วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
วันนี้ 15 กรกฎาษคม 2569 ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย เป็นวิศวกรโครงสร้างชาวไทยที่มีชื่อเสียงในระดับสากล ปัจจุบันดำรงตำแหน่งราชบัณฑิต และผู้อำนวยการบริหารสถาบันนวัตกรรมปัญญาชีพ (AITSPIN) ท่านได้รับการยอมรับอย่างสูงในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้างและกลศาสตร์เชิงคำนวณ โพสต์ข้อความร่ายยาวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งข้อสันนิษฐานภาพรวมเกี่ยวกับกลไกการเกิดเพลิงไหม้ ณ โรงเบียร์ลาดพร้าว โดยเชื่อมโยงหลักฐานเชิงประจักษ์เข้ากับทฤษฎีพลศาสตร์ของไฟ ซึ่งมีข้อความทั้งหมดว่า "สันนิษฐานสุดท้าย: กลไกเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว (บทความยาว)
15 กรกฎาคม 2569
หลังจากติดตามข่าวสาร ภาพและคลิปเหตุการณ์ ตลอดจนผลการตรวจสอบภายในฝ้าเพดาน (เครดิตทีมวิศวกรป้องกันอัคคีภัยของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ กับกองพิสูจน์หลักฐาน) ซึ่งได้ช่วยยืนยันข้อสันนิษฐานเบื้องต้นของผมเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของไฟที่เกิดในช่องว่างเหนือฝ้า ดังนั้น ผมจึงขอสรุปข้อสันนิษฐานเป็นภาพรวม โดยการเชื่อมโยงหลักฐานเชิงประจักษ์ เข้ากับทฤษฎีพลศาสตร์ของไฟ เผื่อจะใช้เป็นกรอบสำหรับการตรวจสอบของผู้เกี่ยวข้องต่อไป
.jpg)
===========
หลักฐานที่สำคัญ
==========
1. ระบบไฟฟ้าและสายไฟจำนวนหนึ่งอยู่ภายในช่องเหนือฝ้าบริเวณเวที
2. ก่อนเกิดเพลิงไหม้มีรายงานเรื่องไฟฟ้าตก ไฟดับ และกลิ่นผิดปกติจากบริเวณฝ้า
3. การตรวจสอบพบแนวโน้มว่าไฟลุกลามอยู่ภายในช่องเหนือฝ้าก่อน
4. แผ่นฝ้ายิปซัมแตกในลักษณะคล้ายกันหลายจุด ก่อนที่ไฟจะทะลุลงสู่พื้นที่ด้านล่าง
5. หลังเกิดเหตุ ยังพบโต๊ะและเก้าอี้จำนวนมากในโถงด้านล่างยังคงรูป และไม่มีรอยไหม้จากเปลวไฟ
6. ในระหว่างเกิดไฟลุกแล้ว คนที่ติดในอาคารยังสามารถเคลื่อนที่เพื่อหาทางรอดอยู่
7. ลำไฟพุ่งออกทางประตูด้านหน้าที่ถูกคนอพยพไฟเปิดอ้าทิ้งไว้ มีลักษณะเหมือนมังกรพ่นไฟ ส่วนบนเป็นลำไฟที่ต่อเนื่อง ขณะที่ส่วนล่างยังเป็นช่องว่างให้อากาศภายนอกไหลเข้าอยู่
หลักฐานเหล่านี้ทำให้ผมให้น้ำหนักกับสมมติฐานว่า กระบวนการสำคัญของการจุดติดไฟ เกิดในช่องว่างเหนือฝ้า ไม่ได้เริ่มจากการลุกไหม้พร้อมกันทั่วทั้งโถงด้านล่างแบบ Flashover (ด้วยเหตุผลที่ผมให้ไว้ด้านล่าง)
=====================
ลำดับเหตุการณ์ที่ผมสันนิษฐาน
=====================
.jpg)
1. การจุดติดไฟเหนือฝ้า
การเกิดไฟต้องมีองค์ประกอบสามประการอยู่ร่วมกัน ได้แก่ แหล่งความร้อน ออกซิเจน และเชื้อเพลิง แหล่งความร้อนตามที่ได้รับรายงานคือ การอาร์กหรือประกายไฟ ที่เกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้า ส่วนเชื้อเพลิงได้แก่วัสดุที่อยู่ช่องเหนือฝ้าบริเวณลานเวที ซึ่งอาจประกอบด้วยฉนวนสายไฟ วัสดุหุ้มงานระบบ โฟม วัสดุซับเสียง หรือวัสดุสังเคราะห์อื่นๆ ทั้งนี้ ต้องรอผลตรวจยืนยันชนิดของวัสดุและจุดกำเนิดไฟอย่างเป็นทางการ
2. ไฟลุกซ่อนอยู่ในช่องเหนือฝ้าที่มีอากาศจำกัด (โดยผู้คนด้านล่างไม่ระแคะระคาย เนื่องจากเสียงดนตรี แม้บางคนจะได้กลิ่น)
เมื่อไฟลุกอยู่ในช่องเหนือฝ้าซึ่งมีปริมาตรจำกัดและระบายอากาศไม่ดี ออกซิเจนจะถูกใช้ไปเรื่อย ๆ จนการเผาไหม้เข้าสู่สภาวะ Ventilation-limited เปลวไฟอาจอ่อนกำลังจนดับหรือคุกรุ่นลง เพราะขาดออกซิเจน แต่วัสดุยังคงมีอุณหภูมิสูงจัดและเกิดกระบวนการ Pyrolysis หรือการสลายตัวด้วยความร้อนโดยปราศจากเปลวเพลิง ปล่อยไอและก๊าซเชื้อเพลิงออกมาอย่างต่อเนื่อง เหนือฝ้าจึงมีส่วนผสมของก๊าซเชื้อเพลิง ผลิตภัณฑ์จากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ควัน เขม่า และก๊าซพิษล่องลอยสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก
3. เกิดช่องเปิดและมีอากาศใหม่ไหลเข้า
เมื่อแผ่นฝ้าแตกร้าว หลุด หรือเกิดช่องทางใหม่ระหว่างโถงด้านล่างกับช่องเหนือฝ้า อากาศที่มีออกซิเจนจากโถงอาจไหลเข้าสู่พื้นที่เหนือฝ้า
• กรณีที่ 1 หากขณะนั้นช่องเหนือฝ้าอยู่ในสภาวะร้อน ขาดออกซิเจน และมีก๊าซเชื้อเพลิงสะสม การนำอากาศใหม่เข้าไปอย่างรวดเร็วอาจทำให้ก๊าซเหล่านั้นลุกไหม้แบบ Deflagration และเกิดแรงดันเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน ซึ่งเป็นกลไกของ Backdraft ตามนิยามทางวิศวกรรมอัคคีภัยของ NIST [1]
• กรณีที่ 2 หากก๊าซเชื้อเพลิงเหนือฝ้าได้ผสมกับอากาศจนอยู่ในช่วงที่ติดไฟได้อยู่ก่อนแล้ว และต่อมาถูกจุดติดโดยเปลวไฟหรือพื้นผิวร้อน เหตุการณ์จะจัดเป็น Fire Gas Ignition หรือ Smoke Explosion มากกว่า Backdraft
ดังนั้น ข้อเท็จจริงที่ต้องพิสูจน์ต่อไปคือ ฝ้าแตกเป็นช่องเปิด ก่อนหรือหลังการปะทุ และมีอากาศใหม่ไหลเข้าไปก่อนการลุกติดไฟอย่างรวดเร็วหรือไม่
4. แรงดันและความร้อนทำให้ไฟทะลุลงสู่โถง
การลุกติดไฟอย่างรวดเร็วของก๊าซเหนือฝ้าอาจทำให้แรงดันและอุณหภูมิเพิ่มขึ้น จนแผ่นฝ้ายิปซัมแตกหรือหลุดหลายจุด เปลวไฟ ก๊าซร้อน และเศษวัสดุที่กำลังลุกไหม้จึงทะลุลงมายังพื้นที่ด้านล่าง เปลวไฟและรังสีความร้อนจึงลามจุดติดวัสดุตกแต่ง วัสดุซับเสียง และวัสดุสังเคราะห์ใต้ฝ้า จึงทำให้ไฟลุกลามต่อเนื่องอย่างรวดเร็วไปทั่วบริเวณ
5. ลำไฟพุ่งออกทางประตูหลัก
เมื่อผู้อพยพเริ่มเปิดประตูหน้าค้างไว้ ลำไฟและควันร้อนที่เกิดจากการประทุ ก็จะวิ่งสวนทิศทางที่ออกซิเจนไหลเจ้ามา ลำไฟจะสสิ่งออกทางส่วนบนของประตูหลัก ขณะที่ส่วนล่างยังเปิดให้อากาศภายนอกไหลเข้าสู่อาคาร ลักษณะนี้สอดคล้องกับ Bidirectional Flow Path คือ อากาศเย็นและมีความหนาแน่นมากกว่าไหลเข้าด้านล่างเพื่อป้อนการเผาไหม้ ขณะที่ก๊าซร้อนและก๊าซเชื้อเพลิงไหลออกด้านบน เมื่อก๊าซที่ยังเผาไหม้ไม่หมดออกมาผสมกับอากาศภายนอก จึงเกิดการเผาไหม้ต่อเนื่องเป็นลำไฟยาวและแหงนขึ้นตามแรงลอยตัว
ลำไฟที่เห็นในช่วงนี้เรียกว่า Venting Flames หรือ External Flaming ซึ่งอาจเกิดตามหลัง Backdraft หรือ FGI อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ จึงไม่ควรนำ Venting Flames มาใช้เพื่อปฏิเสธ Backdraft เพราะ Venting Flames บรรยายสิ่งที่มองเห็น ส่วน Backdraft อธิบายกลไกก่อนการปะทุ ไฟที่ถูกจำกัดด้วยปริมาณอากาศสามารถเผาไหม้รุนแรงบริเวณช่องเปิด ซึ่งเป็นจุดที่ก๊าซเชื้อเพลิงได้รับออกซิเจนเพิ่มเติมได้ [2]
6. ควันพิษแพร่ลงสู่ระดับคน
ก่อนที่ฝ้าจะพังทั้งหมด ควันและก๊าซจากเหนือฝ้าอาจรั่วลงมาตามรอยต่อ ช่องโคมไฟ ช่องลำโพง ช่องเดินสาย และระบบปรับอากาศ เมื่อฝ้าเปิดหรือแตก ควันปริมาณมากจึงแพร่ลงมาปกคลุมโถงอย่างรวดเร็ว การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของวัสดุที่มีคาร์บอนสามารถสร้างคาร์บอนมอนอกไซด์ ส่วนวัสดุที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ เช่น โฟมพอลิยูรีเทนบางชนิด อาจสร้างไฮโดรเจนไซยาไนด์ร่วมด้วย ก๊าซทั้งสองชนิดมีผลทำให้ร่างกายไม่สามารถรับและใช้ออกซิเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถทำให้สับสน อ่อนแรง หรือหมดสติได้อย่างรวดเร็ว [3]
ดังนั้น ความสูญเสียที่เกิดขึ้นอย่างมากมาย จึงไม่ได้มีสาเหตุเปลวไฟเท่านั้น แต่เกิดจากควันหนาทึบ การสูญเสียทัศนวิสัย และพิษจากก๊าซ ทำให้หลายคนหมดความสามารถในการอพยพ อย่างไรก็ตาม สมควรที่จะมีการชันสูตรทางพิษวิทยาว่า ผู้เสียชีวิตรายใดเสียชีวิตจาก CO, HCN หรือสาเหตุอื่น
.jpg)
==============================
หมายเหตุ ทำไมผมจึงไม่ได้ให้น้ำหนักกับ Flashover
==============================
Flashover เป็นปรากฏการณ์ที่เพลิงไหม้ภายในห้องพัฒนาไปสู่จุดที่เชื้อเพลิงทั้งหมดภายในห้อง ลุกติดไฟพร้อมกันเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านความร้อนและการแผ่รังสีของก๊าซร้อน ต่อพื้นผิวเชื้อเพลิงภายในห้องทึบ (Compartment) จนทำให้วัสดุทั่วทั้งห้องเกิด Pyrolysis และติดไฟเกือบพร้อมๆกัน ทั้งห้องทึบจึงถูกไฟครอบคลุมทั้งหมดภายในเวลาอันสั้น [4] ในเชิงวิศวกรรมอัคคีภัย Flashover ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ห้องทั้งห้องเข้าสู่สภาวะ Fully Developed Fire โดยทั่วไปจะสัมพันธ์กับอุณหภูมิชั้นก๊าซร้อนประมาณ 500–600°C และฟลักซ์ความร้อนที่ระดับพื้นประมาณ 20 kW/m² ตามงานวิจัยของ NIST ด้วยนิยามดังกล่าว หากเกิด Flashover ครอบคลุมทั้งโถงจริง เราควรคาดว่าจะพบหลักฐานเชิงประจักษ์หลายประการ เช่น
• เชื้อเพลิงที่เปิดรับอยู่ทั่วทั้งโถงลุกไหม้เกือบพร้อมกัน
• เปลวไฟครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของห้อง
• ความเสียหายจากความร้อนกระจายอย่างค่อนข้างสม่ำเสมอทั่วพื้นที่
• ผู้ที่ยังอยู่ในระดับพื้นแทบไม่มีโอกาสเคลื่อนที่หรือหลบหนีได้ ทุกชีวิตน่าจะต้องเสียชีวิตพร้อมๆกันทันทีเนื่องจากฟลักซ์ความร้อนสูงมาก
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่ปรากฏในปัจจุบัน ผมยังไม่เห็นหลักฐานที่สนับสนุนว่าโถงด้านล่างทั้งโถงเข้าสู่ภาวะดังกล่าว โดยมีข้อสังเกตสำคัญดังนี้
ประการแรก ในคลิปก่อนเกิดลำไฟขนาดใหญ่ ยังเห็นผู้คนสามารถเคลื่อนที่อยู่ในระดับพื้นของโถงได้ แสดงว่าอย่างน้อยในช่วงเวลานั้น สภาพแวดล้อมบริเวณระดับพื้นยังไม่น่าจะมีฟลักซ์ความร้อนสูงถึงระดับที่มักพบหลังเกิด Flashover ครอบคลุมทั้งห้อง
ประการที่สอง ภาพหลังเหตุเพลิงไหม้แสดงให้เห็นว่า โต๊ะ เก้าอี้ และสิ่งของจำนวนมากภายในโถงยังคงรูปอยู่ แม้จะมีร่องรอยความเสียหายจากไฟ แต่ไม่ปรากฏลักษณะของการลุกไหม้อย่างรุนแรงและค่อนข้างสม่ำเสมอทั่วทั้งพื้นที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่มักพบหลังเกิด Flashover เต็มห้อง
ประการที่สาม ลักษณะของลำไฟที่พุ่งออกจากประตูหลักเกิดเฉพาะบริเวณ ส่วนบนของช่องเปิด ขณะที่ส่วนล่างยังเป็นช่องทางให้อากาศใหม่ไหลเข้าสู่อาคารอย่างต่อเนื่อง ลักษณะดังกล่าวสอดคล้องกับ Bidirectional Flow Path ซึ่งเป็นพฤติกรรมของไฟที่ถูกควบคุมด้วยการระบายอากาศ (Ventilation-controlled Fire) มากกว่าจะเป็นหลักฐานยืนยันว่าโถงทั้งห้องได้เข้าสู่ Flashover แล้ว
ดังนั้น ผมจึงเห็นว่า ไม่มีหลักฐานอันใดที่จะสนับสนุนสมมติฐานว่าเกิด Flashover ครอบคลุมทั้งโถงด้านล่าง
ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย ราชบัณฑิต
เอกสารอ้างอิง
[1]: https://nvlpubs.nist.gov/.../Technica.../NIST.TN.2183.pdf... "Reduced-Scale Compartment Gaseous Fuels Backdraft ..."
[2]: https://fsri.org/.../impact-ventilation-fire-behavior... "Examine the Fire Behavior in Contemporary Residential ..."
[3]: https://nvlpubs.nist.gov/nist.../Legacy/IR/nistir4441.pdf... "reduction of hydrogen cyanide concentrations and acute"
[4]: https://www.nist.gov/.../firegov-fire.../fire-dynamics... "Fire Dynamics | NIST""
หลังจากที่โพสต์ของ ศ.กิตติคุณ ดร.วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียล ทำเอาชาวเน็ตเข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็น เช่น
"วิศวกรเราจะช่วยกัน อธิบาย ไม่ให้ตำรวจ สรุปง่ายๆว่า สาเหตุเพลิงไหม้ เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เป็นอุบัติเหตุอย่างทุกครั้งเมื่อเกิดเพลิงไหม้ ได้ด้วยวิธีใดได้บ้าง ครับอาจารย์"
"สาเหตุ ไฟติดขึ้นมา พอสันนิฐานได้หรือไม่ครับ เกิดจากอะไร?"
"ใต้ฝ้า มี อุบัติประกายไฟ มีหลายสาเหตุ:- สาเหตุที่เจอบ่อย ไปจนถึง น้อย #ต้องสอบถามจากผู้ควบคุมงาน #งานไฟ หรือผู้รู้ ซึ่งจะทราบข้อมูลเบื้องต้น .. ..... แต่เมื่อเกิดเพลิง มันหลอมป่นหมด ก็พิสูจน์ ยากละค่ะ !! [????] ท้ายสุดสรุปลัดวงจร กันเพ"
"อิอิ"
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Worsak KN
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี