วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569
วีระ เปิดใจ หลังโดนถล่มปม สิมิลัน ยกธรรมะเตือนตน ยันเดินหน้าทำหน้าที่ต่อ
เมื่อวันที่ 7 ส.ค.2569 จากกรณี นายวีระ ธีระภัทรานนท์ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 มีดรามาปมวิจารณ์บ้านพัก และบริการของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จนลามไปถึงการถกเถียงกันเรื่องที่นายวีระ และคณะเข้าพักค้างแรมบนเกาะ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ทั้งที่อุทยานฯ มีประกาศไม่อนุญาตให้พักค้างแรมทบนเกาะมาตั้งแต่ปี 2561 หรือ 8 ปีที่แล้ว
จนลุกลามไปถึงอธิบดีกรมอุทยานฯ ได้มีการสั่งสอบสวนหัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จนนายวีระ ต้องรีบออกมายอมรับ และแก้ข่าวว่า ตนไม่ได้เข้าพักที่สิมิลันเมื่อ 4 ปีที่แล้ว แต่เข้าพักเมื่อปี 2560 ก่อนอุทยานฯ มีการประกาศเมื่อปี 2561 และขออภัยเนื่องจากเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน พร้อมทั้งขอให้อธิบดีกรมอุทยานฯ สั่งยกเลิกการสอบสวนหัวหน้าอุทยานฯ เกาะสิมิลันด้วยนั้น
ล่าสุด นายวีระ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า "ที่เห็นและเป็นไป (Being and Nothingness)
ในห้วงเวลาสี่สิบแปดชั่วโมงที่ผ่านมา สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรมากกว่าที่ผมคิดเอาไว้เยอะมาก
แม้จะมีเจตนาและความต้้งใจที่ดีในการจะทำอะไรก็ตามที แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็อาจจะทำให้เกิดผลทั้งทางดีและทางร้ายได้เช่นกัน
ในกรณีของผมเมื่อย้อนกลับไปทบทวนแล้ว ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมีต้นตอมาจาก "สัญญาวิปลาส" เป็นเรื่องความทรงจำที่คลาดเคลื่อนเป็นสำคัญ
ในกรณีนี้เป็นเรื่อง "วันเวลา" เหตุเป็นเพราะผมไม่ได้ตรวจสอบให้แน่ชัดลงไป เมื่อมาเชื่อมโยงกับเรื่องอื่นก็ทำให้เกิดความผิดพลาดในการสื่อสารและส่งผลกระทบตามมาอย่างที่ทราบกัน
อันนี้ถือเป็นบทเรียนที่มีราคาแพงสำหรับผม
เรื่องเล็กก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้
แต่อดีตเราแก้ไขไม่ได้ ปัจจุบันก็แค่ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่ต้องไปกังวลกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจนเกินเหตุเกินการณ์
ในเวลาเดียวกันในโลกของข้อมูลข่าวสารซึ่งขับเคลื่อนด้วยโทสะ โลภะและโมหะ อย่างที่ผมเคยสรุปรวบยอดไปก่อนหน้านี้ เห็นได้ชัดว่าผลที่ตามมามีความเร็วและความรุนแรง ดังนั้นจึงส่งผลกระทบในวงกว้างทั้งทางดีและทางร้าย
แม้ผมจะใช้หลักปฏิสัมภิทา 4 ในเวลาสื่อสารกับคนอื่นอยู่เป็นประจำก็จริง แต่ในแง่ปุถุชน ถ้าหากประมาทในเนื้อหาสาระอันเป็นข้อเท็จจริงแล้ว ที่เรียกว่า "อรรถปฏิสัมภิทา" ซึ่งเป็นต้นทางที่สำคัญมาก ก็อาจจะมีความผิดพลาดตามมาได้
แต่ผมเป็นคนตรงไปตรงมาครับ
ถ้าทำอะไรผิดพลาดไปผมก็เสียใจ ถ้าต้องขอโทษ ถ้าต้องขออภัย ถ้าต้องทำอะไรเพื่อแก้ไข ผมก็ทำด้วยความเต็มใจไม่มีมานะทิฏฐิ
นี่คงไม่ใช่ครั้งแรกและไม่ใช่คร้้งสุดท้าย
แต่อะไรที่ทำไปแล้วเป็นผลดี
ถ้าทำได้ ผมก็จะทำต่อไป ไม่หวั่นไหวเช่นกัน
ผมแยกแยะแบบนี้แหละครับ กรรมดำก็กรรมดำ กรรมขาวก็กรรมขาว ไม่มีการหักล้างกัน เพียงแต่จะมีกรรมไหนมากกว่า สิ่งที่ปรากฏออกมาก็จะเห็นเป็นขาวมากขาวน้อย เทามากเทาน้อยและดำมากดำน้อย
เมื่อเราทำอะไรลงไป (กรรม) สิ่งที่ตามมา (วิบาก) ก็เป็นเรื่องที่ต้องรับผล (เสวย) อันนี้เวลาพูดเวลาอ่านแล้วเข้าใจง่าย แต่ภาคปฏิบัติเวลาเผชิญหน้าต้องบอกเลยครับว่ายากอยู่เหมือนกัน
แน่นอนสิ่งที่เราทำย่อมมีคนชอบ(สรรเสริญเยินยอ)มีคนชัง(นินทาว่าร้าย) อันนี้ผมรู้เท่าทันแน่นอน และมีปฏิกริยาตอบกลับเหมือนกับคนอื่นๆเวลามีคนชอบมีคนชัง
ไม่ว่าปรโตโฆสะ(เสียงจากภายนอก)นั้น จะมาจากกัลยาณมิตรหรือปาปมิตรก็ตามที
ผมก็พยายามไม่ให้ฟูจนเกินไปและไม่ให้แฟบจนเกินเหตุ
เมื่อทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไม่เข้าข้างตัวเอง ผมมั่นใจว่าสิ่งที่ผมทำในการทำหน้าที่เป็นกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายประจำปี 70 และงานอื่นที่ทำเป็นประจำ ย่อมมีทั้งสิ่งที่เป็นประโยชน์ไม่น้อย แม้จะมีท่วงทำนองที่
อาจจะไม่เหมาะสมไปบ้าง แต่ก็มีบางสิ่งที่อาจจะเป็นข้อผิดพลาดในการสื่อสารของผมเองที่กลายเป็นปัญหาขึ้นมา
แต่ก็อย่างที่ผมบอกกับตัวเองเสมอ ถ่องคาถาอย่าโอหัง อย่าประมาทอยู่เป็นประจำ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำได้ตลอดเวลาเช่นกัน
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ยิ่งต้องเน้นสองเรื่องนี้มากยิ่งขึ้นไปอีก
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นนับจากนี้ไป ผมก็ยังดำเนินชีวิตไปตามปกติ อะไรที่ต้องทำก็ทำต่อไป อะไรที่ควรทำก็ทำต่อไป อะไรที่อยากทำก็ทำต่อไป
สำหรับผม "ทุกข์เป็นเรื่องสำหรับเห็นและเรียนรู้ " ส่วน "สุขเป็นเรื่องสำหรับเป็นและเสพ "
อยากบอกความในใจแต่เพียงเท่านี้ครับ"
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี