ แสดงว่าอย่างน้อยในช่วงเวลานั้น สภาพแวดล้อมบริเวณระดับพื้นยังไม่น่าจะมีฟลักซ์ความร้อนสูงถึงระดับที่มักพบหลังเกิด Flashover ครอบคลุมทั้งห้อง

ประการที่สอง ภาพหลังเหตุเพลิงไหม้แสดงให้เห็นว่า โต๊ะ เก้าอี้ และสิ่งของจำนวนมากภายในโถงยังคงรูปอยู่ แม้จะมีร่องรอยความเสียหายจากไฟ แต่ไม่ปรากฏลักษณะของการลุกไหม้อย่างรุนแรงและค่อนข้างสม่ำเสมอทั่วทั้งพื้นที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่มักพบหลังเกิด Flashover เต็มห้อง

ประการที่สาม ลักษณะของลำไฟที่พุ่งออกจากประตูหลักเกิดเฉพาะบริเวณ ส่วนบนของช่องเปิด ขณะที่ส่วนล่างยังเป็นช่องทางให้อากาศใหม่ไหลเข้าสู่อาคารอย่างต่อเนื่อง ลักษณะดังกล่าวสอดคล้องกับ Bidirectional Flow Path ซึ่งเป็นพฤติกรรมของไฟที่ถูกควบคุมด้วยการระบายอากาศ (Ventilation-controlled Fire) มากกว่าจะเป็นหลักฐานยืนยันว่าโถงทั้งห้องได้เข้าสู่ Flashover แล้ว

ดังนั้น ผมจึงเห็นว่า ไม่มีหลักฐานอันใดที่จะสนับสนุนสมมติฐานว่าเกิด Flashover ครอบคลุมทั้งโถงด้านล่าง

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย ราชบัณฑิต

เอกสารอ้างอิง
[1]: https://nvlpubs.nist.gov/.../Technica.../NIST.TN.2183.pdf... "Reduced-Scale Compartment Gaseous Fuels Backdraft ..."
[2]: https://fsri.org/.../impact-ventilation-fire-behavior... "Examine the Fire Behavior in Contemporary Residential ..."
[3]: https://nvlpubs.nist.gov/nist.../Legacy/IR/nistir4441.pdf... "reduction of hydrogen cyanide concentrations and acute"
[4]: https://www.nist.gov/.../firegov-fire.../fire-dynamics... "Fire Dynamics | NIST""

หลังจากที่โพสต์ของ ศ.กิตติคุณ ดร.วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียล ทำเอาชาวเน็ตเข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็น เช่น

"วิศวกรเราจะช่วยกัน อธิบาย ไม่ให้ตำรวจ สรุปง่ายๆว่า สาเหตุเพลิงไหม้ เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เป็นอุบัติเหตุอย่างทุกครั้งเมื่อเกิดเพลิงไหม้ ได้ด้วยวิธีใดได้บ้าง ครับอาจารย์"

"สาเหตุ ไฟติดขึ้นมา พอสันนิฐานได้หรือไม่ครับ เกิดจากอะไร?"

"ใต้ฝ้า มี  อุบัติประกายไฟ มีหลายสาเหตุ:- สาเหตุที่เจอบ่อย ไปจนถึง น้อย #ต้องสอบถามจากผู้ควบคุมงาน #งานไฟ หรือผู้รู้ ซึ่งจะทราบข้อมูลเบื้องต้น .. ..... แต่เมื่อเกิดเพลิง มันหลอมป่นหมด ก็พิสูจน์ ยากละค่ะ !!  [????] ท้ายสุดสรุปลัดวงจร กันเพ"

"อิอิ"

วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย

วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย

วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย

วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย

วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย

วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย

วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Worsak KN

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top