วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569
คำถาม การไถพรวนด้วยเครื่องจักรกลบ่อยๆ มีผลเสียอย่างไรครับ มีวิธีหลีกเลี่ยงการใช้ และแก้ปัญหาอย่างไร มีวิธีไถพรวนกี่แบบ และวิธีไหนดีที่สุดครับ
สิทธิ์ เสกสมบูรณ์
อ.วังทอง จ.พิษณุโลก
คำตอบ การไถพรวนดินนั้น ไม่ได้มีผลต่อความเจริญเติบโตของพืชโดยตรง แต่มีผลในทางอ้อม เช่น ทำให้ดินมีความโปร่งมากขึ้น มีการถ่ายเทอากาศดี ลดการระเหยของน้ำจากผิวหน้าดิน ช่วยกำจัดวัชพืช ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จะมีผลสนับสนุนให้พืชเจริญเติบโตได้ดีขึ้น
ผลเสียของการไถพรวนดิน แม้ว่าการไถพรวนดินจะก่อให้เกิดผลดีแก่การปลูกพืช แต่ก็มีผลเสียต่อระบบเกษตร ก็คือ ทำให้ดินในชั้นล่างๆ มีความแน่นทึบมากยิ่งขึ้น การไถดินในขณะที่แห้งเกินไป จะทำให้เป็นก้อนขนาดใหญ่ ไม่เหมาะสมต่อการปลูกพืช ถ้าไถในขณะที่ดินเปียกเกินไป จะทำลายเม็ดและโครงสร้างของดิน หากมีฝนตกหนักในเวลาต่อมา เม็ดดินจะยึดตัวแน่นเป็นแผ่นผิวดิน ทำให้เกิดผลเสียต่อการงอกและการแทงของต้นอ่อนสู่ผิวดิน ทั้งยังไปลดการถ่ายเทอากาศ และความสามารถในการดูดซับน้ำ ในชั้นดินที่ไม่ถูกไถพรวน นอกจากนี้ ยังมีผลเสียที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีความลาดเท การไถพรวนขึ้นลงตามความลาดเท จะยิ่งไปเพิ่มอัตราการชะล้างพังทลายของดิน ทำให้เกิดการกัดกร่อนของดินอันเกิดจากน้ำไหลบ่าในยามฝนตกหนัก สำหรับในฤดูแล้งผิวดินจะถูกกัดกร่อนด้วยแรงลม
.jpg)
แนวทางในการแก้ปัญหา โดยไถพรวนดินให้น้อยที่สุด หรือไม่ไถพรวนเลย ถ้าจำเป็นต้องมีการไถพรวน ก็ให้ไถพรวนและปลูกพืชตามแนวระดับ เพื่อลดปัญหาการชะล้างพังทลายของดิน อาจทำได้ดังนี้
ระบบการไถพรวนด้วยไถสิ่วบนพื้นที่ลาดเท การไถด้วยไถสิ่ว จะมีการสูญเสียดินน้อยกว่าการไถด้วยไถหัวหมู ลักษณะของไถสิ่วจะเป็นแผ่นเหล็กโค้งคล้ายรูปตัวยู ปลายข้างหนึ่งจะเชื่อมติดกับแท่งเหล็ก ส่วนปลายข้างหนึ่งจะมีลักษณะแหลมสำหรับตะกุยดิน บนแท่งเหล็กที่กล่าวมานี้ จะมีไถสิ่วติดไว้ 4-6 อัน โดยมีระยะห่างๆ กัน การไถด้วยไถสิ่วนี้ จะทำให้ดินที่แน่นมีลักษณะร่วนซุยขึ้น
ระบบการปลูกพืช โดยไม่มีการไถพรวนดิน แต่ใช้ยากำจัดวัชพืชแทน วิธีนี้ใช้ได้ดีกับการปลูกข้าวโพดและถั่วเหลือง ช่วยลดการชะล้างพังทลายของดิน เศษเหลือของพืชจะเป็นวัตถุคลุมดิน ซึ่งจะช่วยลดปริมาณน้ำไหลบ่า และสลายตัวให้อินทรียวัตถุแก่ดินต่อไป นอกจากนี้ โครงสร้างของดินยังไม่ถูกทำลายด้วย
ระบบการไถพรวน โดยปล่อยเศษเหลือของพืชอยู่ที่ผิวดิน วิธีนี้ ห้ามเผาเศษซากพืช แต่ให้ไถพรวนดินขณะมีเศษซากพืชเหลืออยู่ในแปลง
ระบบการไถพรวนน้อยที่สุด คือ ในการเตรียมดินและปลูกพืช ควรให้มีจำนวนครั้งของการไถพรวนน้อยที่สุด การไถพรวน การปลูก และการใส่ปุ๋ย จะกระทำพร้อมกันครั้งเดียวเพื่อลดจำนวนครั้งของรถไถที่จะอยู่ในแปลง
วิธีการไถพรวนแบบอนุรักษ์ดิน เป็นวิธีที่ดี คือการไถพรวนและปลูกพืชตามแนวระดับ โดยไถพรวนดินให้ขนานกันไปตามแนวระดับ ขวางความลาดเทพื้นที่ เพื่อจะได้ปลูกพืชตามแนวระดับได้สะดวก และมีประสิทธิภาพในการอนุรักษ์ดินและน้ำ มักนิยมปฏิบัติบนพื้นที่ที่มีความลาดเทอยู่ระหว่าง 2-8 เปอร์เซ็นต์ มีความลาดเทสม่ำเสมอ และมีระยะของความลาดเทไม่เกิน 100 เมตร
ประโยชน์ของการไถพรวนและปลูกพืชตามแนวระดับ คือร่องที่เกิดขึ้นจากการไถพรวนดินและปลูกพืช จะทำหน้าที่เหมือนเขื่อนสกัดกั้นและลดความเร็วของน้ำที่ไหลบ่าบนผิวดินโดยตรง . ถ้าพื้นที่ที่มีความลาดเทไม่เกิน 8 เปอร์เซ็นต์ จะลดการสูญเสียดินได้ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ของดินที่สูญเสียจากการปลูกพืชขึ้นลงตามแนวลาดเท แต่ประสิทธิภาพการอนุรักษ์ดินและน้ำจะลดลง เมื่อความลาดเทของพื้นที่เกิน 8 เปอร์เซ็นต์
การไถพรวนและปลูกพืชตามแนวระดับ เป็นวิธีการขั้นพื้นฐาน จะต้องอาศัยวิธีการต่างๆ ผสมผสานกันด้วย เช่น การปลูกพืชสลับเป็นแถว การปลูกพืชหมุนเวียน การปลูกพืชแซม การปลูกพืชเหลื่อมฤดู ...นะครับ
“นาย รัตวิ”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี