533.jpg
เตือนภัย! ซื้อมือถือหลักพัน จู่ๆ เป็นหนี้หลักหมื่นไม่รู้ตัว

เตือนภัย! ซื้อมือถือหลักพัน จู่ๆ เป็นหนี้หลักหมื่นไม่รู้ตัว

วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 11.23 น.

ปัจจุบันมิจฉาชีพมาในหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะแฝงตัวมาในคราบของพนักงานให้บริการที่ดูน่าเชื่อถือ ล่าสุดเกิดกรณีที่ผู้เสียหายรายหนึ่งไปหาซื้อโทรศัพท์มือถือราคาประหยัด แต่กลับถูกพนักงานขายแอบนำข้อมูลส่วนตัวและใบหน้าไปสวมรอยทำสัญญากู้ซื้อสมาร์ตโฟนรุ่นท็อป จนกลายเป็นหนี้หลักหมื่นและติดเครดิตบูโรโดยไม่รู้ตัว เรื่องนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับทุกคนที่ต้องมอบบัตรประชาชนหรือสแกนใบหน้าในการทำธุรกรรมต่างๆ

 


 

จุดเริ่มต้น พบความผิดปกติเมื่อขอสินเชื่อ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้เสียหาย (คุณพ่อ) ต้องการขอสินเชื่อเพื่อซื้อรถจักรยานยนต์ให้น้องชาย แต่กลับถูกปฏิเสธจากบริษัทไฟแนนซ์ถึง 2 แห่ง โดยได้รับแจ้งเหตุผลว่ามีประวัติ "ติดแบล็คลิสต์เครดิตบูโร" จากการค้างชำระค่างวดโทรศัพท์มือถือ ซึ่งสร้างความตกใจและคาใจให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้เสียหายไม่เคยทำสัญญาผ่อนชำระดังกล่าวมาก่อน

 

การตรวจสอบ: พบหนี้ปริศนากว่า 5 หมื่นบาท

ทางครอบครัวได้ตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" และตรวจสอบรายละเอียดที่ธนาคาร พบว่ามียอดหนี้จากการผ่อนสมาร์ตโฟนรุ่น Samsung S25 Ultra ราคา 56,000 บาท ซึ่งไม่มีใครในครอบครัวใช้งาน เมื่อตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่า สัญญาเกิดขึ้นที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านพระราม 3 ซึ่งตรงกับสถานที่ที่คุณพ่อเคยไปซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นราคาประหยัด (ประมาณ 2,000 บาท) ทางครอบครัวจึงมั่นใจว่าถูกสวมรอย และได้เข้าแจ้งความเพื่อปฏิเสธหนี้ พร้อมใช้เป็นหลักฐานขอดูกล้องวงจรปิดที่ศูนย์บริการ

 

พฤติการณ์หลอกลวง อ้างทำประกัน หลอกสแกนหน้า

จากการตรวจสอบระบบของศูนย์บริการพบข้อมูลที่ขัดแย้งกันอย่างชัดเจน โดยคุณพ่อซื้อเครื่องราคา 2,000 กว่าบาทในวันธรรมดา แต่สัญญาผ่อนเครื่องรุ่นท็อปกลับเกิดขึ้นในวันเสาร์ ซึ่งเป็นวันที่คุณพ่อเดินทางกลับต่างจังหวัดและไม่ได้อยู่ในพื้นที่ นอกจากนี้ ชื่อในใบเสร็จเครื่องรุ่นท็อปยังเป็นชื่อบุคคลอื่น แต่เลขเครื่องกลับตรงกับยอดหนี้ในเครดิตบูโรของคุณพ่อ

พนักงานที่ให้บริการในวันนั้นได้โทรศัพท์มาอ้างว่าเกิดความผิดพลาดในการกรอกข้อมูล แต่ครอบครัวไม่ปักใจเชื่อ จึงเข้าไปตรวจสอบที่ศูนย์บริการจนพบความจริงว่า พนักงานรายนี้เป็นเพียงพนักงานจ้างเหมา (Subcontract) ซึ่งใช้อุบายหลอกให้คุณพ่อ "สแกนใบหน้า" โดยอ้างว่าเพื่อทำประกันตัวเครื่อง จากนั้นจึงนำข้อมูลส่วนตัวและใบหน้าไปยื่นทำสัญญากู้ซื้อมือถือรุ่นท็อปเพื่อนำไปใช้เอง พร้อมทั้งใส่เบอร์โทรศัพท์ของตนเองในระบบ ทำให้ผู้เสียหายไม่เคยได้รับใบแจ้งหนี้เลย ที่น่าตกใจคือ พนักงานรายนี้เคยมีประวัติก่อเหตุลักษณะนี้และถูกเลิกจ้างไปแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ โดยเคสของคุณพ่อถือเป็นเหยื่อรายที่ 2 และกำลังมีเหยื่อรายที่ 3 เพิ่มเติม

 

 

ความคืบหน้าล่าสุด ปลดหนี้สำเร็จ แต่คดีอาญายังล่าช้า

หลังจากการเดินเรื่องแจ้งความและร้องเรียนไปยัง สคบ. รวมถึงศูนย์ดำรงธรรม ล่าสุดบริษัทไฟแนนซ์เข้าใจสถานการณ์และได้ดำเนินการปลดล็อกเครดิตบูโร พร้อมยกเลิกยอดหนี้ให้กับผู้เสียหายแล้ว อย่างไรก็ตาม ทางค่ายมือถือและศูนย์บริการต้นสังกัดกลับพยายามบ่ายเบี่ยงความรับผิดชอบ โดยอ้างว่าเป็นความผิดส่วนบุคคลของพนักงาน ในส่วนของคดีอาญา แม้จะผ่านมา 2 เดือนแล้วแต่ยังคงล่าช้าและอยู่ในขั้นตอนการเตรียมเรียกตัวบริษัทซับคอนแทรคมาสอบสวน ทางครอบครัวจึงต้องคอยติดตามเรื่องอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพรายนี้ลอยนวลไปก่อเหตุกับผู้อื่นได้อีก

 

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพทั้งหมดจาก Tiktok jjeerannaann

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top