วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ถ้าจะพูดถึงความขลังและความลี้ลับของป่าปักษ์ใต้บ้านเรา อีกหนึ่งจุดที่คนเฒ่าคนแก่บอกว่า "น่ากลัว" จนขนหัวลุก... ต้องยกให้ผืนป่าดิบชื้นบนเทือกเขาบรรทัด แถบ "เขาปู่-เขาย่า" รอยต่อระหว่างพัทลุงและตรังครับ ป่าแถบนี้มันทั้งดิบ ทั้งชื้น และที่สำคัญ... มันมีตำนานที่พรานรุ่นปู่ย่าตายายสั่งกำชับลูกหลานนักหนาว่า "ถ้าวิชาอาคมไม่แก่กล้าจริงๆ อย่าริอาจไปนอนค้างคืน" เพราะที่นี่คือถิ่นอาศัยของ "สมิงพราน"
.png)
เสือสมิงแห่งเทือกเขาบรรทัดเนี่ย แตกต่างจากเสือสมิงทั่วไปนะ เพราะมันไม่ได้เริ่มจากสัตว์ร้ายที่กินคนจนกลายเป็นสมิง แต่มันเริ่มมาจาก "คน" นี่แหละครับ คือเป็นพรานป่าที่เก่งกล้าวิชาอาคม สายเหนียว สายเวทมนตร์ แต่ดันไปทำ "ผิดครู" ละเมิดข้อห้ามของครูหมอพราน หรือเผลอไปกินเนื้อสัตว์ต้องห้ามกลางป่า จนอาถรรพ์ย้อนกลับเข้าตัว กลายร่างเป็นเสือร้ายไปตลอดกาล!
.png)
ความน่ากลัวของสมิงพรานเมืองใต้ คือมันมีความฉลาดและจิตวิทยาแบบมนุษย์ เรื่องเล่าที่โด่งดังและชวนขวัญผวาที่สุดคือ "สมิงกินคนในหนำ"
ลองนึกภาพตามนะครับ... กลางดึกสงัดท่ามกลางฝนตกชุกพร่ำๆ ลมป่าพัดแรงจนใบไม้ไหวระรัวในความมืด บน "หนำ" หรือกระท่อมไม้ไผ่หลังเล็กๆ ที่พรานใช้ซุกหัวนอน จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าหนักๆ เดินวนเวียนอยู่รอบหนำ ก่อนจะมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น... ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...

พรานที่นอนอยู่ข้างใน จะได้ยินเสียงที่คุ้นเคยที่สุดในชีวิต อาจจะเป็นเสียงเมียที่บ้าน เสียงลูกสาวที่รัก หรือเสียงเพื่อนพรานที่แยกกันไปล่าสัตว์ตอนกลางวัน มายืนเรียกชื่อเราชัดถ้อยชัดคำท่ามกลางเสียงสายฝนว่า... "เปิดประตูให้หน่อย หนาวจะตายอยู่แล้ว... เปิดให้เข้าไปที..."
แต่จำไว้นะครับ! คนโบราณเขาจะตบกบาลเตือนสติทันทีว่า "ห้ามขานรับ และห้ามเปิดประตูเด็ดขาด!" เพราะในป่าลึกขนาดนั้น ไม่มีทางที่คนที่บ้านจะเดินเท้ามาหาคุณได้ และที่น่ากลัวกว่านั้นคือ บางครั้งมันไม่ได้มาแค่เสียง แต่เสือสมิงมันจะพยายามแหย่เล็บแหลมคมเข้ามาตามร่องไม้ไผ่สับฟากของหนำ เพื่อเกี่ยวเนื้อขย้ำคุณไปเป็นอาหาร!

ด้วยความกลัวในวิชาจำแลงและเลียนเสียงของสมิงพรานนี่แหละครับ ทำให้พรานป่าแถบเทือกเขาบรรทัดรุ่นเก่าๆ เขามี "กฎเหล็ก" เวลาเข้าป่า คือ "ห้ามเรียกชื่อจริงกันเด็ดขาด"
เมื่อตะวันลับขอบฟ้า พวกเขาจะไม่ใช้เสียงมนุษย์คุยกันในความมืด แต่จะใช้ "การเป่าใบไม้" หรือใช้ "เสียงสัญญาณนก" แทนรหัสลับ เช่น ถ้านกชนิดนี้ร้องสองครั้ง แปลว่าปลอดภัย ถ้าร้องสั้นๆ แปลว่ามีภัยมาถึงตัว หากมีใครมาเรียกชื่อด้วยเสียงคนกลางป่าลึก พรานป่าทุกคนจะรู้ทันทีว่านั่นคือ "ตัวปลอม" มันคือกุศโลบายและภูมิปัญญาการเอาตัวรอดที่ตกทอดกันมาเพื่อไม่ให้ "เสียรู้" ต่ออาถรรพ์ของสมิงพราน

ทุกวันนี้ ป่าเขาปู่-เขาย่า และเทือกเขาบรรทัดอาจจะดูสงบและกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเดินป่าไปแล้ว แต่เรื่องเล่าของสมิงพรานผู้ผิดครูก็ยังคงเป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีครับ ว่าความโลภและการประมาทในสิ่งลี้ลับนั้นน่ากลัวเพียงใด
ถ้าวันหนึ่งคุณมีโอกาสไปเยือน หรือต้องไปนอนค้างอ้างแรมกลางป่าเทือกเขาบรรทัด แล้วเกิดได้ยินเสียงคนที่คุณรักที่สุด มายืนเรียกชื่อคุณเบาๆ ท่ามกลางเสียงลมพัดและสายฝน... จงนิ่งไว้ ตั้งสติให้มั่น อุดหูเอาไว้ แล้วถามตัวเองดีๆ ว่า คนๆ นั้นจะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? เพราะบางที... สิ่งที่รออยู่หลังประตูหนำไม้ไผ่หลังนั้น อาจจะไม่ใช่คนที่คุณรัก แต่มันคือ "พรานอาถรรพ์" ในร่างเสือร้ายที่กำลังแยกเขี้ยวรอขย้ำคุณอยู่ต่างหาก!
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี