546.jpg
"รมว.ศึกษาฯ"จ่อใช้มาตรา44 แก้ธรรมาภิบาลมหาวิทยาลัย

"รมว.ศึกษาฯ"จ่อใช้มาตรา44 แก้ธรรมาภิบาลมหาวิทยาลัย

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 20.14 น.

31 พ.ค. 59 พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงการแก้ปัญหาในเรื่อง ธรรมาภิบาลของสถาบันอุดมศึกษา ว่า จากการประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) เมื่อเร็ว ๆ นี้  ตนได้ฝากประเด็นให้ มรภ.ช่วยวางแผนดำเนินการขับเคลื่อนร่วมกัน โดยเฉพาะการจัดการศึกษาในระดับอนุบาล การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งต้องทำให้สังคมเห็นด้วยว่าโรงเรียนขนาดเล็กที่มีครู 1-3 คน และจำเป็นต้องมีการควบรวมก็จะทำให้คุณภาพเกิดขึ้นโดยตรงต่อตัวนักเรียนเอง ทั้งนี้อยากฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาการศึกษาในสภาวะวิกฤต ซึ่งต้องเข้าใจปัญหาตรงกันก่อน สำหรับตนเมื่อเข้ามาทำงานก็พยายามแก้ไขปัญหาของการศึกษาอยู่ตลอดเวลา ไม่มีอะไรซุกไว้ใต้พรม

"ปัญหาเรื่องการบริหารงานภายในของสถาบัน คือ เรื่อง ธรรมาภิบาล ซึ่งที่ผ่านมายังไม่สามารถทำอะไรได้มาก เพราะทุกมหาวิทยาลัย มี พ.ร.บ.หรือกฎหมายของตัวเองกันไว้หมดแล้ว ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)ก็กำลังร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา เพื่อกำกับดูแลมหาวิทยาลัย แต่ทางมหาวิทยาลัยก็ยังไม่เห็นด้วยในบางประเด็น ร่างพ.ร.บ.จึงยังไม่ตกผลึก ดังนั้นหากยังไม่สามารถเข้าไปแก้ปัญหาได้ก็อาจต้องหาอำนาจพิเศษเข้าไปดูแล ซึ่งก็คือการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2557 (ฉบับชั่วคราว) แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าไปวุ่นวายทั้งหมด ยังคงให้อิสระแก่สถาบันฯในการดำเนินงานได้อยู่" พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว


รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ศธ.ไม่เคยล้ำเส้นการผลิตครูของสถาบันอุดมศึกษา 80 แห่ง เพียงแต่ขอให้หน่วยงานต่าง ๆได้คิดและหารือร่วมกัน เกี่ยวกับการผลิตและพัฒนาครู อาจจะมีการเปรียบเทียบกับหลักสูตรผลิตครูของหลายๆประเทศ เพื่อให้เป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานและเกิดการยอมรับร่วมกันก่อนที่จะประกาศใช้ ดังนั้น ตนจึงมอบให้ มรภ. ตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อกำหนดกรอบเวลา (Time Frame) ในการผลิตและทดลองหลักสูตรใหม่ ที่จะสามารถใช้ได้ภายในเดือนสิงหาคม 2560 ซึ่งเป็นช่วงเปิดภาคเรียนปีการศึกษาหน้า โดยได้ฝากประเด็นการปรับหลักสูตร ว่า ขอให้มีการถ่ายทอดเทคนิค วิธีการสอนที่ดีของ มรภ.แต่ละแห่ง เพื่อให้สามารถนำไปปรับใช้ร่วมกันได้" รมว.ศธ. กล่าว

ด้าน รศ.ดร.สมบัติ คชสิทธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) วไลยอลงกรณ์ ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) กล่าวว่า หน้าที่หลักของ มรภ. คือการผลิตครูอยู่แล้ว และก็รับนโยบายการปรับปรุงหลักสูตร โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาหลักสูตรการผลิตครูในปัจจุบันให้สอดคล้องกับโลกอนาคต เช่น ครูจะต้องมีทักษะภาษาอังกฤษพื้นฐาน ไม่ใช่เฉพาะครูภาษาอังกฤษ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจและกระตุ้นให้เด็กเรียนรู้ เป็นต้น สำหรับปัญหาครูขาดแคลนในโรงเรียนขนาดเล็กนั้น ตนมองว่า ศธ. มีโรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมาก และการผลิตครูในปัจจุบันที่ ผลิตตามสาขา อาจจะยังไม่ตอบโจทย์ เพราะโรงเรียนขนาดเล็กมีเด็กน้อย และต้องการครูที่สามารถบูรณาการการสอนระหว่างวิชาและระหว่างชั้นได้ ซึ่งจะต้องมีการหารือกันในเรื่องนี้  ส่วนของการจัดการศึกษาระดับอนุบาล แน่นอนว่า ทุก มรภ. มีการผลิตครูสาขาปฐมวัยอยู่แล้ว และหลักสูตรก็มีความเข้มข้นมากด้วย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอัตราการเกิดของประชากร ลดลง ทำให้นักศึกษามีจำนวนลดลง มรภ. จึงได้ปรับกลยุทธ์ จากที่ผลิตนักศึกษาเพื่อจะมาเป็นครูอย่างเดียว ก็ขับเคลื่อนการพัฒนาครูประจำการด้วย เนื่องจาก มรภ. เป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ในท้องถิ่นจึงทำให้ง่ายต่อการเข้าถึงโรงเรียนในพื้นที่นั้นๆ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top