วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ที่ทำเอาชาวเน็ตและคนเป็นแม่ต่างเห็นอกเห็นใจ เมื่อมีหญิงสาวรายหนึ่งนำเรื่องราวสุดช้ำมาโพสต์ขอคำปรึกษาในกลุ่ม "ทนายความ รับปรึกษากฎหมายฟรี" หลังจากที่เธอต้องเผชิญกับอดีตนายจ้างที่ไล่เธอออกและไม่ยอมจ่ายค่าจ้าง เพียงเพราะเธอจำเป็นต้องหยุดงานเพื่อพาลูกที่ป่วยไปหาหมอ
.jpg)
เธอเล่าเรื่องเหตุการณ์ว่า ลูกของเธอป่วยหนัก เธอจึงขออนุญาตลางาน แต่นายจ้างไม่อนุญาต ด้วยความจำเป็นในฐานะคนเป็นแม่ เธอจึงต้องตัดสินใจพาลูกไปหาหมอ ผลจากการหยุดงานวันนั้น ทำให้นายจ้างไล่เธอออกทันที และไม่ยอมจ่ายค่าแรงจำนวน 3,500 บาท ซึ่งเป็นเงินก้อนสำคัญที่เธอต้องใช้ประทังชีวิตและเลี้ยงดูลูก หลังจากนั้นเธอได้ไปยื่นเรื่องฟ้องกรมแรงงานด้วยตัวเองเพื่อเรียกร้องสิทธิแล้ว แต่กระบวนการนัดหมายไกล่เกลี่ยต้องใช้เวลา และกว่าจะถึงวันนัดคือเดือนหน้า

เปิดแชทหลักฐาน ขู่ฟ้องคดีอาญา-คำพูดสะเทือนใจคนเป็นแม่
จากภาพหลักฐานแชท ที่ผู้หญิงสาวนำมาโพสต์ เผยให้เห็นบทสนทนาระหว่างเธอและอดีตนายจ้าง (ระบุชื่อในแชทว่า ค. กิต) โดยมีข้อความระบุไว้ดังนี้
ค. กิต: พี่โดนห้างปรับ 2000 บาท
ค. กิต: จากการที่น้องทิ้งงานไม่เปิดร้าน
ผู้โพสต์: วันนั้นลูกไม่สบายจริงๆ แต่หนูขอพี่ลาก่อนแล้ว พี่ก็น่าจะหาคนมาแทนนะ
ค. กิต: ขอลา แล้วพี่ให้ลาเหรอ ?
ค. กิต: ถ้าไม่ให้ลา ก็คือต้องมา บอกแล้วว่าแค่เป็น RSV เด็กกินยา ได้ ไม่ได้จะหยุดหายใจ มีอะไรสำคัญกว่างานอีก ?
ค. กิต: ถ้าภายในวันนี้ไม่ให้พี่ พี่จะแจ้งความเป็นคดี อาญา อยากเสียประวัติก็ตามใจ พี่ถือว่า รอมานานมากแล้ว
ผู้โพสต์: หนูก็ยังไม่ได้ค่าจ้างจากพี่เลยนะคะ
ค. กิต: ฟ้องกรมแรงงานไปแล้วนี่ สบายๆคดีแพ่ง รอพี่ไปให้การเดือนหน้า กว่าเราจะได้เงินก็อีก 2 เดือนนับไปละกัน
RSV รุนแรงแค่ไหน ทำไมคนเป็นแม่ต้องกังวล?
RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ แม้ในผู้ใหญ่อาจมีอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา แต่สำหรับ "เด็กเล็ก" (โดยเฉพาะเด็กทารก เด็กที่คลอดก่อนกำหนด หรือมีโรคประจำตัว) เชื้อสามารถลงลึกถึงปอด ก่อให้เกิดภาวะหลอดลมอักเสบ หรือปอดอักเสบรุนแรงได้
เด็กที่ติดเชื้อ RSV มักมีเสมหะเหนียวข้นจำนวนมากจนอุดกั้นทางเดินหายใจ ส่งผลให้มีอาการไอหนัก หายใจหอบเหนื่อย หายใจมีเสียงหวีด (Wheezing) และในกรณีที่รุนแรงมาก อาจนำไปสู่ภาวะระบบหายใจล้มเหลวและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ หากไม่ได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด การพาลูกไปพบแพทย์จึงเป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับคนเป็นแม่ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่อง "เด็กกินยาได้" อย่างที่นายจ้างเข้าใจ
ข้อเท็จจริงทางกฎหมาย (ความรู้เบื้องต้น)
จากความกังวลของพนักงานที่เครียดและกลัวว่าจะตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาเพราะไม่มีเงิน 2,000 บาทไปจ่ายนั้น ในความเป็นจริงตามหลักกฎหมายแรงงาน
เป็นคดีแพ่ง ไม่ใช่อาญา การที่ลูกจ้างขาดงานจนทำให้ร้านเสียรายได้หรือโดนห้างปรับ ถือเป็นเรื่องของการผิดสัญญาจ้าง ซึ่งเป็น "คดีแพ่ง" ไม่ใช่คดีอาญา (เช่น ฉ้อโกง หรือ ลักทรัพย์) นายจ้างไม่สามารถใช้การแจ้งความจับติดคุกมาข่มขู่เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายส่วนนี้ได้
ห้ามหักค่าจ้างพลการ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน นายจ้าง ไม่มีสิทธิ หักค่าจ้างของลูกจ้างเพื่อนำไปชดเชยค่าเสียหายจากการขาดงาน เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามกฎหมายซึ่งต้องมีการยินยอมหรือพิสูจน์ความเสียหายกันชัดเจน นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างตามจำนวนวันที่ลูกจ้างได้ทำงานไปแล้วจริง
สิทธิการลางาน ลูกจ้างมีสิทธิขอลากิจเพื่อกิจธุระอันจำเป็น (เช่น ดูแลบุตรที่ป่วย) ตามที่กฎหมายกำหนด
ตอนนี้ชาวเน็ตและผู้มีความรู้ทางกฎหมายต่างเข้าไปให้กำลังใจคุณแม่ท่านนี้เป็นจำนวนมาก โดยแนะนำให้เธออย่าเพิ่งตื่นตระหนกกับคำขู่เรื่องคดีอาญา และให้นำแชทไปใช้เป็นหลักฐานมอบให้พนักงานตรวจแรงงาน เพื่อประกอบการพิจารณาเอาผิดนายจ้างที่ไม่ยอมจ่ายค่าแรงต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี