533.jpg
'หมอเอก' ชี้ สปสช. สวมบท 'ยี่ปั๊ว' รับงบบริหารสิทธิท้องถิ่นกว่า 160 ล้าน แต่จ้างช่วงต่อเพียง 3 ล้านบาท

'หมอเอก' ชี้ สปสช. สวมบท 'ยี่ปั๊ว' รับงบบริหารสิทธิท้องถิ่นกว่า 160 ล้าน แต่จ้างช่วงต่อเพียง 3 ล้านบาท

วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 11.58 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ (หมอเอก) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสในการทำงานของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยเปรียบเปรยว่าหน่วยงานดังกล่าวอาจกำลังทำหน้าที่เสมือน "ยี่ปั๊ว" ในการบริหารจัดการสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการส่วนท้องถิ่น พร้อมตั้งคำถามถึงงบประมาณส่วนต่างจำนวนมหาศาล

ประเด็นสำคัญจากการเปิดเผยของ นพ.เอกภพ


ส่วนต่างค่าบริหารจัดการปริศนา

นพ.เอกภพ ระบุว่า สปสช. เรียกเก็บเงินค่าบริหารจัดการกลุ่มผู้ใช้สิทธิราชการส่วนท้องถิ่นปีละประมาณ 150-160 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับเอกสารบัญชีที่แสดงให้เห็นว่า สปสช. มีรายได้ที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในปี 2568 สูงถึง 165,413,828.19 บาท

 

จ้างมูลนิธิฯ บริหารด้วยงบเพียง 3 ล้าน

มีการตรวจพบเอกสารประกาศผู้ชนะการเสนอราคาว่า สปสช. ได้ว่าจ้าง "มูลนิธิวิจัยและพัฒนาการเงินการคลัง" ให้เข้ามาบริหารจัดการสวัสดิการดังกล่าวด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง ในวงเงินเพียง 3,180,000 บาท ทำให้เกิดข้อสงสัยอย่างหนักว่า งบประมาณส่วนต่างกว่า 150 ล้านบาทนั้นถูกนำไปบริหารจัดการอย่างไร

 

หนี้สินค้างจ่ายโรงพยาบาล ความซ้ำซ้อนกับกรมบัญชีกลาง

แม้ สปสช. จะได้รับงบประมาณค่าบริหารจัดการดังกล่าว แต่ นพ.เอกภพ เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีการติดหนี้โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (เฉพาะสิทธินี้) รวมเป็นมูลค่าสูงกว่า 4,700 ล้านบาท

ประเด็นที่น่าตกใจคือ มูลนิธิที่เข้ามารับงานนี้เป็นมูลนิธิในสังกัด "กรมบัญชีกลาง" แต่ในขณะเดียวกัน เอกสารงบการเงินระบุว่า กรมบัญชีกลางกลับยังต้องจ่ายเงินสนับสนุน (ค่าบริการ Clearing house) ให้กับ สปสช. อีกปีละ 8,546,512.00 บาท นพ.เอกภพ จึงตั้งคำถามถึงความจำเป็นว่า หากมูลนิธิของกรมบัญชีกลางมีศักยภาพในการบริหารสิทธิของบุคลากรท้องถิ่นกว่า 7 แสนคนได้ เหตุใดกรมบัญชีกลางจึงต้องจ่ายเงินส่วนนี้ให้ สปสช. อีก

 

การขยายอิทธิพลขององค์กร

 ในช่วงท้ายของโพสต์ นพ.เอกภพ ได้แสดงความกังวลว่าจากกรณีนี้และหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่า สปสช. ได้ขยายขอบเขตอิทธิพลไปมากกว่าแค่ตระกูล ส. และอาจกำลังขยายขอบเขตอิทธิพลครอบคลุมไปถึงหน่วยงานราชการอื่นๆ ซึ่งไปไกลกว่าแค่กลุ่มหน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุข เครือข่าย NGO สื่อมวลชน หรือนักวิชาการที่ได้รับทุน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top