533.jpg
เปิดมุมมองผู้พิพากษาศาลฎีกา กับคำถามสำคัญต่อสังคม ควรมีโทษประหารชีวิตหรือไม่?

เปิดมุมมองผู้พิพากษาศาลฎีกา กับคำถามสำคัญต่อสังคม ควรมีโทษประหารชีวิตหรือไม่?

วันจันทร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 11.08 น.

3 สิงหาคม 2569 นายวิชัย ช้างหัวหน้า ผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Wichai Changhuana ระบุว่า “ควรมีและบังคับใช้โทษประหารชีวิตหรือไม่”

ก่อนจะตอบคำถามว่า “ควรมีโทษประหารชีวิตหรือไม่” บางทีเราอาจต้องถามตัวเองก่อนว่า...
ในกระบวนการยุติธรรม เรากำลังมองเห็นใครอยู่บ้าง?
ทุกครั้งที่เกิดคดีอาชญากรรมร้ายแรง สังคมมักแบ่งออกเป็นสองฝ่าย
ฝ่ายหนึ่งเรียกร้องให้คุ้มครองสิทธิของจำเลย เพราะทุกคนย่อมมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และไม่มีใครควรถูกลงโทษเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
อีกฝ่ายหนึ่งเรียกร้องความยุติธรรมให้กับเหยื่อ ผู้สูญเสียชีวิต คนที่ต้องสูญเสียคนรัก ครอบครัวที่ไม่มีวันกลับไปเหมือนเดิม และบาดแผลทางจิตใจที่อาจติดตัวไปตลอดชีวิต


หลายครั้ง...
สังคมพูดถึงสิทธิของผู้กระทำผิดมากจนลืมถามว่า
“แล้วสิทธิของผู้เสียหายอยู่ตรงไหน?”
ความยุติธรรมที่แท้จริงจึงไม่ใช่การเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ไม่ใช่เมตตาจำเลยจนลืมเหยื่อ
และไม่ใช่โกรธแค้นจำเลยจนลืมหลักกฎหมาย
แต่คือการหาจุดสมดุลระหว่างสิทธิของผู้กระทำผิดกับความเป็นธรรมของผู้เสียหาย

หากลงโทษหนักเกินไป ก็ไม่เป็นธรรมแก่จำเลย
หากลงโทษเบาเกินไป ก็ไม่เป็นธรรมแก่เหยื่อ
หน้าที่ของศาลจึงไม่ใช่การแก้แค้นแทนสังคม
แต่คือการกำหนดโทษให้เหมาะสมกับความผิดที่เกิดขึ้น

ในทางอาชญาวิทยา การลงโทษมีวัตถุประสงค์สำคัญ 4 ประการ
1. แก้แค้นทดแทน (Retribution): เพื่อให้ผู้กระทำรับผลสาสมกับการกระทำของตน
2. ข่มขู่ยับยั้ง (Deterrence): เพื่อป้องปรามเตือนคนอื่นไม่ให้กระทำผิดตาม
3. ตัดโอกาสก่ออันตราย (Incapacitation): เพื่อปกป้องสังคมจากผู้ที่เป็นภัยร้ายแรงโดยนำตัวไปกักขังไว้ในเรือนจำ
4. แก้ไขฟื้นฟู (Rehabilitation): เพื่อให้ผู้กระทำผิดกลับมาเป็นคนดีของสังคมได้อีกครั้ง
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า
“เราสงสารผู้กระทำผิดหรือไม่”
แต่ต้องถามด้วยว่า
“ผู้เสียหายได้รับความยุติธรรมแล้วหรือยัง”

สำหรับอาชญากรรมทั่วไป การแก้ไขฟื้นฟูอาจเป็นคำตอบที่เหมาะสม
แต่สำหรับอาชญากรรมที่ร้ายแรงที่สุด เช่น การฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน การสังหารหมู่ ฆาตกรต่อเนื่อง หรือการกระทำที่โหดเหี้ยมจนสังคมไม่อาจยอมรับได้ หลายคนจึงมองว่าโทษประหารชีวิตยังมีความจำเป็น

ไม่ใช่เพราะสังคมต้องการความโหดร้าย
แต่เพราะต้องการปกป้องสังคมจากอันตรายอย่างเด็ดขาด
ต้องการสร้างความยุติธรรมแก่ผู้สูญเสีย
และต้องการส่งสัญญาณว่า
มีเส้นแบ่งบางอย่างที่มนุษย์ไม่ควรก้าวข้าม

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับโทษประหารก็มีเหตุผลที่ควรรับฟังเช่นกัน ทั้งเรื่องความผิดพลาดในกระบวนการยุติธรรม สิทธิมนุษยชน และคุณค่าของชีวิตมนุษย์
นี่จึงเป็นประเด็นที่สังคมสามารถถกเถียงกันได้อย่างสุจริต
แต่ไม่ว่าคำตอบสุดท้ายจะเป็นอย่างไร
สิ่งหนึ่งที่เราไม่ควรลืมคือ
ความยุติธรรมไม่ได้มีไว้เพื่อผู้กระทำผิดเพียงฝ่ายเดียว

เพราะในทุกคดี
นอกจากจำเลยที่ยืนอยู่ในห้องพิจารณา
ยังมีเหยื่ออีกจำนวนมาก
ที่กำลังรอคำตอบจากสังคมเช่นกัน
และบางครั้ง...
คนที่ต้องการความเมตตามากที่สุด
อาจไม่ใช่ผู้ที่ถูกพิพากษา
แต่อาจเป็นคนที่สูญเสียทุกอย่างไปแล้วจากอาชญากรรมนั้นต่างหาก!

อ.วิชัย wichai

#โทษประหารชีวิต #Success in Law

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top