533.jpg
ศิลปะแห่งการด่า เคล็ดวิชาใหม่ของ วีระ ธีรภัทร จากกัลยาณมิตร ชาติ กอบจิตติ

ศิลปะแห่งการด่า เคล็ดวิชาใหม่ของ วีระ ธีรภัทร จากกัลยาณมิตร ชาติ กอบจิตติ

วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.47 น.

9 สิงหาคม 2569 นายวีระ ธีระภัทรานนท์ (วีระ ธีรภัทร) สื่อมวลชนอาวุโส และกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ได้อัปเดตไทม์ไลน์โค้งสุดท้ายของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 ซึ่งกำลังเข้มข้นตลอดเดือนสิงหาคมนี้ ก่อนปิดท้ายด้วยเรื่องราวความประทับใจและแง่คิดจากมิตรภาพอันลึกซึ้งร่วมกับ "ชาติ กอบจิตติ นักเขียนรางวัลซีไรต์ และศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์" ผู้เป็นกัลยาณมิตรคนสำคัญ โดยเฉพาะเคล็ดวิชาชวนยิ้มอย่าง "ศิลปะแห่งการด่า ให้คนฟังหัวเราะได้" ควบคู่ไปกับธรรมะเตือนใจเรื่องการไม่จองเวรตามหลักพุทธศาสนา โดยมีรายละเอียดดังนี้

แง่คิดจากกัลยาณมิตร-ศิลปะแห่งการด่า


หัวเรื่องที่ตั้งไว้อยู่ในตอนท้ายของข้อเขียนวันนี้ 
แต่อยากให้อ่านตั้งแต่ต้นจบจะดีกว่า

เริ่มเลยนะครับ

สองสัปดาห์หน้าจะเป็นช่วงเวลาสุดท้าย ที่หน่วยงานที่มาของบประมาณไปใช้จะมาชี้แจงต่อคณะกรรมการธิการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570

เริ่มจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (2,852 แห่ง) ขอมา 219,727.378 ล้านบาท หลักๆ ก็คือ กทม. เมืองพัทยา อบจ. เทศบาลและอบต. ด้วยเหตุที่เยอะและจำนวนมากมายขนาดนี้และอยู่ต่างจังหวัดเป็นสำคัญ เลยต้องใช้วิธีเจอกันแบบออนไลน์

ใช้เวลาสองวันเต็มๆ คือ 10-11 สิงหาคม

ผมไม่ค่อยสนใจหน่วยรับงบประมาณกลุ่มนี้ เพราะฉะนั้นถ้าหากไปก็คงอยู่ไม่นาน 

จากนั้นวันที่ 13 สิงหาคมจะเป็นการพิจารณางบของกระทรวงสาธารณสุข (16 หน่วยงานกับ  2 ทุนหมุนเวียน) วงเงินที่ของบประมาณ 56,268.82 ล้านบาท

ผมกำลังอ่านเอกสารอยู่ อาจจะมีข้อเสนอแนะอะไรบ้าง แต่สำหรับกรรมาธิการคนอื่นๆ ผมเชื่อว่าคงจะพูดถึงกระทรวงนี้กันเป็นจำนวนมาก

วันที่ 14 สิงหาคมจะเป็นการพิจารณาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด (เรียกกันง่ายๆว่างบผู้ว่าฯ) วงเงิน 4,284.27 ล้านบาท 
ผมมีไอเดียสำหรับเงินก้อนนี้อยู่เหมือนกัน 

แต่จะลองฟังกรรมาธิการท่านอื่นๆเขาก่อนว่าพูดในประเด็นที่ผมอยากพูดหรือเปล่า ถ้ามีคนพูดแล้วผมก็จะไม่พูดซ้ำ

วันที่ 17 สิงหาคม เป็นการพิจารณางบของหน่วยงานของศาล (3 หน่วยงาน) วงเงิน  8,805.91 ล้านบาท, องค์กรอิสระและองค์กรอัยการ (6 หน่วยงาน 2 ทุนหมุนเวียน) วงเงิน 7,815.73 ล้านบาท
ผมคิดว่ากรรมาธิการที่มาจากพรรคการเมืองน่าจะแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง 

ส่วนผมยังไม่ได้อ่านเอกสารงบประมาณอย่างละเอียด
ตอนนี้จึงยังไม่มีประเด็นอะไร

วันที่ 18 สิงหาคม เป็นการพิจารณารวดเดียวเริ่มจาก หน่วยงานของรัฐสภา (3 หน่วยงาน 1 ทุนหมุนเวียน) วงเงิน 3,060.24 ล้านบาท  ผมให้ความสนใจกับทุนหมุนเวียน 

แต่จะยังไม่บอกว่าเป็นเรื่องอะไรตรงนี้  

จากนั้นเป็นการพิจารณาหน่วยงานอื่นของรัฐ (2 หน่วยงาน) วงเงิน 207.23 ล้านบาท ตามด้วยสภากาชาดไทย 9,723.32 ล้านบาท และงบประมาณแผนบรูณาการ (3แผน) วงเงิน 70,246.99 ล้านบาท

จบด้วยรายการสุดท้ายในวันที่ 19 สิงหาคมเป็นงบของหน่วยงานส่วนราชการในพระองค์

จากนั้นจะเป็นเรื่องภายในของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ที่จะดำเนินการให้ทุกอย่างพร้อมเพื่อให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2570 

เริ่มจากสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาวาระสองและสามในวันที่ 7-9 กันยายนใช้ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่เราคุ้นตากันเวลาการถ่ายทอดสดของโทรทัศน์รัฐสภานั่นแหละครับ

จากนั้นก็จะเป็นการพิจารณาให้ความเห็นของโดยวุฒิสภาในวันที่ 10-11 กันยายน 

ถ้าหากไม่มีอะไรผิดพลาดคลาดเคลื่อน Timeline ก็จะเป็นอย่างที่ผมบอกและเชื่อว่าพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2570 จะมีผลบังคับใช้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาในช่วงต้นเดือนตุลาคม โดยไม่มีอะไรสะดุดหยุดลงหรือล่าช้าอย่างที่เคยเป็นมาก่อนหน้านี้

ทั้งหมดเล่าสู่กันฟังสำหรับคนที่สนใจ
แต่ถ้าหากเห็นว่าอ่านแล้วปวดหัวตัวเลขเยอะแยะไปหมด ก็อ่านผ่านๆ ก็แล้วกัน

แต่ที่น่าจะอ่านง่ายก็คือเรื่องที่ผมจะเล่าให้ฟังในตอนท้ายครับ

เมื่อเย็นค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมไปทานข้าวจิบไวน์กับกัลยาณมิตรคนสำคัญคนหนึ่งโดยมีการนัดหมายกันล่วงหน้ามานานแล้ว

เรามารู้จักกันและเป็นกัลยาณมิตรซึ่งกันและกันช้าไปนิด แต่ก็มีความรู้สึกผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง

ชาติ กอบจิตติ นักเขียนคนสำคัญของบ้านเราคือกัลยาณมิตรคนสำคัญของผมครับ

เราต่างคนต่างเป็นชราชนที่กำลังขึ้นสะพานพระราม 7 และบางคนก็ขึ้นไปสะพานพระราม 7 เรียบร้อยแล้ว และกำลังเตรียมตัวขึ้นสะพานพระราม 8 ในอนาคตอันใกล้นี้

คุยกันตั้งแต่ 16.30-22.30 น. ก่อนที่ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันกลับสมรภูมิที่ตั้งอันเป็นถิ่นพำนักอาศัยของแต่ละคน 

สำหรับเพื่อนคุณชาติบอกว่า "ต้องเกื้อกูลกัน ดูแลกัน ปกป้องกันและยอมกัน" สั้นๆ แต่ต้องอธิบายขยายความกันยาว เอาไว้ว่างๆ ผมจะสาธยายในแบบคัมภีร์อรรถกถาโดยพิสดาร

ส่วนท่าทีต่อกัลยาณมิตรก็คือ "อย่าโกรธกัน ให้อภัยกัน ถ้าต้องให้ก็อย่าเสียดาย ฟังเขาพูด ส่วนเราก็คิดก่อนพูด"

อันนี้ก็ต้องอธิบายขยายความกันโดยพิสดารอีกนั่นแหละ 

แต่สุดยอดคำแนะนำของคุณชาติในค่ำคืนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาก็คือ การถ่ายทอดคัมภีร์และเคล็ดวิชา "ศิลปะแห่งการด่า" 
แบบว่าด่าแล้วให้เขาหัวเราะทั้งๆ ที่รู้ว่าเรากำลังด่าอยู่

ตอนนี้ผมกำลังฝึกคัมภีร์และเคล็ดวิชาศิลปะแห่งการด่านี้อยู่ครับ ได้ผลเป็นประการใดจะแจงความคืบหน้าให้ทราบโดยทั่วกัน

ขอจบด้วยคาถาธรรมบท

นะ หิ เวเรนะ เวรานิ
สัมมันตีธะ กุทาจะนัง
อะเวเรนะ จะ  สัมมันติ
เอสะ ธัมโม สะนันตะโน

แปลเป็นไทยแบบสั้นย่อได้ว่า

เวรย่อมไม่ระงับด้วยการจองเวร
แต่เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร
นี้เป็นธรรมเก่าแก่

วีระ ธีรภัทร
9 สิงหาคม 2569

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top