543.jpg
อาจารย์หนวด มาแล้ว! กางปีกป้อง เป๋า iLaw อัดผู้มีอำนาจเลือกฟ้องร้อง สะท้อนจิตใจที่คับแคบ

อาจารย์หนวด มาแล้ว! กางปีกป้อง เป๋า iLaw อัดผู้มีอำนาจเลือกฟ้องร้อง สะท้อนจิตใจที่คับแคบ

วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.44 น.

24 กรกฎาคม 2569 จากกรณีที่วานนี้ (23 ก.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการฟ้องร้อง นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือ "เป๋า ไอลอว์" ว่าจะมีการทบทวนการยื่นฟ้องหรือไม่ โดยระบุว่า "ไม่มี" ส่วนจะไปฟ้องเมื่อไหร่นั้น นายอนุทิน ระบุว่า "ได้มอบหมายให้ทนายความไปดำเนินการแล้ว แต่จะเป็นในสัปดาห์นี้หรือไม่ตนไม่ทราบ" ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า อะไรเป็นเหตุผลที่รับไม่ได้มากที่สุดในการยื่นฟ้อง นายนุทิน ระบุว่า "ให้ไปถามทนายความ" (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ลุยฟ้อง ยิ่งชีพ ไอลอว์ อนุทิน ลั่นไม่ทบทวน บอกมอบทนายแล้ว)

ล่าสุด นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต นักวิชาการด้านการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีดังกล่าวว่า "การที่ผู้มีอํานาจเลือกฟ้องร้อง แทนที่จะเป็นการชี้แจงข้อเท็จจริง สะท้อนให้เห็นถึง จิตใจที่คับแคบ และไม่กล้าเผชิญหน้ากับการตรวจสอบ"


ขณะที่ก่อนหน้านี้ นายพิชาย ได้โพสต์ข้อความด้วยว่า #เมื่อคำถามต่ออำนาจถูกตอบด้วยคดี

ในระบอบประชาธิปไตย ผู้มีอำนาจย่อมต้องอดทนต่อคำถามมากกว่าประชาชนทั่วไป เพราะตำแหน่งสาธารณะมิได้มอบเพียงเกียรติยศ หากมอบภาระในการชี้แจงและยอมรับการตรวจสอบด้วย

กรณีนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ รวบรวมข้อมูลและคำให้การเกี่ยวกับบุคคลสำคัญในรัฐบาล แล้วขอให้ฝ่ายค้านตรวจสอบผ่านกลไกรัฐสภา จึงควรได้รับคำตอบด้วยข้อมูล หลักฐาน และเหตุผล

แต่สิ่งที่สังคมได้รับกลับเป็นการประกาศเดินหน้าฟ้อง พร้อมถ้อยคำว่าได้มอบหมายให้ทนายความดำเนินการแล้ว

ท่าทีเช่นนี้ทำให้คำถามสาธารณะถูกผลักออกจากพื้นที่การเมือง ไปสู่ห้องพิจารณาคดี

ผู้มีอำนาจซึ่งควรเป็นฝ่ายชี้แจงกลับกลายเป็นผู้เสียหาย ส่วนประชาชนผู้เรียกร้องการตรวจสอบกลับต้องพิสูจน์สิทธิในการพูดของตนเอง

นี่คือการสลับบทบาทอย่างแนบเนียน อำนาจไม่จำเป็นต้องตอบคำถาม เพียงเปลี่ยนผู้ถามให้กลายเป็นจำเลย

นายอนุทินมีสิทธิปกป้องชื่อเสียง และพรรคภูมิใจไทยย่อมมีสิทธิใช้กระบวนการกฎหมาย หากเห็นว่ามีข้อความเป็นเท็จ แต่สิทธิทางกฎหมายมิได้ทำให้การใช้อำนาจสง่างามทางการเมือง

รัฐบาลมีทรัพยากร มีเวทีสื่อ มีบุคลากร และมีกลไกชี้แจงมากกว่าประชาชนธรรมดาอย่างเทียบกันไม่ได้ หากข้อมูลไม่จริง ทางเลือกที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือการเปิดเผยหลักฐาน หักล้างข้อกล่าวหา และยอมให้มีการตรวจสอบอย่างเต็มที่

แต่การชี้แจงมีข้อเสียสำหรับอำนาจอยู่ประการหนึ่ง คือเมื่อประชาชนได้รับคำตอบ พวกเขาอาจตั้งคำถามต่อได้

ส่วนคดีความมีคุณสมบัติอีกแบบหนึ่ง มันไม่เพียงตอบโต้ผู้พูด แต่ยังส่งสัญญาณไปยังผู้ที่กำลังคิดจะพูดว่า การตั้งคำถามมีต้นทุน

ถ้อยคำของนายภราดรที่ว่า “น้องจะฆ่าตัวเองหรือเปล่า” ยิ่งสะท้อนตรรกะของอำนาจที่พยายามผลักความรับผิดกลับไปยังผู้ถูกกระทำ ราวกับผู้ถูกฟ้องมิได้เดือดร้อนเพราะมีผู้เลือกฟ้อง แต่เดือดร้อนเพราะตนเองเลือกพูด

เมื่ออำนาจใช้ตรรกะเช่นนี้ ผู้ฟ้องย่อมไม่ต้องรับผิดชอบต่อผลของการฟ้อง ผู้ตั้งคำถามต่างหากที่ถูกทำให้ดูเสมือนเป็นต้นเหตุแห่งชะตากรรมของตนเอง

ยิ่งไปกว่านั้น การตั้งข้อสงสัยต่อแรงจูงใจของผู้ให้ข้อมูล ไม่อาจแทนที่การตรวจสอบเนื้อหาของข้อมูลได้

ผู้สมัครวุฒิสภาที่ผิดหวังอาจมีผลประโยชน์ แต่ก็อาจพูดความจริงได้ ฝ่ายค้านอาจได้ประโยชน์ทางการเมือง แต่หลักฐานก็ยังคงต้องถูกพิสูจน์ด้วยหลักฐาน

ความจริงไม่กลายเป็นเท็จเพียงเพราะผู้พูดมีแรงจูงใจ และความเท็จก็ไม่กลายเป็นจริงเพียงเพราะผู้พูดมีอำนาจ

แก่นของเรื่องนี้จึงมิใช่เพียงคดีหมิ่นประมาท หากเป็นคำถามว่า ผู้มีอำนาจต้องการให้สังคมอยู่ภายใต้มาตรฐานแบบใด

มาตรฐานที่รัฐบาลตอบข้อสงสัยด้วยข้อมูล

หรือมาตรฐานที่ประชาชนต้องเตรียมทนายความทุกครั้งก่อนตั้งคำถาม

การฟ้องอาจทำให้ผู้คนบางส่วนเงียบลงได้ แต่ไม่อาจทำให้ข้อสงสัยหมดไป

เพราะหมายเรียกสามารถพาคนไปศาลได้

แต่ไม่สามารถพาความไว้วางใจกลับคืนมา

และรัฐบาลอาจใช้กฎหมายปกป้องชื่อเสียงของตนได้ชั่วคราว

แต่ไม่มีคำฟ้องใดปิดบังเงาของอำนาจที่หวาดกลัวการตรวจสอบได้ตลอดไป

#อนุทิน #ภราดร #ยิ่งชีพ #พรรคภูมิใจไทย #ฟ้องปิดปาก

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top